ตอนที่ 1195
บทที่ 1627 เรียกประชุมในฐานะผู้นำตระกูล
October 22, 2026
บทที่ 1627 เรียกประชุมในฐานะผู้นำตระกูล หลังจากที่ฟังชายชราเล่ามาถึงตรงนี้คิ้วรูปดาบทั้งสองข้างของหลิงหยุน ก็ถึงกับเลิกขึ้นพร้อมกันทันที ตลอดระยะเวลาที่เล่าหนิงป๋อหยวนมักจะเน้นย้ำ เรื่องที่เขาไม่ต้องการจะยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในตระกูลหนิง แต่ท้ายที่สุด เขาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องเข้ามามีส่วนอีกครั้งจนได้ หลิงหยุนรู้ว่าหนิงป๋อหยวนพยายามอย่างยิ่ง ที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้กระชับ และรวดเร็วที่สุดแล้ว อีกทั้งพยายามเน้นเฉพาะเรื่องสำคัญ และจุดที่คิดว่าเป็นปัญหาจริงๆ อย่างเช่นเรื่องการเดินทางกลับบ้านที่ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นหรือเรื่องที่หนิงหลิงยู่เสนอตัวเองเป็นประมุขตระกูลหนิงคนใหม่ รวมทั้งเป็นผู้กำหนดวันรับตำแหน่งด้วยตัวเอง หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ในวันที่หนิงหลิงยู่ขึ้นรับตำแหน่งทายาทรุ่นราวคราวเดียวกันกับหนิงหลิงยู่กลุ่มหนึ่ง ได้แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน นั่นเพราะในอดีตที่ผ่านมา ตระกูลหนิงไม่เคยมีประมุขเป็นผู้หญิงมาก่อน แม้ว่าทายาทรุ่นเล็กกลุ่มนั้นจะมีหลานชายของหนิงป๋อผิงซึ่งเป็นลูกของหนิงเทียนยื่ออยู่ด้วย หนิงหลิงยู่ก็ยังตัดสินใจลงมือสังหารได้อย่างไม่ลังเล เพื่อเป็นการประกาศว่า ผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับเธอจะต้องพบกับจุดจบเช่นใด! หนิงหลิงยู่ทำราวกับว่าเธอไม่สนใจชีวิต และความเป็นความตายของสมาชิกตระกูลหนิง มากไปกว่าการนำพาตระกูลหนิงขึ้นสู่จุดสูงสุดของประเทศ.. ท้ายที่สุด..ถึงกับประกาศกร้าวว่า “ผู้ใดยอมข้าอยู่ ผู้ใดขัดขืนข้าตาย!” หญิงสาวผู้นี้ยังใช่หนิงหลิงยู่สาวน้อยจากเมืองจิงฉูอย่างนั้นหรือ คำตอบก็คือไม่.. ระหว่างทางที่เดินทางกลับตระกูลหนิงนั้นทันทีที่เดินทางออกจากเขาเทียนซาน และห่างจากสายตาของหลิงหยุนกับฉินจิวยื่อแล้ว หนิงหลิงยู่ก็เปลี่ยนเป็นคนละคน และเริ่มทำทุกอย่างตามแผนการที่นางวางไว้.. ด้วยเหตุนี้การที่หนิงหลิงยู่มาเยือนตระกูลหนิงในครั้งแรกนั้น จึงแตกต่างจากที่นางไปเยือนตระกูลฉินเป็นอย่างมาก จะเรียกว่าแตกต่างก็คงจะไม่ถูกนัก ต้องเรียกว่าตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงน่าจะถูกต้องกว่า.. หนิงหลิงยู่มาเพื่อส่งบิดาเป็นครั้งสุดท้ายและเพื่อเคารพสักการะบรรพชนอย่างนั้นหรือ ก็หาใช่เช่นนั้นอีกเหมือนกัน! การที่หนิงหลิงยู่กลับตระกูลหนิงในครั้งนี้นางเพียงแค่ต้องการมาสร้างขุมกำลังของตนเอง และทำให้ทุกคนในตระกูลเชื่อฟังคำสั่งของนางเท่านั้น เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หลิงหยุนถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังคงเอ่ยบอกชายชราด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง “อาวุโส..ได้โปรดเล่าต่อไปเถิด!” “แต่ได้โปรดเล่าเฉพาะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเท่านั้นพอ!ขออาวุโสตัดเรื่องของอารมณ์ความเศร้าโศก ความรู้สึกผิดหวัง และความรู้สึกส่วนตัวออกไปก่อน..”“เอาเฉพาะเรื่องที่ท่านได้เห็นและได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับหนิงหลิงยู่เท่านั้น..”หลิงหยุนฟังเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของหนิงป๋อหยวนมามากพอควรแล้วแต่จะโทษผู้อื่นก็ไม่ถูกนัก ต้องโทษที่เขาไร้ความสามารถเองมากกว่า ตระกูลหนิงจึงได้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้..แต่ถึงอย่างนั้นหลิงหยุนก็รู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของหนิงหลิงยู่เวลานี้ หนิงป๋อหยวนเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่า ต้องยอมรับกับสิ่งที่หนิงหลิงยู่ทำ อย่าว่าแต่ตัวเขาเองเลย ต่อให้คนทั้งตระกูลหนิงอยู่ข้างเดียวกับเขา และหันมาเป็นปรปักษ์กับหนิงหลิงยู่ ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมตระกูลหนิงได้ มีแต่จะเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น“เอ่อ..”หนิงป๋อหยวนถึงกับอ้าปากค้างนั่นเพราะ เขาเองก็เตรียมที่จะบอกเล่าให้หลิงหยุนฟังถึงความรู้สึกเศร้าโศกภายในใจที่ได้ยินว่า ทายาทตระกูลหนิงถูกหลานสาวของตนเองสังหารตายไปพร้อมกันถึงห้าคน แต่หลิงหยุนกลับห้ามไว้โดยไม่นึกเห็นใจ“ได้ๆ”แต่ในที่สุดชายชราก็ได้แต่พยักหน้า และกล้ำกลืนความรู้สึกต่างๆไว้ภายในใจ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องต่างๆที่คิดว่าสำคัญให้กับหลิงหยุนฟัง โดยตัดเรื่องอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวทิ้งไปต่อหน้าเหล่าสมาชิกตระกูลหนิงทั้งชายหญิง ผู้เฒ่า และหนุ่มสาว หนิงหลิงยู่กลับสังหารพวกเขาทั้งห้าได้อย่างไม่กระพริบตา แม้แต่หนิงป๋อผิง และคนอื่นๆที่เป็นคนสำคัญในตระกูลหนิง ต่างก็ยืนมองด้วยสีหน้าแววตาเฉยเมย ราวกับไม่ความผูกพันทางสายโลหิต และสองในห้าที่ถูกหนิงหลิงยู่สังหารนั้นก็เป็นหลานชายที่หนิงป๋อหยวนรักมาก..ต่อหน้าหนิงหลิงยู่ที่แข็งแกร่งอย่างมากและสามารถสังหารคนได้อย่างเลือดเย็นเช่นนี้ ทำให้ไม่มีผู้ใดในตระกูลหนิงกล้าเป็นปรปักษ์ หรือคัดค้านนางอีกและในที่สุดหนิงหลิงยู่ก็ได้กลายเป็นประมุขตระกูลหนิงที่มีอายุน้อยที่สุด และยังนับเป็นประมุขหญิงคนแรกของตระกูลหนิงอีกด้วย!หลังจากเสร็จสิ้นพิธีเข้ารับตำแหน่งประมุขตระกูลหนิงหนิงหลิงยู่ก็ได้หายตัวไปจากบ้านตระกูลหนิง โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่านางไปแห่งหนใด จนกระทั่งหนึ่งอาทิตย์ผ่านไป นางจึงได้ปรากฏตัวในบ้านตระกูลหนิงอีกครั้งในช่วงระหว่างอาทิตย์นั้นภายใต้การนำของหนิงป๋อผิง ทุกคนในตระกูลหนิงต่างก็พากันฝึกฝนวิชากันอย่างหนัก และไม่รู้ว่าพวกเขากลืนโอสถอันใดเข้าไป หรือด้วยเหตุผลอันใดหนิงป๋อหยวนก็ไม่อาจรู้ได้ พลังบ่มเพาะของหนิงป๋อผิง และคนอื่นๆต่างก็ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว!ในเรื่องนี้หนิงป๋อหยวนแทบไม่ต้องไปแอบถามจากผู้ใดเพราะทุกคนในตระกูลต่างก็พากันฝึกฝนวิชากันราวกับคนคลุ้มคลั่ง และดูคล้ายคนเสพติดการพัฒนาขั้นพลังไม่มีผิด..และเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้หนิงป๋อหยวนก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา..ส่วนหลิงหยุนก็ยังคงนิ่งฟังด้วยสีหน้าสงบนิ่งแต่ภายในใจกลับคิดว่า หนิงหลิงยู่ดูเหมือนจะมิได้ใส่ใจกับอนาคตของตระกูลหนิงอย่างที่พูด หาไม่แล้ว.. นางไม่ควรที่จะให้ทุกคนเร่งพัฒนาขั้นพลัง โดยไม่ใส่ใจกับรากฐานที่เสถียรมั่นคงสำหรับโอสถเสริมสร้างการฝึกฝนบ่มเพาะพลังนั้นแม้หลิงหยุนจะให้หนิงหลิงยู่เอาไว้มากมาย แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับตัวนางเพียงผู้เดียว เช่นนี้แล้วนางเอาโอสถเหล่านั้นมาจากที่ใดกันนางหลอมกลั่นโอสถเองได้อย่างนั้นหรือ หากหลอมกลั่นโอสถเองไม่ได้นางไปปล้นมาอย่างนั้นหรือ