ตอนที่ 1199
บทที่ 1631 : วิชามารที่แข็งแกร่ง
October 22, 2026
บทที่ 1631 : วิชามารที่แข็งแกร่ง เหตุใดหลิงหยุนจึงต้องการที่จะเข้าร่วมหน่วยนภาอย่างนั้นหรือ จุดประสงค์เดิมในตอนแรกคือต้องการได้รับทรัพยากรในการฝึกฝนบ่มเพาะพลัง แต่เวลานี้ ทรัพยากรที่เขาได้จากหน่วยนภานั้น นับว่าน้อยนิดมากหากเทียบกับสิ่งที่เขามีอยู่ แต่สิ่งสำคัญเหนือกว่านั้นทีหน่วยนภามีแต่หลิงหยุนไม่มีก็คือ.. ข่าวสารต่างๆ ทั้งเบื้องลึก และไม่ลึก ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อหลิงหยุนทั้งสิ้น! ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไรน่ะหรือ ยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่หลิงหยุนเดินทางไปถล่มสำนักต่างๆของเหล่าพันธมิตรหนานหยาง หากไม่ได้ข้อมูลเบื้องลึกจากโจวเหวินอี้แล้วล่ะก็ เขาก็คงจะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ และอีกหลายครั้งที่ข้อมูลจากโจวเหวินอี้แม้เพียงเล็กน้อย ก็ได้ช่วยให้หลิงหยุนสามารถสะสางปัญหา จนผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหลายครา สำหรับหลิงหยุนข้อมูลต่างๆ ช่วยขจัดปัญหาในเรื่องเล็กๆน้อยๆให้กับเขาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมีส่วนช่วยให้เขาสะสางปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น ดังคำพูดว่า รู้เขารู้เรา มีชัยไปกว่าครึ่ง! เช่นเดียวกับกองทัพต่างๆในโลกปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่มีหน่วยข่าวลับข่าวกรองอยู่เต็มไปหมด เรียกได้ว่า ก่อนที่กองทัพจะขยับ ข้อมูลต่างๆก็ต้องถึงมือก่อนแล้ว กระทั่งข้อมูลของสำนักต่างๆที่อยู่นอกประเทศจีน หน่วยนภายังล่วงรู้อย่างละเอียด เช่นนี้แล้ว ข้อมูลของสำนักน้อยใหญ่ภายในประเทศนี้ จึงมิใช่เรื่องใหญ่สำหนับหน่วยนภาเลย และหลังจากที่โจวเหวินอี้วางสายไปได้ไม่นานเขาก็ได้ส่งข้อมูลของสำนักต่างๆ ที่อยู่ในเทือกเขาคุนหลุนมาให้หลิงหยุนทันที.. สำนักฉางชุน– ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดระหว่างเขาคุนหลุนกับเขาชิงหลิง มียอดฝีมืออยู่ในสำนักทั้งสิ้นสามสิบหกคน เจ้าสำนักนามว่าจางซิ่วหลินอยู่ในระดับสูงสุดขั้นปฐมชี่ มียอดฝีมืออาวุโสอยู่ทั้งหมดสามคน ทั้งหมดล้วนมีพลังบ่มเพาะอยู่ในขั้นปฐมชี่ระดับเริ่มต้น ส่วนผู้พิทักษ์กฏทั้งห้าของสำนัก อยู่ในขั้นเซียงเทียน-7 ไปจนถึงขั้นเซียงเทียน-9 ศิษย์อีกจำนวนสิบสองคนอยู่ในขั้นเซียงเทียน-1ถึงขั้นเซียงเทียน-6 และที่เหลือก็อยู่ในขั้นที่ต่ำกว่านั้น ข้อมูลทั่วไป– สำนักฉางชุนถือกำเนิดในประเทศจีน และสืบทอดมานานนับพันปี โดยผู้ก่อตั้งสำนักมีนามว่าฉางชุนจื่อ ประวัติเล่าว่า เจ้าสำนักคนแรกอยู่ในขั้นแก่นปราณทองคำ และมีเจ้าสำนักมาแล้วทั้งหมดยี่สิบเจ็ดคน จุดมุ่งหมายของสำนัก– มุ่งสู่การมีอายุขัยที่ยืนยาว ศิษย์สำนักฉางชุนจึงอาศัยอยู่ในป่าลึกบนเขาสูง ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายในอก และหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับสำนักอื่นๆ ข้อมูลเพิ่มเติม– สำนักฉางชุนถูกทำลายลงแล้ว และศิษย์กว่าครึ่งถูกสังหารตาย ที่เหลือหายไปอย่างไร้ร่องรอย หมายเหตุ– ยังมีข้อมูลบางส่วนที่กำลังสืบหาข้อเท็จจริงอยู่ เมื่อได้มาแล้วจะแจ้งให้ทราบ สำนักลิ่วเสวียนเหมิน– ตั้งอยู่บริเวณ.. ตามมาด้วยข้อมูลของตระกูลต่างๆอย่างทวนเหล็กตระกูลเล่ย ตระกูลชางกวน สำนักดาบสวรรค์ เรื่อยไปจนถึงข้อมูลของตระกูลหนิง ยังมีข้อมูลของสำนักเบญจธาตุสำนักประตูเทวะ และสำนักอื่นๆอีกมากมาย เรื่อยลงมาจนกระทั่งถึงสำนักกระบี่คุนหลุน! “สวรรค์!”นิ้วมือของหลิงหยุนเลื่อนผ่านหน้าจอเครื่องมือสื่อสารไปเรื่อยๆเพื่ออ่านข้อมูลของสำนักต่างๆโดยเร็ว เขาถึงกับต้องร้องอุทานออกมา เมื่อได้อ่านข้อมูลของสำนักต่างๆ ที่อยู่ในเทือกเขาคุนหลุนจนหมด!นั่นเพราะข้อมูลทั้งหมดที่โจวเหวินอี้ส่งมาให้เขานั้นทั้งละเอียดแล้วก็เป็นข้อมูลเบื้องลึก จนเขาอดที่จะร้องอุทานออกมาไม่ได้สมกับเป็นองค์กรที่ทรงพลังจริงๆ!นอกจากในข้อมูลของโจวเหวินอี้จะบอกที่ตั้งของแต่ละสำนักอย่างละเอียดแล้ว เขายังได้ส่งโลเคชั่นของแต่ละสำนักมาให้หลิงหยุนอีกด้วย นอกเหนือจากนั้นยังมีจำนวนศิษย์ของแต่ละสำนัก ชื่อเจ้าสำนัก และแกนนำของแต่ละสำนัก ละเอียดไปจนถึงขั้นพลังบ่มเพาะของแต่ละคน และยังมีรายละเอียดอื่นๆอีกมากมายแม้กระทั่งข้อมูลบางอย่างที่โจวเหวินอี้ยังไม่สามารถสืบรู้ได้เขาก็ยังหมายเหตุไว้ในข้อมูลด้านล่างว่า อยู่ในระหว่างการสืบค้น และจะแจ้งให้หลิงหยุนทราบต่อไปกระทั่งสำนักสำคัญอย่างสำนักกระบี่คุนหลุนโจวเหวินอี้ก็ได้บอกขั้นพลังบ่มเพาะของแกนนำในสำนักแต่ละคนอย่างละเอียด อีกทั้งยังบอกลักษณะนิสัยใจคอของแต่ละคนให้รู้ด้วย“สวรรค์!นี่มันตำราสำนักต่างๆบนโลกใบนี้หรืออย่างไรกัน”หลิงหยุนอดที่จะประชดประชันออกมาไม่ได้หลังจากได้รับข้อมูลอย่างละเอียดจากโจวเหวินอี้ ซึ่งนับว่าเกินกว่าที่หลิงหยุนคาดคิดไว้มากนักแต่ถึงอย่างไรหลิงหยุนก็ชื่นชอบการทำงานของโจวเหวินอี้ยิ่งนักเพราะอย่างน้อย ก็ช่วยให้เขาประหยัดเวลาที่จะต้องเสียไปกับเรื่องเหล่านี้โดยไม่จำเป็นนับว่าเครื่องมือสื่อสารของหน่วยนภาเป็นมากกว่าโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อเท่านั้น มันมีประโยชน์มากมายกว่าที่เขาคิดไว้มากทีเดียว!ยิ่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงส่งในหน่วยนภามากเพียงใดก็จะยิ่งมีสิทธิ์ล่วงรู้ข้อมูลลับๆ และข้อมูลสำคัญได้มากขึ้นเท่านั้น และแน่นอนว่า หลิงหยุนก็เป็นผู้ที่มีตำแหน่งสูงคนหนึ่งของหน่วยนภา และดูเหมือนจะเป็นรองเพียงแค่โจวเหวินอี้“หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ว่าข้าจะไปที่ใด หรือว่าทำอะไร ข้าคงต้องพกเครื่องมือสื่อสารของหน่วยนภาไปด้วยทุกที่สินะ?”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ได้ใช้เครื่องมือสื่อสาร ติดต่อหลี่เพียวหยางให้มาพบกันที่จุดนัดหมายเดิม..“ท่านเจ้าสำนักแย่แล้ว! สำนักกระบี่คุนหลุนกำลังเกิดเรื่อง..”ทันทีที่หลี่เพียวหยางมาถึงก็รีบรายงานให้หลิงหยุนฟังด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก ในขณะที่หลิงหยุนเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ เป็นการส่งสัญญาณบอกหลี่เพียวหยางเป็นนัยๆว่า เขารู้เรื่องนี้แล้วเหตุผลที่หลิงหยุนแยกกับหลี่เพียวหยางเมื่อเช้านี้ก็เพื่อต้องการให้เขาไปหาที่สงบฝึกฝนวิชา แต่กลับคิดไม่ถึงว่า หลี่เพียวหยางจะแอบไปสืบข่าวมาให้ ทำให้หลิงหยุนตระหนักถึงน้ำใจของหลี่เพียวหยาง และความจริงใจของเขาที่จะทำงานให้กับตนนับเป็นอีกหนึ่งคนที่หลิงหยุนจะวางใจเรียกใช้งานได้!“เอาล่ะข้าจะพาเจ้าไปหาอาหารอร่อยๆกินก่อน จากนั้นจึงค่อยเริ่มงาน..”หลี่เพียวหยางแสดงสีหน้าดีอกดีใจออกมาอย่างชัดเจนที่จะได้รับประทานอาหารกับเจ้าสำนัก..จากนั้นทั้งคู่ก็เหาะออกจากยอดเขา มุ่งหน้าไปยังเมืองใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก หลังจากมองหาสถานที่ลับตาคนได้แล้ว ทั้งคู่ก็ร่อนลงบนพื้นดินแล้ว หลิงหยุนเลือกภัตตาคารขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง เพื่อหาอาหารเอร็ดอร่อยรับประทานกับหลี่เพียวหยาง