ตอนที่ 237
บทที่ 540 : ในคืนที่หลิงหยุนตาย!
October 22, 2026
บทที่ 540 : ในคืนที่หลิงหยุนตาย! “ถ้า.. ถ้าคุณกล้าฆ่าฉัน ตำรวจจะไม่ปล่อยคุณไว้แน่!” หลัวเอ้อเฟิงนั้นไม่ได้สนใจสามีที่ตายเป็นผีไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอเป็นห่วงก็คือเรื่องเงินที่เหลืออยู่ในบัญชีของหวังเล่ยเท่านั้น หากเธอพูดออกไปว่ามันคือเงินค่าจ้างในการจ้างวานฆ่า เธอก็อาจจะไม่ได้ใช้เงินก้อนนั้น เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมตายเพื่อผู้ชาย และปล่อยให้แร้งจิกกินซากศพ.. หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับถอนใจเล็กน้อย เขามองหลัวเอ้อเฟิงด้วยความสมเพช “คุณลองคิดดูให้ดี.. คุณถูกกักตัวไว้กว่าหนึ่งเดือน มีตำรวจที่ใหนออกตามหาตัวคุณ? อ่อ.. ผมลืมบอกไป คุณกับหลี่กังเป็นเพื่อนกันใช่มั๊ย? ตำรวจกำลังจะพาตัวเขามาให้ผมที่นี่!” หลัวเอ้อเฟิงได้ฟังถึงกับอึ้งไป ใบหน้าของเธอซีดขาวกว่าเดิม และรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั่วทั้งตัว ความหวาดกลัวเริ่มครอบงำเธอมากขึ้น หลิงหยุนผายมือออกพร้อมกับพูดต่อว่า “ต่อให้คุณไม่พูด.. ผมเชื่อว่าหลี่กังก็จะพูดเรื่องนี้ออกมาจนหมดอย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็จะต้องตาย! คุณเลือกเอาเองว่า.. จะเลือกบอกความจริงกับผมแล้วกลับไปมีชีวิตต่อ หรือว่าจะเลือกจบชีวิตตัวเอง ผมจะไม่บังคับ..” หลิงหยุนบอกหลัวเอ้อเฟิงด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ หลัวเอ้อเฟิงไม่มีทางเลือกอื่น เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกมาอย่างหวาดกลัว.. “คุณ.. แล้วคุณจะยึดเงินของฉันมั๊ย?” ประกายตาของหลิงหยุนวูบขึ้นมาเล็กน้อย เขายกมือขึ้นชี้ไปที่เพดานพร้อมกับพูดขึ้นว่า “คุณคิดว่าบ้านของผมราคาเท่าไหร่? คุณคิดว่าคนอย่างผมอยากได้เศษเงินของคุณงั้นเหรอ?” แต่ความจริงแล้ว.. ด้วยอุปนิสัยของหลิงหยุน หากคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นผู้ชาย หลิงหยุนคงไม่ลังเลที่จะบีบบังคับเอาเงินในบัญชีมาอย่างแน่นอน หลัวเอ้อเฟิงได้ประสบความทุกข์จากการสูญเสียสามีไปแล้ว หลิงหยุนจึงไม่ต้องการที่จะบีบบังคับเอาเงินจากหญิงหม้ายผู้นี้ หลัวเอ้อเฟิงเงยหน้าขึ้นมองตามนิ้วของหลิงหยุน จากนั้นจึงตอบไปว่า “ได้.. ฉันยอมเล่าแล้ว!” “ค่อยๆเล่า.. เล่าให้ละเอียดที่สุดเท่าที่คุณรู้ หลังจากเล่าจบ คุณก็สามารถออกไปจากที่นี่ได้” หลิงหยุนผายมือไปที่โซฟาตรงข้ามเป็นการเชื้อเชิญให้หลัวเอ้อเฟิงนั่งลงแล้วค่อยเล่า แต่หลัวเอ้อเฟิงกลับไม่ยอมนั่ง และเลือกที่จะยืนเล่าอยู่อย่างนั้น ปรากฏว่าหวังเล่ยเป็นพนักงานขับรถส่งของจริงๆ แต่น่าเสียดายที่หลายปีมานี้เขาได้กลายเป็นผีพนัน. เนื่องจากหวังเล่ยติดการพนันอย่างหนัก เขาเข้ามาทำงานในเมืองกว่าสิบปีแล้ว ไม่เพียงไม่สามารถเก็บเงินได้แม้แต่หยวนเดียว แต่ยังสูญเสียทรัพทย์สินที่เคยมี และเป็นหนี้อีกกว่าหนึ่งแสนหยวน เจ้าหนี้บีบบังคับให้เขาชำระหนี้อยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่หวังเล่ยก็ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ เขาจึงถูกลากไปซ้อมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งจนกระทั่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมของปีนี้ จู่ๆก็มีคนมาหาเขาพร้อมกับเสนอเงินค่าจ้างห้าล้านหยวนให้เขาทำงานบางอย่าง และทันทีที่เขาตอบตกลง เขาก็จะได้รับเงินก้อนแรกเป็นจำนวนหนึ่งล้านหยวนทันทีสำหรับหวังเล่ยแล้ว.. เงินจำนวนนี้ไม่ต่างจากเนื้อชิ้นใหญ่ และเขาก็รู้ดีว่างานที่เขาต้องทำแลกกับเงินค่าจ้างนั้นต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ แต่เพราะหวังเล่ยร้อนเงินมากในเวลานั้น และจำนวนเงินค่าจ้างที่มากมายนี้ ก็จะสามารถช่วยชีวิตของเขาไว้ได้ หวังเล่ยจึงรับปากทันทีโดยแทบไม่ต้องคิดและก็เป็นอย่างที่หวังเล่ยคิดไว้จริงๆ ทันทีที่เขาตอบตกลงรับงาน ชายผู้นั้นก็สั่งให้เขาลงมือฆ่าเด็กนักเรียนมัธยมคนหนึ่งซึ่งก็คือหลิงหยุนนั่นเอง!เมื่อหวังเล่ยได้ยินว่าเขาต้องไปฆ่าคน.. ถึงแม้ในใจจะค่อนข้างหวาดกลัว แต่ก็ยากที่จะต้านทานความต้องการเงินจำนวนห้าล้านได้ อีกทั้งผู้จ้างวานนั้นก็ได้บอกกับเขาว่า หากถูกจับได้ ก็ให้บอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ และให้เขามอบเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้ตายไปหนึ่งล้าน และตัวเขาเองก็จะยังเหลือค่าจ้างอีกถึงสี่ล้านหยวนหวังเล่ยไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบตอบบตกลงทันที และในวันรุ่งขึ้นก็มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของเขาหนึ่งล้านหยวนหวังเล่ยรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขาได้แต่คิดว่าเหตุใดจึงหาเงินได้ง่ายดายเช่นนี้ หวังเล่ยรีบถอนเงินจำนวนสองแสนไปใช้หนี้ทันที และได้มอบให้หลี่กังห้าหมื่นเป็นค่าจ้างสำหรับช่วยเขาในการลงมือฆ่าหลังจากที่วางแผนทุกอย่างแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการลงมือทำ!ตามแผนการที่วางไว้นั้น.. หวังเล่ยตั้งใจจะลงมือฆ่าหลิงหยุนในคืนวันที่ 26 มีนาคม แต่โชคร้ายที่คืนนั้นหลิงหยุนอยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ตลอดทั้งคืน และหลี่กังเองก็ต้องนั่งอยู่ที่ร้านนั่นแทบทั้งคืนเช่นกันในเมื่อหลิงหยุนไม่ออกมาจากร้าน หวังเล่ยก็ไม่สามารถลงมือได้ ดังนั้นฆาตกรทั้งสองคนจึงได้แต่รอคอยโอกาสต่อไป..แต่พวกเขาก็ไม่ต้องรอนานมากนัก เพราะในที่สุดคืนถัดไปหลิงหยุนก็ออกจากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เพื่อกลับไปที่โรงเรียนกลางดึก หลี่กังจึงรีบไปจ่ายเงิน และเดินตามหลิงหยุนไปห่างๆในเวลาเดียวกันนั้นเอง หวังเล่ยเองก็ได้จอดรถพ่วงขนหินรอหลิงหยุนอยู่ที่ข้างถนนแล้วระหว่างที่หลิงหยุนขับรถจักรยานไปจนเกือบถึงสี่แยกนั้น หลี่กังก็ได้โทรหาหวังเล่ยและบอกกับเขาว่า“มันออกไปแล้ว.. ลงมือได้เลย!”เมื่อนึกถึงเงินจำนวนสี่ล้านที่จะได้รับ เลือดในตัวหวังเล่ยก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที เขาโยนโทรศัพท์ไว้ข้างตัว และจัดการสตาร์ทรถพ่วงแล้วขับออกไปทันที หวังเล่ยเร่งเครื่องเต็มที่ก่อนจะพุ่งชนหลิงหยุนที่ขี่จักรยานอยู่จนลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ และกระเด็นออกไปไกลถึงสิบเมตร จากนั้นเขาก็ขับรถพ่วงจนหายลับไปจากบริเวณที่เกิดเหตุและนี่คือจุดเริ่มต้น! หวังเล่ยเป็นเพียงแค่ฟันเฟืองเล็กๆชิ้นหนึ่งเท่านั้น เฉินเซินที่ชื่นชอบและสนุกกับการฆ่า ได้สั่งให้หวังเล่ยขับตามไปบดขยี้ร่างของหลิงหยุนให้เละกว่านี้ แต่หวังเล่ยไม่ยอมทำตามไม่เช่นนั้น.. หลิงหยุนคงต้องไม่ต่างจากดินโคลนหลังจากถูกรถพ่วงบดขยี้อย่างแน่นอน แทบไม่ต้องพูดถึงหลิงหยุน ต่อให้ร่างทำจากทองคำก็ยากที่จะมีชีวิตรอดออกมาได้หลังจากนั้น.. หวังเล่ยก็ขับรถไปจอดอยู่แถวชานเมือง และจัดการทำความสะอาดคราบเลือดที่ติดอยู่ด้านหน้าออกจนหมด แล้วส่งรถกลับคืนบริษัทอย่างไม่มีปัญหาอะไรหลังจากที่หวังเล่ยขับรถชนหลิงหยุนแล้ว เขาก็ไปตามสถานที่ที่นัดกันไว้เพื่อรับเงินค่างจ้างที่เหลืออีกสี่ล้านแต่กลับคิดไม่ถึงว่า.. ไม่เพียงเขาจะไม่ได้รับค่าจ้างที่เหลือ แต่ยังถูกอีกฝ่ายรัดคอจนตาย และจับเขาโยนลงไปในคูน้ำ ร่างของหวังเล่ยจมอยู่ในคูน้ำกว่าสามอาทิตย์ แต่ก็ถูกกู้ขึ้นมาได้โดยไม่ตั้งใจในคืนวันที่ 27 มีนาคม หลังจากหวังเล่ยฆ่าหลิงหยุน เขาก็ถูกฆ่าปิดปากอีกที!