ตอนที่ 236
ตอนที่ 539
October 22, 2026
บทที่ 539 : สืบหาเบาะแสเพิ่มเติม! หลิงหยุนรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที และเมื่อเขาส่องกระจกก็พบรอยฟันที่คอของตนเอง หลิงหยุนได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มออกมา จากนั้นจึงเรียกยันต์บำบัดออกมาปิดที่ลำคอ และรอยฟันเมื่อครู่ก็หายไปในพริบตา และทุกอย่างก็กลับสู่สภาพเดิม คลินิกสามัญชนของหลิงหยุนใกล้จะเปิดให้บริการแล้ว และเมื่อถึงตอนนั้น ไม่ว่าคนไข้จะได้รับบาดเจ็บอะไรมา ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลจากของมีคม แผลไฟไหม้ หรือแม้แต่บาดแผลขนาดเท่าฝ่ามือ ยันต์บำบัดของหลิงหยุนก็สามารถรักษาให้หายได้ในทันทีโดยไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้เลยแม้แต่นิดเดียว และสำหรับรอยฟันเล็กน้อยเท่านี้ จึงเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าง่ายสำหรับเขา! หลิงหยุนไม่ได้มีความกังวลใดๆเลยแม้แต่น้อย เพราะตราบใดที่เขายังมีพลังชีวิต ยันต์บำบัดพื้นๆเช่นนี้ เขาจะสามารถปลุกเสกเมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้ในทันที ใหนๆก็เข้าไปในห้องน้ำแล้ว หลิงหยุนจึงถือโอกาสถอดเสื้อผ้าอาบน้ำเพื่อให้สบายเนื้อสบายตัว แล้วจัดการสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เดินออกมาจากห้องน้ำไปอย่างสดชื่น “ถังเมิ่งล่ะ?” หลิงหยุนเห็นตี้เสี่ยวอู๋นั่งอยู่ในห้องรับแขกเพียงลำพัง จึงร้องถามขึ้น.. ตาที่คมเหมือนเหยี่ยวของตี้เสี่ยวอู๋เป็นประกายขึ้นมาทันทีขณะที่พูดกับหลิงหยุน “พี่หยุน.. ตำรวจพาตัวหลี่กังมาถึงเมืองจิงฉูแล้ว ทีมของพี่กังเป็นคนนำตัวมาเอง ถังเมิ่งจึงต้องออกไปรับด้วยตัวเอง” หลิงหยุนนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย และถามขึ้นว่า “แล้วอีกคนล่ะ?” ตี้เสี่ยวอู๋รู้ดีว่าหลิงหยุนกำลังถามถึงภรรยาลของหวังเล่ย เขาจึงรีบตอบไปว่า “ฉันโทรสั่งพี่น้องแก๊งมังกรเขียวแล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังไปพาตัวหลัวเอ้อเฟิงมาที่นี่ อีกไม่นานก็คงจะถึง..” ตั้งแต่มีน้องชายของเขาสองคนนี้ หลิงหยุนก็สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจพร้อมกับพูดกับตี้เสี่ยวอู๋ว่า “เสี่ยวอู๋.. ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว นับว่าการฝึกฝนของนายรุดหน้าได้รวดเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้มาก!” เมื่อตี้เสี่ยวอู๋ได้รับคำชมจากหลิงหยุน เขาก็ได้แต่เกาศรีษะด้วยความเก้อเขินพร้อมกับตอบไปว่า “ยังไงก็เทียบพี่หยุนไม่ได้! น่าเสียดายที่ฉันยังช่วยอะไรพี่ไม่ได้เลย..” การที่ตี้เสี่ยวอู๋ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนอย่างหนักนั้น ก็เพื่อให้ตนเองมีความสามารถพอที่จะได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับหลิงหยุน และทุกครั้งที่เขาคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็ได้แต่นึกโกรธตัวเอง หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมา “การฝึกฝนก็เป็นเรื่องหนึ่ง.. นายไม่ต้องกังวลหรือร้อนใจไป! สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของจิตใจ การที่นายสามารถฝึกดาราคุ้มกายจนเข้าสู่ระดับย่อยสี่ได้นั้น นับว่าฉันมองคนไม่ผิดเลยจริงๆ!” “แต่เท่าที่ฉันสังเกตุ.. พื้นฐานกำลังภายในของนายยังไม่เสถียร และไม่มั่นคงนัก ต่อไปอีกไม่นาน.. นายจะต้องสร้างรากฐานให้มั่นคงกว่านี้ รอให้ฉันจัดการธุระให้เสร็จเสียก่อน แล้วฉันจะสอนวิชาให้กับนายเอง!” เมื่อตี้เสี่ยวอู๋ได้ยินเช่นนั้น เขาก็ถึงกับกระโดดตัวลอยจากโซฟา และร้องตะโกนถามหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้น“จริงเหรอพี่หยุน!?”วันที่ตี้เสี่ยวอู๋รอคอยนั้นคงจะไม่นานเกินหวัง..ความจริงแล้ว ก่อนที่ตี้เสี่ยวอู๋จะมาอยู่กับหลิงหยุนนั้น เขาก็ได้ผู้คุ้มกันที่ลึกลับของหลงคุนสองคนรวมทั้งตัวหลงคุนเอง ช่วยชี้แนะเรื่องการฝึกฝนให้บ้าง จนในตอนนั้นตี้เสี่ยวอู๋สามารถฝึกฝนจนเกือบเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-2 ได้แล้วการที่ตี้เสี่ยวอู๋ฝึกฝนตามคำแนะนำของหลงคุนและผู้คุ้มกันทั้งสองนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพียงแต่ในความคิดของหลิงหยุน วิชาพวกนั้นไม่ต่างจากของเด็กเล่น เขาจึงไม่เห็นมันอยู่ในสายตา และได้จัดการใช้เข็มทองทำลายวิชาเหล่านั้นจนหมด และได้สร้างร่างกายของตี้เสี่ยวอู๋ขึ้นมาใหม่เพื่อให้เริ่มฝึกฝนใหม่อีกครั้งต่อมาในคืนวันเทศกาลเชงเม้ง ด้วยความร่วมมือจากพู่กันจักรพรรดิที่ได้ถ่ายเทพลังอมตะออกมาให้ ทำให้กำลังภายในของหลิงหยุนเข้าสู่ขั้นพลังชี่-9 หลิงหยุนเองก็ไม่ยอมปล่อยให้โอกาสดีๆเช่นนี้เสียเปล่า เขาจัดการชำระล้างร่างกายให้กับทุกคนจนราวกับได้ร่างที่เกิดใหม่ จากนั้นจึงถ่ายเทพลังอมตะลงไปร่างกายของพวกเขาตี้เสี่ยวอู๋ก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลประโยชน์ในครั้งนั้น หลังจากผ่านการเกิดใหม่ถึงสองครั้งสองครา เขาก็สามารถฝึกดาราคุ้มกายเข้าสู่ระดับย่อยสี่ได้ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือน ดังนั้นหากตี้เสี่ยวอู๋โคจรดาราคุ้มกาย มีดและปืนก็ยากที่จะทำอันตรายเขาได้วิชาดาราคุ้มกายนั้นเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายด้วยการดูดซับเอาพลังสุริยะ พลังจันทรา และพลังดวงดาวเข้าไปในร่างกาย และเมื่อระดับขั้นก้าวหน้า ร่างกายของคนผู้นั้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นไปตามลำดับ และมีความสามารถในการต้านทานที่แกร่งมากขึ้นหลังจากผ่านประสบการณ์การฝึกฝนอย่างหนักมาแล้ว ตี้เสี่ยวอู๋นับได้ว่าแข็งแกร่งขึ้นมาก เขาตั้งหน้าตั้งตารอคอยอยู่ทุกวันทุกคืนว่าเมื่อไหร่หลิงหยุนจะสอนวิชาให้กับเขา และเมื่อหลิงหยุนเป็นผู้เอ่ยปากว่าเขาพร้อมจะสอนให้แล้ว จะไม่ให้ตี้เสี่ยวอู๋ตื่นเต้นได้อย่างไรกัน?“จริงสิ! รอให้ผ่านวันหยุดสัปดาห์นี้ไปก่อน ฉันจะเริ่มสอนให้นายหลังจากเปิดคลินิกแล้ว!” หลิงหยนุตอบยิ้มๆหลังจากการสอบเอนทรานซ์ หลิงหยุนจะต้องเดินทางออกจากเมืองจิงฉู เขายังมีอีกหลายคนที่ต้องปกป้องดูแล และตี้เสี่ยวอู๋นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่เขาจะเลือกมาทำหน้าที่แทนตนเอง“ขอบคุณพี่หยุน..”ตี้เสี่ยวอู๋กระโดดขึ้นกระโดดลงด้วยความดีใจพร้อมกับร้องขอบคุณหลิงหยุน..ผ่านไปครึ่งชั่วโมง.. คนของแก๊งมังกรเขียวก็พาภรรยาของหวังเล่ย – หลัวเอ้อเฟิง มาที่บ้านเลขที่-1 และในที่สุดหลิงหยุนก็ได้พบหญิงสาวคนนี้อีกครั้ง!ครั้งแรกที่หลิงหยุนเห็นหลัวเอ้อเฟิงนั้น เขาพบเธอจากข่าวในขณะที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่บนห้องพักของกงเสี่ยวลู่หลัวเอ้อเฟิงน่าจะอายุมากกว่าสามสิบปี ความสูงของเธอนั้นก็อยู่ในระดับเฉลี่ยเหมือนกับคนทั่วไป หน้าตาขี้เหร่ ผิวพรรณก็หยาบกร้าน แต่สิ่งที่สะดุดตาผู้คนมากที่สุดบนใบหน้าของเธอนั้นก็คือปากที่กว้าง และริมฝีปากที่หนา เธอเขียนคิ้ว ทาปาก และแต่งตัวค่อนข้างทันสมัยตามแฟชั่น แต่ดูท่าทางดุร้าย“คุณจับฉันมาที่นี่ทำไม? คอยดูนะ.. ฉันจะฟ้องร้องพวกคุณให้หมดทุกคน?”หลัวเอ้อเฟิงเดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทางตื่นตกใจ แต่เมื่อพบกับร่างสูงใหญ่ราวกับตึกของตี้เสี่ยวอู๋ เธอก็ถึงกับตกใจจนพูดอะไรไม่ออกอีก จากนั้นจึงค่อยๆหันไปมองหลิงหยุน และแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก