ตอนที่ 1196
บทที่ 1628 หนึ่งร่างสองจิตวิญญาณ
October 22, 2026
บทที่ 1628 หนึ่งร่างสองจิตวิญญาณ ในที่สุด!! ในที่สุดหลิงหยุนก็ไม่อาจทนนั่งอยู่ต่อไปได้ จึงรีบหนีออกมาเช่นนี้! หลิงหยุนพุ่งทะยานออกจากบ้านตระกูลหนิงขึ้นไปบนท้องนภาสามพันเมตร หนึ่งหมื่นเมตร และสองหมื่นเมตร.. จากนั้นเขาก็ได้หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศเช่นนั้น พร้อมกับมองลงมายังผืนดินเบื้องล่าง ซึ่งเป็นเขตเทือกเขาคุนหลุน แต่ด้วยความสูงถึงเพียงนั้น สิ่งที่หลิงหยุนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จึงมีเพียงภาพของเทือกเขาที่ทอดตัวยาวประหนึ่งมังกร นอกเหนือจากนั้นก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย เวลานี้จิตใจของหลิงหยุนสั่นสะท้านไปหมด เขาพยายามทำสมาธิ เพื่อสงบจิตใจให้แน่นิ่ง.. แม้จะไม่อยากจะยอมรับแต่เวลานี้ความจริงทั้งหมดก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาแล้ว เขาจึงทำได้เพียงแค่ต้องตัดความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นในเวลานี้ทิ้งไปให้ได้โดยเร็วที่สุด และยอมรับความจริงที่ได้เกิดขึ้นกับหนิงหลิงยู่ในเวลานี้ พร้อมกับหันหน้าเผชิญกับปัญหาโดยไม่หลีกหนีอีก.. การย้ายร่างหาใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใดไม่เป็นเรื่องปกติที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่! เมื่อใดก็ตามที่ผู้ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรจนสามารถเข้าสู่ขั้นปฐมวิญญาณหรือหยวนอิงได้ หากเผชิญหน้ากับอันตราย หรือวิกฤติที่ส่งผลต่อความเป็นความตายของชีวิต คนเหล่านี้จะสามารถปลดปล่อยจิตวิญญาณของตนให้หนีออกจากร่างได้ ก่อนที่จะถูกกำจัด! อาจจะเรียกว่าเป็นการหนีออกมาหาร่างใหม่ เพื่อคืนชีพอีกครั้งก็ไม่ผิดนัก! และในเวลานี้เรื่องราวลักษณะนี้ก็กำลังเกิดขึ้นกับหนิงหลิงยู่! กายของหนิงหลิงยู่ถูกผู้บำเพ็ญเพียรฉกฉวยไปหรือแม้จะไม่ใช่เช่นนั้นโดยตรง แต่ก็น่าจะใกล้เคียงกัน.. จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างของหนิงหลิงยู่เวลานี้จึงมิใช่จิตวิญญาณดั้งเดิมของเด็กสาว ที่เติบโตมากับเขาตั้งแต่วัยเด็ก แต่เป็นจิตวิญญาณของผู้อื่น! “แย่แล้ว!” หลิงหยุนถึงกับต้องสบถออกมาสีหน้าของเขาเวลานี้บ่งบอกว่า เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและหนักอกหนักใจเป็นอย่างมาก นั่นเพราะเรื่องเช่นนี้นับเป็นปัญหาใหญ่โตไม่ใช่น้อย! ดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลานี้หลิงหยุนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า เขาจะสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ด้วยตัวเองเพียงลำพังอีกหรือไม่ เวลานี้แม้แต่ตัวหลิงหยุนเอง ยังไม่อาจล่วงรู้หรือคาดเดาได้ว่า จิตวิญญาณของหนิงหลิงยู่นั้น ได้ถูกกำจัดทิ้งไปแล้วหรือไม่ และนี่นับเป็นเรื่องที่หลิงหยุนกังวลใจอย่างที่สุด! “หลิงหยุนเจ้าต้องตั้งสติ และสงบจิตสงบใจให้จงได้! เรื่องนี้หาใช่ปัญหาที่เจ้าจะสามารถรีบร้อนแก้ไขได้โดยเร็ว..” หลิงหยุนได้แต่ร้องเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะเริ่มเดินลมปราณไปทั่วร่าง จากนั้น จิตใจที่กระวนกระวายร้อนรน จึงค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆ หลังจากที่จิตใจเริ่มสงบลงบ้างแล้วหลิงหยุนจึงหันมาถามตัวเองว่า หนิงหลิงยู่เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อใดกัน และนอกเหนือจากสิ่งที่เขาสังเกตเห็นก่อนหน้า ยังมีรายละเอียดอื่นใดอีกหรือไม่ ที่เขาเพิกเฉยหรือละเลยไปไม่ได้สนใจ?เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงหยุนก็เริ่มนึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตของหนิงหลิงยู่อย่างละเอียด ภาพเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับหญิงสาว ค่อยๆปรากฏขึ้นมาในห้วงมโนของหลิงหยุน ประหนึ่งภาพยนต์ที่ปรากฏบนจอสีเหลี่ยม หลิงหยุนเฝ้าสังเกตดูภาพต่างๆที่ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบๆและครั้งนี้ เขาไม่ปล่อยให้รายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อยหลุดรอดสายตาไปได้เลยทัณฑ์สวรรค์ซื่อจิ่วและของกำนัลจากสวรรค์งั้นรึภาพเหตุการณ์แรกที่ปรากฏขึ้นในห้วงมโนของหลิงหยุนก็คือภาพเมื่อครั้งที่เขาพาหนิงหลิงยู่ไปรับทัณฑ์สวรรค์ที่อ่างเก็บน้ำมี่หยวิน ซึ่งอยู่ในแถบชานเมืองของปักกิ่งนั่นเพราะก่อนที่หนิงหลิงยู่จะเข้ารับทัณฑ์สวรรค์ในครานั้นพฤติกรรมของหญิงสาวยังคงเป็นปกติทุกอย่าง ไม่มีท่าทีผิดปกติให้หลิงหยุนเห็นเลยแม้แต่น้อยหลิงหยุนนึกย้อนกลับไปอดีตและใคร่ครวญเหตุการณ์ต่างๆอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่นั่นกลับทำให้เขารู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อพบว่า เขามีความทรงจำที่พิเศษยิ่งนัก นั่นเพราะไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เขาประสบพบเจอด้วยตัวเอง คำพูดของผู้คนที่พบเจอ หรือแม้แกระทั่งสีหน้าเล็กๆน้อยๆของผู้คน เขากลับสามารถจดจำได้หมด อีกทั้งยังละเอียดแม่นยำด้วยในคืนนั้นหลังจากที่รับทัณฑ์สวรรค์สำเร็จแล้ว หนิงหลิงยู่ก็ได้ยืนสงบนิ่ง สีหน้าบ่งบอกถึงความภูมิอกภูมิใจยิ่ง ผมยาวปลิวไสวไปตามแรงลม ใบหน้าเย็นชา ประหนึ่งเทพเซียนผู้มาเยือนโลกมนุษย์..สีหน้าและอารมณ์ความรู้สึกที่หนิงหลิงยู่แสดงออกมาในเวลานั้นดูแตกต่างจากหนิงหลิงยู่คนเดิมเป็นอย่างมาก!จากนั้นภาพดอกไม้เล็กๆ ก็กำลังร่วงหล่นลงมาจากผืนนภาเบื้องบน มันคือดอกบัวสีทอง ซึ่งเป็นของกำนัลจากสรวงสวรรค์..ในเวลานั้นตัวของหลิงหยุนเองก็กำลังง่วนอยู่กับการดูดซับเอาพลังอมตะสีทอง และพลังอมตะสีม่วงเข้าไปในร่าง ซึ่งนั่นก็คือของกำนัลจากสรวงสวรรค์เช่นเดียวกันหลิงหยุนสังเกตเห็นว่าเวลานั้น หนิงหลิงยู่ยืนเอามือไขว้หลังไว้ และใบหน้ายังคงเย็นชาเช่นเคย..ความทรงจำของหลิงหยุนที่เกี่ยวกับหนิงหลิงยู่นั้นแต่ไหนแต่ไรมา เขาก็ไม่เคยเห็นหนิงหลิงยู่ยืนเอามือไขว้หลังมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่านางจะยืนนิ่งๆ หรือเดินเหินก็ตาม นางจะไม่เคยเอามือทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลัง และนั่นไม่ใช่พฤติกรรมของหนิงหลิงยู่น้องสาวของเขาอย่างแน่นอนในเหตุการณ์ที่หนิงหลิงยู่รับของกำนัลจากสรวงสวรรค์นั้นแม้ว่านางจะมีกายอัปสร แต่ด้วยข้อจำกัดของหญิงสาวในเวลานั้น ทำให้นางสามารถรับของกำนัลเข้าไปในร่างได้เพียงแค่ห้าส่วนเท่านั้น แต่หญิงสาวกลับไม่คิดที่จะเชื้อเชิญหลิงหยุน ให้ไปร่วมรับของกำนัลเหล่านั้นร่วมกับนางด้วยซึ่งเรื่องนี้นับเป็นความแปลกประหลาดและผิดปกติสำหรับหลิงหยุนอย่างมาก!ที่เรื่องนี้นับว่าผิดปกติก็เพราะว่าในเวลานั้น ทัณฑ์เมฆาได้สลายตัวไปแล้ว อีกทั้งของกำนัลเหล่านั้นก็หาได้ก่อให้เกิดอันตรายกับหลิงหยุนไม่ และหากเปลี่ยนจากเขาเป็นหนิงหลิงยู่ในเวลานั้น เขาย่อมต้องเรียกผู้ที่อยู่ด้วย ให้เข้าไปร่วมรับของกำนัลด้วยกันแน่..“ดูเหมือนว่านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสินะที่นางเริ่มตีตัวออกห่างจากข้า”เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หลิงหยุนก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะหัวเราะ หรือว่าร้องไห้ดีนั่นเพราะครั้งนั้นเขามัวแต่เพลิดเพลินกับการฉกฉวยของกำนัลจากสรวงสวรรค์ จนลืมสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ของนางแต่ต่อให้ครั้งนั้นหลิงหยุนจะปฏิเสธไม่ต้องของกำนัลเหล่านั้นแต่ใช่ว่าผู้อื่นจะคิดเช่นเดียวกับเขา ครานั้นทั้งพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ ต่างก็พุ่งออกจากร่างของเขาพร้อมกัน เพื่อเข้าไปฉกฉวยของกำนัลเหล่านั้นเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหนิงหลิงยู่ที่อยู่ด้านหลังของเขาจึงได้ร้องตะโกนออกมา น้ำเสียงที่เย็นชานั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างมาก..ครั้งนั้นพู่กันจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ และสมุดจักรพรรดิแห่งผืนพิภพ ได้อำพรางตัวไว้ทำให้หนิงหลิงยู่ไม่สามารถมองเห็นพวกเขาทั้งสองได้ และฉกฉวยเอาของกำนัลเหล่านั้นเข้าไปโดยไม่สนใจหนิงหลิงยู่เลยแม้แต่น้อยหลิงหยุนยังจำได้ว่าครั้งนั้นหนิงหลิงยู่ได้เอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ตอบกลับไปเลี่ยงๆ ท่าทางของนางจึงยิ่งดูแปลกไป