ตอนที่ 1203
บทที่ 1635 ฉินจิวยื่อโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
October 22, 2026
บทที่ 1635 ฉินจิวยื่อโกรธเกรี้ยวอย่างมาก หากจำเป็นเจ้าสามารถลงมือสังหารนางได้เลย.. ความจริงแล้วฉินจิวยื่อต้องการบอกหลิงหยุนเช่นนี้ แต่เพราะหนิงหลิงยู่เป็นลูกในไส้ของนาง และในเวลาที่จิตใจเจ็บปวดเช่นนี้ จึงยากที่นางจะเอ่ยประโยคเหล่านี้ออกจากปากได้ หลิงหยุนเองก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่นางฉินจิวยื่อต้องการสื่อนางมอบอำนาจในการกำหนดชะตากรรมของหนิงหลิงยู่ไว้ในมือของเขา เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกกังวลใจ ด้วยเหตุนี้หลิงหยุนจึงได้ลุกขึ้นยืน และหันหน้าไปทางฉินจิวยื่อผู้เป็นมารดา ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของนางแน่นิ่ง จากนั้น ทั้งคู่ต่างก็ยิ้มให้กันอย่างมั่นอกมั่นใจ “ท่านแม่กล่าวหนักเกินไปได้โปรดวางใจ ข้าจะมิทำให้เรื่องราวต้องไปถึงจุดนั้นเป็นแน่!” “แต่ก่อนที่ข้าจะออกเดินทางข้ามีคำขอเล็กน้อย ท่านแม่ได้โปรดอนุญาตให้ข้าเป็นกรณีพิเศษด้วยเถิด!” เวลานี้ฉินจิวยื่อที่เฝ้าเป็นกังวลมานานหลายวัน หลังจากที่ได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับหายนะที่เกิดขึ้นกับสำนักต่างๆ บนเทือกเขาคุนหลุน ท้ายที่สุด ต้องตัดสินใจมอบชะตากรรมของหนิงหลิงยู่ผู้เป็นบุตรสาว ให้อยู่ในเงื้อมือของหลิงหยุน หลังจากเอ่ยออกไปแล้ว น้ำตาของนางก็ได้ร่วงริน หยดลงพื้นประหนึ่งไข่มุกที่แตกสลาย แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจและได้ยินคำพูดปลอบประโลมจากหลิงหยุนผู้เป็นบุตรชาย ฉินจิวยื่อจึงได้รู้สึกโล่งอกขึ้นบ้าง หาใช่เพราะฉินจิวยื่อมีจิตใจที่แข็งแกร่งหรือหนักแน่นแต่อย่างใดไม่ แต่เป็นเพราะนางได้เห็นความแข็งแกร่ง และความสามารถในการต่อสู้ของหลิงหยุนกับตาตัวเอง เมื่อครั้งที่หลิงหยุนบุกเข้าไปช่วยนางที่สำนักกระบี่เทียนซาน ในเมื่อหลิงหยุนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ นางจะไม่เชื่อคำพูดของเขาได้อย่างไรกันเล่า ดังนั้นเมื่อนางได้ยินว่าหลิงหยุนมีคำขอเล็กน้อย นางจึงอดที่ยิ้มออกมาไม่ได้ และตอบหลิงหยุนกลับไปว่า “เด็กโง่!แม้แต่ชีวิตของหลิงยู่ข้าก็มอบให้เจ้าไปแล้ว ยังจะมีคำขอใดที่หนักหนากว่านี้อีกเล่า เอาล่ะ เจ้ามีคำขอใดก็ว่ามาเถิด..” หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่จากนั้นจึงยกมือขึ้นเกาศรีษะ พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน “ท่านแม่..หากคืนนี้ข้ากับหลิงยู่เผชิญหน้ากัน แน่นอนว่าต้องเป็นการต่อสู้ปะทะกันอย่างรุนแรง ในเวลานี้ จิตวิญญาณในร่างก็เป็นจิตวิญญาณของเทพธิดาองค์นั้น แน่นอนว่าคงแทบหาข้อบกพร่องของนางไม่ได้..” ฉินจิวยื่อได้แต่พยักหน้าพร้อมตอบกลับไปว่า “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่ แล้วอย่างไรต่องั้นรึ” “อารมณ์ความรู้สึกและความโกรธเกรี้ยว..” “เป็นเพราะนางจะเป็นเทพธิดาเป็นเพราะนางไม่แยแสต่อโลก ข้าจึงจำเป็นต้องหาหนทางปลุกความโกรธในใจของนาง และจะยิ่งดีที่สุด หากสามารถทำให้นางสูญเสียการควบคุมทางอารมณ์ได้ ถึงเวลานั้น ข้าอาจมีโอกาสได้ผู้ช่วยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนในทันที..” “ช่างเป็นวิธีที่ดีเยี่ยม!หยุนเอ๋อ เจ้าช่างเฉลียวฉลาดนัก!” หลังจากได้ฟังแผนการของหลิงหยุนฉินจิวยื่อถึงกับเอ่ยชมออกมา พร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาชื่นชม แต่แล้วนางก็อดที่จะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยไม่ได้ “หยุนเอ๋อเมื่อครู่เจ้าบอกว่า อาจได้ผู้ช่วยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน มันหมายความเช่นใดกัน” “ข้าหมายถึงหลิงยู่อย่างไรเล่าท่านแม่!” หลิงหยุนอธิบายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ท่านแม่อย่าลืมว่า ภายในร่างนั้นมีจิตวิญญาณอยู่สองดวง ไม่ว่าจิตวิญญาณของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแข็งแกร่งเพียงใด จิตวิญญาณของอีกฝ่ายก็จะอยู่ในระดับเดียวกัน ตราบใดที่จิตวิญญาณของเทพธิดาองค์นั้นสูญเสียการควบคุม หลิงยู่ย่อมมีโอกาสที่จะสะกัดกั้นจิตวิญญาณของนางไว้ได้เช่นกัน..”ฉินจิวยื่อถึงกับนิ่งไปด้วยความตกตะลึงและต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าที่นางจะรวบรวมสติได้ นางถึงกับยิ้มออกมาพร้อมกับปรบมือ และร้องอุทานเสียงดัง“ข้าเข้าใจแล้ว!”“หยุนเอ๋อรีบบอกข้ามาเร็วเข้า เจ้าจะใช้วิธีใดยั่วยุอารมณ์ของนาง”“เอ่อ..”หลิงหยุนถึงกับอ้ำอึ้งมิกล้าเอ่ยตอบ..“พูด!”ดวงตาคู่งามของฉินจิวยื่อจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหลิงยุน พร้อมกับร้องตะโกนสั่งเสียงห้วน “นางเป็นถึงเทพธิดาสิ่งที่จะทำให้นางขุ่นเคืองใจได้มากที่สุด คงจะไม่พ้นการถูกลวนลามทำให้ได้รับความอับอาย ข้ามั่นใจว่าวิธีนี้ต้องได้ผลอย่างแน่นอน..”ในที่สุดหลิงหยุนจำต้องเอ่ยบอกแผนการภายในใจออกไปให้ฉินจิวยื่อล่วงรู้“เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้เองหรอกรึ”หลังจากรอฟังว่าจะมีแผนใดต่อหรือไม่แต่หลิงหยุนกลับยังคงนิ่งเงียบ ฉินจิวยื่อจึงได้แต่เอ่ยถามด้วยสีหน้างุนงง“หยุนเอ๋อ..นี่เป็นการการต่อสู้ด้วยจิตวิทยา ข้าเองเข้าใจดี เพียงแต่.. หลังจากเจ้าทำให้นางได้รับความอับอายแล้ว จากนั้นเล่า เจ้าคิดจะทำเช่นใดหลังเหตุการณ์ทั้งหมดสิ้นสุดลง”หลิงหยุนได้แต่ยิ้มกระอักกระอ่วนก่อนจะตอบกลับไปว่า “จะให้ข้าทำเช่นใดได้ท่านแม่ นางเป็นน้องสาวของข้า..”“ท่านแม่ท่านตอบข้ามาก่อนว่า ท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับวิธีของข้า”ฉินจิวยื่อยกมือขึ้นตบบ่าหลิงหยุนอย่างแรงพร้อมกับเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงดุดัน “เจ้าเด็กแสบ ขืนเจ้ายังแสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อต่อไป ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งเดี๋ยวนี้ล่ะ!”“….”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่าแม่ทำร้ายลูกเช่นนี้ ข้ายังจะทำอะไรได้อีกเล่าแต่หากนางลงมือทำร้ายเขาจริงๆเขาเกรงว่านางจะเจ็บมือเสียเปล่าๆ และเวลานี้ ฉินจิวยื่อก็กำลังกระหน่ำฟาดฝ่ามือลงไปบนร่างของหลิงหยุน หลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเหนื่อยหอบ แล้วจึงเอ่ยถามออกไปว่า“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงทุบตีเจ้า”“หากท่านแม่อยากจะทุบตีข้าเหตุใดข้ายังต้องถามหาเหตุผลอีกเล่า” หลิงหยุนเอ่ยตอบไปตามความจริง“นี่เจ้าจะยั่วโมโหข้าพอหรือยังหยุนเอ๋อ”