ตอนที่ 1192
บทที่ 1624 ไปบ้านตระกูลหนิง
October 22, 2026
บทที่ 1624 ไปบ้านตระกูลหนิง “ข้าลาก่อน..” คำพูดเพียงแค่ประโยคสั้นๆไม่กี่คำของหลิงหยุนไม่ต่างจากสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของเหมี่ยวเสี่ยวเหมา แม้หญิงสาวจะได้เตรียมกายเตรียมใจไว้ก่อนหน้าแล้ว แต่นางก็อดที่จะจิตใจสั่นไหวมิได้ ฝ่ามือของหญิงสาวยื่นออกไปหมายคว้าแขนของหลิงหยุนไว้อย่างรวดเร็ว แต่ต่อให้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะรวดเร็วสักเพียงใด ก็ยังช้ากว่าหลิงหยุนอยู่ดี ฝ่ามือของนางจึงคว้าได้เพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น.. “หลิงหยุน..ข้าจะตามไปส่งเจ้า!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมารีบกระโดดตามหลิงหยุนขึ้นไปบนท้องนภาทันทีแต่เมื่อเหาะขึ้นไปได้ราวสิบกว่าเมตร นางก็ไม่พบแม้แต่ร่องรอยของคนใจร้ายอย่างหลิงหยุนแล้ว “ฮึ่ม!!หลิงหยุน เจ้ากล้าหนีข้าไปเช่นนี้ต่อไปข้าจะมิให้เจ้าได้กลับมาเหยียบที่นี่อีก!” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโหนางได้แต่จ้องมองไปยังทิศทางที่หลิงหยุนหนีหายไป พร้อมกับกัดฟันกรอด ไม่แปลกเลยที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะโมโหหลิงหยุนถึงเพียงนี้เพราะเมื่อนึกจะไป หลิงหยุนก็เหาะหนีจากไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่แม้แต่จะกล่าวคำอำลา ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัดเหมี่ยวเสี่ยวเหมาร้องตะโกนกึกก้องไปทั่วทั้งขุนเขา แต่ก็ดูเหมือนว่าหลิงหยุนจะไปไกลมากแล้ว จึงไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลยแม้แต่น้อย “เสี่ยวเหมาลงมาได้แล้วล่ะ!” ท่านหมอเสี่ยวเงยหน้าขึ้นมองหลานสาวพร้อมกับร้องตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หากหลิงหยุนตั้งใจที่จะไป ผู้ใดก็ยากจะรั้งเขาไว้ได้..” ปัง! เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเหาะกลับลงมาพร้อมกับกระแทกเท้าลงบนพื้นดินด้วยความโกรธ ทำให้พื้นดินในบริเวณนั้นถึงกับสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที เห็นได้ชัดว่าเวลานี้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาทั้งหงุดหงิด แล้วก็โกรธเกรี้ยวอย่างมาก เธอร้องตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก “หึ!อยากจะไปไหนก็เชิญ ผู้ใดต้องการให้เจ้าอยู่กันเล่า” เหมี่ยวเสี่ยวเหมายังไม่ทันแม้แต่จะได้ร่ำลาหลิงหยุนด้วยซ้ำและเวลานี้ ดวงตาทั้งสองข้างของนางก็เริ่มแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก และพยายามเมินหน้าหนีไปทางอื่น เพราะเกรงว่าน้ำตาที่กลั้นไว้จะไหลพรากออกมา ในขณะที่ท่านหมอเสี่ยวกำลังคิดที่จะหาหนทางแก้ตัวให้หลิงหยุนนั้นเสียงของเขาก็ดังขึ้นภายในโสตประสาทของท่านหมอเสี่ยว –อาวุโสท่านมิจำเป็นต้องแก้ตัวแทนข้า! ท่านจะต้องกร่นด่าข้า ยิ่งรุนแรงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!- เสี่ยวเจิ้งจี๋ได้แต่คิดในใจพร้อมกับกรอกตาด้วยความเหนื่อยหน่าย ‘หลิงหยุน ข้ารู้ว่าเจ้ายังคงไปไม่ไกลจากนี้แน่!’ในระหว่างนั้นเหมี่ยวเฟิงหวงก็เอ่ยปลอบประโลมหลานสาวว่า “เสี่ยวเหมา ที่หลิงหยุนรีบร้อนจากไปเช่นนี้ ข้าเชื่อว่าเขาคงต้องมีเรื่องเร่งด่วนที่เขาคุนหลุนจริงๆ หาไม่แล้วเขาก็คงจะไม่รีบร้อนจากไป โดยไม่ยอมให้พวกเราได้ไปส่งเช่นนี้แน่..”ปัง!แต่แล้วจู่ๆท่านหมอเสี่ยวก็ยกมือขึ้นตบโต้หินตรงหน้าเสียงดังพร้อมกับกร่นด่าหลิงหยุนด้วยความโมโห“ต่อให้มีเรื่องด่วนมากเพียงใดก็ตามเขาก็ไม่ควรรีบร้อนจากไปเช่นนี้! นี่เขาคงคิดว่าตนเองเก่งกาจเสียเต็มประดาสินะ ใช่ว่ามีขั้นพลังบ่มเพาะที่เหนือกว่า ก็จะสามารถทำอะไรตามใจ จนกลายเป็นไร้มารยาทเช่นนี้ได้!” “หึ!หลิงหยุนไม่เพียงไม่เห็นแก่หน้าปู่กับย่าของเจ้า แต่ยังทำให้เจ้าโมโหมากมายถึงเพียงนี้! หากให้ปู่ได้พบเจอเขาในวันหน้า ปู่จะจัดการกับเขาอย่างสาสมเลยทีเดียว!”หลังจากที่ได้ยินเสี่ยวเจิ้งจี๋กร่นด่าหลิงหยุนว่าไร้มารยาทความโกรธภายในใจของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็จางคลายลงไปอย่างมากแล้ว แต่เมื่อได้ยินชายชรายังคงกร่นด่าหลิงหยุนไม่หยุด และดูเหมือนว่าจะโกรธรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้ เหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็เริ่มเปลี่ยนเป็นกระวนกระวายใจขึ้นมาแทน และรีบหันไปบอกกับชายชราทันที“ท่านปู่คะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง อย่าโมโหไปเลยนะคะ เดี๋ยวจะไม่ดีต่อสุขภาพ!”แต่มีหรือที่เสี่ยวเจิ้งจี๋จะหยุดอยู่เพียงเท่านี้เขาตอบกลับหลานสาวไปทันที..“เสี่ยวเหมา!นี่เจ้ายังเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยอีกรึ เจ้าผิดแล้ว นี่หาใช่เรื่องเล็กน้อยไม่!”เสี่ยวเจิ้งจี๋ทำตาถมึงทึงบ่งบอกว่ากำลังโกรธมาก พร้อมกับร้องตะโกนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทิ้ม“หึ!หลิงหยุนนึกอยากจะมาก็มา นึกอยากจะไปก็ไปเช่นนี้ เขาเห็นหมู่บ้านเหมี่ยวเป็นสถานที่เช่นใดกัน เขายังเห็นตระกูลเสี่ยวของข้าอยู่ในสายตาหรือไม่? ใช่ว่าข้าเสี่ยวเจิ้งจี๋อยากได้หน้าได้ตา แต่อย่างน้อย ฉายาหมอเทวดาของข้า ก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศมานานถึงสี่สิบปี..”ยิ่งพูดเสี่ยวเจิ้งจี๋ก็ยิ่งเสียดังมากขึ้น จนกระทั่งเหมี่ยวเฟิงหวงที่อยู่ข้างๆ ถึงกับต้องตวาดกลับไปเสียงดัง“ท่านจะหุบปากได้หรือยัง”“ได้ๆข้าไม่เอ่ยต่อแล้ว..”จากนั้นทั่วทั้งบริเวณก็เปลี่ยนเป็นเงียบกริบขึ้นมาทันที เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเห็นเช่นนั้น ก็ถึงกับอดไม่ได้ นางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนน้ำหูน้ำตาไหลความจริงแล้วหลิงหยุนยังคงเหาะอยู่กลางอากาศ และกำลังจ้องมองปู่ ย่า และหลานสาวสนทนาอยู่อย่างเงียบๆ เพียงแต่เขาใช้วิชาลวงตาอำพรางตัวไว้ ทำให้ทั้งสามคนไม่สามารถมองเห็นตนเองได้การที่หลิงหยุนเลือกที่จะหนีออกมาเช่นนี้ก็เพราะว่าเขาไม่อาจทนต่อการร่ำลาของทุกคนได้ จึงได้แต่ต้องทำเช่นนี้ นั่นเพราะเขาย่อมสัมผัสได้ว่า ทัศนคติและความรู้สึกของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาที่มีต่อตนเองในเวลานี้ ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่ได้เห็นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลเช่นนั้นหลิงหยุนจึงได้บอกกับเสี่ยวเจิ้งจี่เพียงผู้เดียวว่า–ข้าต้องไปจริงๆแล้ว!-จากนั้นเขาจึงได้หันหลังเหาะจากไปในทันที!