ตอนที่ 239
บทที่ 542 : กล้องวงจรปิด!
October 22, 2026
บทที่ 542 : กล้องวงจรปิด! ถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋เข้าไปในห้องรับแขก.. หลิงหยุนถามถังเมิ่งทันที “ปกติตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่จะมีกล้องวงจรปิดมั๊ย?” ถังเมิ่งตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “ถ้าไม่ใช่ร้านอินเทอร์เน็ตเถื่อนส่วนใหญ่ก็จะมีนะ” “เยี่ยม!” หลิงหยุนดีใจอย่างมาก เขาก้มลงกระชากตัวหลี่กังขึ้นจากพื้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว และบอกกับทั้งสองคนว่า “ฉันจะออกไปข้างนอก!” หลิงหยุนส่งกระแสจิตบอกตี้เสี่ยวอู๋กับถังเมิ่งว่าหลัวเอ้อเฟิงซ่อนอยู่ในห้องฟิตเนส และเขาจะกลับมาจัดการกับเธอเอง จากนั้นก็พาหลี่กังออกไปข้างนอก เมื่อไปถึงรถแลนด์โรเวอร์ หลิงหยุนก็จับหลี่กังโยนเข้าไปที่นั่งข้างคนขับ จากนั้นตัวเขาเองก็เดินขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ และเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเย็นเป็นเวลาที่รถราค่อนข้างพลุกพล่าน หลังจากที่ออกพ้นหน้าหมู่บ้าน หลิงหยุนก็ต้องเผชิญกับสภาพรถติดอย่างหนัก รถบนถนนเคลื่อนไปได้อย่างเชื่องช้าราวกับเต่า แต่หลิงหยุนเองก็ไม่ได้รีบร้อนมากนัก ระยะทางเพียงแค่สิบกิโลเมตร แต่หลิงหยุนกลับใช้เวลาเดินทางไปเกือบหนึ่งชั่วโมง และท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม สี่แยกที่หลิงหยุนถูกรถชนนั้นอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมจิงฉูไปไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร และตอนนี้รถบนถนนก็เริ่มเบาบางลงมากแล้ว “พวกแกขับรถชนเขาที่ใหน?” หลิงหยุนจอดรถและถามหลี่กังที่นั่งอยู่ข้างๆโดยไม่หันไปมอง หลี่กังที่กำลังเจ็บปวดอย่างมากยกมือขึ้นชี้ไปด้านหน้าซึ่งอยู่ห่างไปราวเจ็ดหรือแปดเมตรพร้อมกับตอบว่า “ตรงนั้น..” หลิงหยุนพยักหน้าและถามต่อว่า “แล้วตอนนั้นรถ Audi Q7 จอดอยู่ที่ใหน?” หลี่กังหันหน้ามองออกไปด้านนอกพร้อมกับชี้ไปยังข้างทางที่อยู่ห่างไปราวสองร้อยเมต “จอดอยู่ตรงนั้น.. หลังจากที่หวังเล่ยขับรถชนเด็กนั่นแล้ว รถนั่นก็ขับหายไปอย่างรวดเร็ว..” “แล้วร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่แกบอกนั่นอยู่ที่ใหน?” หลิงหยุนถามหลี่กังต่อ หลี่กังยกมือขึ้นชี้ไปทางด้านหน้า “จากสี่แยกนี้เดินตรงขึ้นไปราวสี่ร้อยเมตร ร้านจะอยู่ซ้ายมือ..” ทันทีที่ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว หลิงหยุนก็เหยียบคันเร่งอย่างไม่ลังเล และในไม่ช้ารถของเขาก็แล่นไปจอดอยู่ที่หน้าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่หลี่กังพูดถึง “ลงมา!” หลิงหยุนจอดพร้อมกับออกคำสั่ง หลี่กังมองไปที่ขาทั้งสองข้างของตนเองพร้อมกับคร่ำครวญออกมาว่า “ฉัน.. ฉันเดินไม่ไหว..” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “ถ้าแกทำตัวดี ฉันก็จะไว้ชีวิตแก! แต่ถ้าไม่.. รับรองว่าฉันจะให้แกได้ตายอย่างทรมานแน่!” ใบหน้าของหลี่กังซีดเผือด และได้แต่กัดฟันเดินลงจากรถ หลังจากที่ลงจากรถแล้ว หลี่กังยังต้องยืนอยู่ครู่หนึ่งเพื่อให้ขาของเขาหายสั่น เข็มใหญ่ยาวสองเล่มยังปักคาอยู่ที่น่องของเขา ทุกครั้งที่เขายืดตัวตรง ก็จะรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปหมด แต่ก็ต้องอดทนกับความเจ็บปวดทรมานนี้ต่อไป หลิงหยุนเดินลงจากรถ และพาหลี่กังเข้าไปในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แห่งนี้มีสองชั้นเท่านั้น ชั้นล่างมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ราวร้อยเครื่องได้ และเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อสอบถาม และชำระเงินก็อยู่ทางด้านซ้ายห่างจากประตูไปราวสามเมตร จากนั้นจึงจะเป็นห้องคอมพิวเตอร์ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงที่ผู้คนจะมาใช้บริการกันอย่างแน่นหนา ภายในห้องจึงมีคนอยู่บางตา ดูเหมือนจะมีลูกค้าอยู่เพียงสามสิบคนเท่านั้น และส่วนใหญ่ก็กำลังเล่นเกมออนไลน์อยู่ มีเพียงส่วนน้อยที่นั่งดูหนัง หรือนั่งคุยแชทผ่านอินเทอร์เน็ต“ต้องการเช่าเครื่องใช่มั๊ยคะ?”เมื่อหญิงสาวที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์เห็นหลิงหยุนกับหลี่กังเดินเข้ามาในร้าน จึงร้องถามอย่างสุภาพหญิงสาวผู้นี้ดูเหมือนจะอายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี รูปร่างสูงปานกลาง ผมสั้น แม้รูปร่างหน้าตาของเธอจะไม่โดดเด่น แต่ดวงตาคู่นั้นของเธอกลับเป็นประกายสดใส เธอจ้องมองหลิงหยุนที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับคิดว่าชายหนุ่มคนนี้ช่างคุ้นหน้าเหลือเกิน“เดี๋ยวผมจะมาคุย..”หลิงหยุนตอบพร้อมกับลากแขนของหลี่กังให้เดินเข้าไปนั่งในห้องคอมพิวเตอร์ เขาจับหลี่กังนั่งที่โต๊ะแถวแรก และสำรวจไปรอบๆห้องก่อนจะถามขึ้นว่า“วันนั้นแกนั่งอยู่ตรงใหน?”หลี่กังชี้ไปยังโต๊ะคอมพิวเตอร์แถวที่สองใกล้กับทางเดิน “ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งสองคืน..”หลิงหยุนเดินตรงไปยังแถวที่หลี่กังบอก จากนั้นจึงหันหน้าไปมองทางเคาน์เตอร์ และพบว่าตำแหน่งที่หลี่กังนั่งนั้น สามารถมองเห็นเคาน์เตอร์ได้อย่างชัดเจน“แล้วสองคนนั้นนั่งตรงใหน?” หลิงหยุนถามต่อหลี่กังชี้ไปทางด้านซ้ายของทางเดินและพูดขึ้นว่า “คนที่ดูแข็งแรงมากและสวมเสื้อสูทนั่งอยู่แถวที่สองถัดจากฉัน แต่มีทางเดินนี้ขั้นไว้”“อีกคนล่ะ?”หลี่กังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันจำอีกคนไม่ค่อยได้ เพราะเขาดูไม่โดดเด่นจากคนธรรมดามาก จึงไม่ค่อยดึงดูดความสนใจของคนอื่นมากนัก แต่เขาก็ไม่ลุกไปใหนเลย แล้วก็ไม่เปลี่ยนที่ด้วย”“แล้วหลิงหยุนนั่งที่ใหน?”หลี่กังตอบพร้อมกับชี้ไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง “ถ้าไม่นั่งที่เคาน์เตอร์ เขาก็จะมานั่งเล่นเกมที่แถวแรกนี้..”ตอนนี้คอมพิวเตอร์ที่โต๊ะตัวนั้นยังคงปิดอยู่ ยังไม่มีผู้มาใช้บริการ..“เอาล่ะ.. นายออกไปรอในรถก่อน!”หลิงหยุนถามทุกอย่างที่เขาอยากรู้หมดแล้ว เขาจึงพาหลี่กังเดินออกจากร้านอินเทอร์เน็ตกลับไปที่รถ และจัดการโยนร่างของหลี่กังเข้าไปด้านในหลิงหยุนเข้าใจเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุในคืนนั้นเกือบจะทั้งหมดแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือหาภาพวีดีโอจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเมื่อเดือนมีนาคมของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่แห่งนี้!หลิงหยุนรีบกลับไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตอีกครั้ง และตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์พูดกับแคชเชียร์ว่า“คนสวย.. ผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยจะได้มั๊ยครับ?”พูดจบหลิงฟยุนก็ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ให้กับแคชเชียร์สาว..และมันก็ยิ่งกว่าได้ผล.. สาวน้อยผมสั้นจ้องมองลักยิ้มแก้มซ้ายของหลิงหยุนด้วยความงุนงงและหลงใหล เธอยิ้มหวานตอบกลับมา และถามขึ้นว่า