ตอนที่ 1201
บทที่ 1633 เตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่
October 22, 2026
บทที่ 1633 เตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่ “ฮ่าๆๆๆ” “เฮ่ๆๆๆ” หลังจากนั้นหลี่เพียวหยางก็เอาแต่หัวเราะไม่หยุด นั่นเพราะเขาขอให้ศิษย์ทั้งหกของสำนักลิ่วเสวียนเหมินไปนำกระจกบานใหญ่กว่าเดิมมาให้ และเวลานี้ ทั้งหมดก็กำลังยืนถือกระจกบานใหญ่แนบอก พร้อมกับยืนล้อมร่างของหลี่เพียวหยางไว้ ให้เขาสามารถหันมองกระจกได้รอบตัว หลี่เพียวหยางยืนอยู่ตรงกลางพร้อมกับหันซ้ายทีขวาทีอยู่อย่างนั้น.. และในกระจกทุกบานที่ปรากฏขึ้นนั้นไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นภาพของหลี่เพียวหยางในวัยหนุ่ม ที่กำลังจ้องมองมาทางตนเอง เป็นท่ายืนกอดอกบ้าง เท้าสะเอวบ้าง หรือแม้แต่เอามือเชยคาง.. ท่าทางของหลี่เพียวหยางในเวลานี้ได้สร้างเสียงหัวเราะให้กับศิษย์ทั้งหกคนของสำนักลิ่วเสวียนเหมิน จนลืมความหวาดกลัวไปได้ชั่วคราว หลิงหยุนเห็นท่าทางของหลี่เพียวหยางแล้วก็ได้แต่รู้สึกอับอาย จนไม่กล้าเข้าไปใกล้ จนต้องหลีกหนีไปยืนอยู่ห่างๆ “เฮ้อ..นี่จะเป็นเพราะฤทธิ์ของโอสถโฉมสะคราญ ที่ข้าให้เขากลืนเข้าไปหรือไม่นะ” และนี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนเริ่มคลางแคลงใจ ในฝีมือการหลอมกลั่นโอสถของตนเอง! ในเวลานั้นหลิงหยุนได้หนีไปหลบซ่อนตัวอยู่บนหน้าผาแห่งหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นเสียงหัวเราะของหลี่เพียวหยางก็ยังคงลอยเข้ามาในหูของเขาไม่หยุด “หลี่เพียวหยาง!นี่เจ้าจะหยุดได้แล้วหรือไม่” หลิงหยุนไม่สามารถอดรนทนต่อไปได้อีกจึงได้ไปปรากฏกายยืนขวางหน้าหลี่เพียวหยางไว้ พร้อมกับร้องตะโกนห้ามมิให้เขาได้พร่ำเพ้อกับกระจกอีก.. ในระหว่างนั้นหลี่เพียวหยางกำลังยืนเอามือเชยคางจ้องมองกระจกตรงหน้าอยู่พอดี แต่เมื่อจู่ๆ หลิงหยุนปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้เขาถึงกับตกใจ จนผงะถอยหลังทันที! เสียงหัวเราะดังลั่นของหลี่เพียวหยางพลันเปลี่ยนเป็นเสียงไอแค๊กๆ อย่างรุนแรงขึ้นมาทันที “แค๊กๆๆๆ” “ท่านเจ้าสำนัก..แค๊กๆ ข้าเองก็พยายามที่จะไม่หัวเราะ แต่เมื่อเห็นภาพของตัวเองยามนี้ในกระจก ข้าเองก็อดที่จะดีใจจนหัวเราะออกมาไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆๆ” “ข้าได้กลับมาเป็นชายหนุ่มแล้วท่านเจ้าสำนัก!ข้าได้กลับมาหนุ่มแน่นขึ้นอีกครั้งแล้ว! ข้าแทบไม่อยากเชื่อจริงๆว่านี่คือความจริง! ข้าเกรงว่าหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ตนเองจะกลับกลายเป็นชายชราดังเดิม ถึงตอนนั้นข้าควรทำเช่นใดดี ฮ่าๆๆ ท่านเจ้าสำนัก ท่านเองกำลังอยู่ในวัยหนุ่ม ขอให้ข้าได้ชื่นชมช่วงเวลาดีๆเช่นนี้เสียหน่อยเถิด!” หลิงหยุนถึงกับทำสีหน้าไม่ถูกและไม่รู้ว่าควรจะปฏิเสธคำร้องขอของหลี่เพียวหยางดีหรือไม่ แต่สีหน้าเคร่งเครียดนั้นก็เอ่ยตอบกลับไปทันที “ไม่ได้!” หลี่เพียวหยางถึงกับทำสีหน้าผิดหวังและรีบเอ่ยถามหลิงหยุนออกไปว่า “ท่านเจ้าสำนัก เหตุใดจึงไม่ได้เล่า ข้ามิได้ทำเรื่องผิดต่อท่านเสียหน่อย” หลิงหยุนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงตอบกลับไปว่า “เจ้ากลืนโอสถโฉมสะคราญเข้าไป ทำให้ตนเองกลับกลายเป็นชายหนุ่มเช่นนี้ การจะดีอกดีใจและมีความสุขย่อมเป็นเรื่องปกติ! แต่ดูสีหน้าท่าทางของเจ้าเวลานี้สิ มันออกจะเกินเลยไปมาก! จนข้าอดคิดไม่ได้ว่า..”หลิงหยุนแสร้งทำเป็นหยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยต่อว่า “โอสถที่เจ้ากลืนลงไปนั้น อาจะมิได้กระจายไปทั่วร่าง แต่กลับไปสะสามอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจมากจนเกินไป จึงทำให้เจ้าดีอกดีใจจนผิดปกติเช่นนี้!”หลี่เพียวหยางได้ฟังถึงกับมีสีหน้าตกอกตกใจและรีบร้องตะโกนถามหลิงหยุนหน้าตาตื่น“จริงหรือท่านเจ้าสำนัก!ท่าน.. ท่านได้โปรดช่วยข้าที! ข้า.. ข้าควรทำเช่นใดดี โอสถที่เหลือจึงจะกระจายไปทั่วร่างได้!”“เฮ้อ..โอสถชนิดเดียวกัน แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีพื้นฐานร่างกายที่เหมือนกัน หรืออยู่ในวัยเดียวกัน! หากจะทำให้โอสถที่คั่งค้างอยู่ที่ใดที่หนึ่งกระจายไปทั่วร่างได้นั้น มีเพียงหนทางเดียว.. คือเจ้าต้องให้ผู้อื่นช่วย!”หลังจากเอ่ยตอบหลี่เพียวหยางไปแล้วหลิงหยุนก็แสร้งทำสีหน้าเคร่งเครียด และเต็มไปความวิตกกังวลหลี่เพียวหยางเห็นสีหน้าของหลิงหยุนในเวลานี้ก็ถึงกับตกอกตกใจเป็นยิ่งนัก เขารีบอ้อนวอนขอร้องหลิงหยุนทันที “ท่านเจ้าสำนักได้โปรดช่วยแก้ไขให้กับข้าด้วยเถิด! ได้โปรดช่วยข้าด้วย..”“หากเจ้าต้องการให้ข้าช่วยข้าก็พอมีหนทาง..”“ทำอย่างไรหรือท่านเจ้าสำนัก”หลี่เพียวหยางร้องตะโกนถามด้วยความหวัง“เพียงแต่..เจ้าจะต้องทนเจ็บปวดเล็กน้อย!”“ท่านเจ้าสำนักข้าไม่หวั่นเกรงต่อความเจ็บปวดแม้แต่น้อย เชิญท่านรักษาให้ข้าได้เลย!” หลี่เพียวหยางตอบกลับอย่างไม่ลังเล“เช่นนั้นก็ดีเอาล่ะ.. ข้าจะเริ่มแล้วนะ!”ปัง!สิ้นคำพูดประโยคสุดท้ายกำปั้นของหลิงหยุนก็ซัดเข้าใส่ใบหน้าของหลี่เพียวหยางทันที ร่างของเขาถึงกับล้มคะมำไปกับพื้น แต่หลิงหยุนกลับมิได้หยุดเพียงแค่นั้น เขาตามเข้าไปยกร่างของหลี่เพียวหยางขึ้นมา พร้อมกับซัดหมัดเข้าไปอีกไม่ยัง ปัง..ปัง.. ปัง..กำปั้นของหลิงหยุนรัวเข้าใส่ร่างของหลี่เพียวหยางอย่างต่อเนื่อง..หลี่เพียวหยางกรีดร้องออกมาไม่หยุดหลังจากหมัดแรกหลี่เพียวหยางก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ถูกหลิงหยุนหลอก และเขาก็พยายามที่จะวิ่งหนี แต่มีหรือที่หลิงหยุนจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปหลังจากกระหน่ำหมัดเข้าใส่ร่างของหลี่เพียวหยางสิบกว่าหมัดพอหอมปากหอมคอหลิงหยุนจึงได้หยุดเพียงแค่นั้น แล้วจับร่างของหลี่เพียวหยางโยนกลับไปที่เดิม‘อืมม..สนุกไม่น้อยทีเดียว!’ในขณะที่หลิงหยุนกำลังรู้สึกสนุกสนานแต่หลี่เพียวหยางกลับกำลังร้องห่มร้องไห้..“เอาล่ะ!คราวนี้โอสถคงจะกระจายไปทั่วร่างของเจ้าแล้ว ลองไปส่องกระจกดูอีกครั้งสิ!” หลิงหยุนเอ่ยบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหลี่เพียวหยางลุกขึ้นยืนและพยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมองกระจกตรงหน้า แต่แล้วเขาก็รีบหลับตา และยกฝ่ามือสองข้างขึ้นปิดหน้าทันที นั่นเพราะ ชายหนุ่มที่อยู่ในกระจกนั้น ตามใบหน้ามีรอยเขียวช้ำอยู่เต็มไปหมด มิหนำซ้ำใบหน้ายังบวมเปล่งราวกับซาลาเปาลูกใหญ่!“ท่านเจ้าสำนักข้ารู้สึกว่าโอสถได้กระจายไปทั่วร่างแล้วจริงๆ!” หลี่เพียวหยางเอ่ยตอบหลินหนาน เขาแทบอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ก็ไร้ซึ่งน้ำตาหลิงหยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า “ข้าให้เจ้ายืมกระบี่ ทดลองร่ายรำต่อหน้ากระจกดีหรือไม่”