ตอนที่ 243
บทที่ 546 : ย้ายมาอยู่กับหลิงหยุน!
October 22, 2026
บทที่ 546 : ย้ายมาอยู่กับหลิงหยุน! “เซียนเอ๋อ.. เจ้ารีบพรางตัวไว้ก่อน รอจนคนนอกกลับไปแล้วค่อยปรากฏตัวใหม่” หลิงหยุนรู้ดีว่าตอนนี้ในบ้านมีคนนอกอยู่มากมาย เขาจึงหันไปร้องบอกไป๋เซียนเอ๋อ ไป๋เซียนเอ๋อเองก็ไม่ต้องการให้คนเหล่านั้นเห็นนาง และเพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น นางจึงพยักหน้ารับคำสั่งพร้อมกับยิ้มให้หลิงหยุน “ถังเมิ่ง.. นี่นายมัวทำอะไรอยู่? ยังไม่รีบไปช่วยคนอื่นขนของอีก!” หลิงหยุนร้องบอกถังเมิ่งที่ยังคงนั่งเฉย “พี่หยุน.. พี่เองก็ไม่ได้ทำอะไร ทำไมไม่ไปช่วยขนล่ะ?!” ทันทีที่ลงมาจากรถ ขาเรียวยาวสวยงามของเสี่ยวเม่ยหนิงก็วิ่งตรงเข้าไปหาหลิงหยุน พร้อมกับกอดแขนของเขาไว้แน่น และบ่นพึมพำว่า “วันนี้ฉันยุ่งมากเลย..!” หลิงหยุนได้แต่ยิ้มขณะที่ฟังเสี่ยวเม่ยหนิงบ่น.. เหมี่ยวเสี่ยวเหมาที่เพิ่งลงมาจากรถ ได้แต่มองสำรวจไปรอบบ้านด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้ เมื่อครั้งที่หลิงหยุนออกเดินทางไปที่เกาะกลางทะเลนั้น เหมี่ยวเสี่ยวเหมา กับเสี่ยวเม่ยหนิงได้แวะมาที่บ้านของหลิงหยุนหลายครั้งหลายครา และทุกครั้งที่มา เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตที่อยู่ในบริเวณบ้านของหลิงหยุนนั้น มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นจากเดิมทุกครั้งไป การใช้หนอนกู่นั้นเป็นเรื่องของเวทย์มนต์คาถา และการที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาฝึกกำลังภายในนั้น ทำให้เธอสามารถสัมผัสกับพลังชีวิตที่มีอยู่บนโลกใบนี้ได้ และตอนนี้เธอเองก็อยู่ในระดับเริ่มต้นของขั้นโฮ่วเทียน-8 แม้ว่าจะไม่สามารถดูดซับพลังชีวิตนี้ได้โดยตรง แต่ก็สามารถใช้มันได้ผ่านการใช้หนอนกู่ ดังนั้นพลังชีวิตนี้จึงนับว่ามีผลต่อการฝึกฝนของเธออย่างมากเลยทีเดียว ‘น่าอัศจรรย์มาก..! เหตุใดพลังชีวิตที่นี่ถึงได้เข้มข้นกว่าพลังชีวิตในหุบเขาเหมี่ยวซัน นี่มันเข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นของเหลวอยู่แล้ว!’ เหมี่ยวเสี่ยวเหมาทั้งแปลกใจ และตกใจ ในบริเวณชายแดนแถบที่ราบสูงยูนานและกวงซีนั้น เป็นที่รู้กันดีว่าพื้นที่แถบนั้นล้วนเต็มไปด้วยภูเขานับแสนลูก ไม่เพียงมีสถานที่ลี้ลับที่ยังไม่เคยมีผู้คนเข้าไปอีกมากมาย แต่ยังมีพลังชีวิตที่อุดมสมบูรณ์อีกด้วย ตั้งแต่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเกิดมา นางก็ได้ติดตามเหมี่ยวเฟิงหวงไปฝึกวิชาหนอนกู่ และฝึกการใช้พิษตามหุบเขาต่างๆที่มีพลังชีวิตอยู่มากมาย เธอจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับพลังชีวิตนี้อย่างมาก เจ้าดักแด้ทองคำตัวอ้วนที่มีพิษร้ายแรงที่สุด กำลังกระพือปีกใสของมันเพื่อบินลงมากเกาะที่ไหล่ของเหมี่ยวเสี่ยวเหมา แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย มันก็รีบบินหายออกไปทันที ‘ที่นี่มีอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งกว่าเจ้าทองอ้วน..!’ เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเริ่มรู้สึกหวาดกลัว และสัมผัสได้ถึงอันตรายที่เจ้าทองอ้วนรู้สึก เธอจึงคาดเดาว่าน่าจะเป็นสุนัขจิ้งจอกสีขาวที่เธอเคยพบก่อนหน้านี้ อากัปกิริยาของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาอยู่ในสายตาของหลิงหยุนตลอดเวลา เขานึกขบขันอยู่ในใจเมื่อเห็นว่าเจ้าทองอ้วนดูจะหวาดกลัวไป๋เซียนเอ๋อ และนี่เป็นสัญชาติญาณของสัตว์วิญญาณด้วยกันเมื่อสัมผัสได้ว่ามีสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสีนิลมังกรน้อย หรือดักแด้ทองคำอย่างเจ้าทองอ้วน แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นสัตว์วิญญาณที่นับว่าพลังมากในโลกใบนี้ แต่ก็ยังด้อยกว่าสุนัขจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางอย่างเจ้าขาวปุยเมื่อครั้งที่เจ้าสีนิลได้พบกับขาวปุยซึ่งมีหางที่สามงอกมาแล้วนั้น มันก็หวาดกลัวจนต้องหนีไปซ่อนตัวแต่เมื่อใดก็ตามที่เจ้าสีนิลพัฒนาร่างเป็นมังกรจริงๆ และเมื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมันมาถึง เจ้าสีนิลจะเติบโตเป็นมังกรดำที่ทรงพลังระหว่างสวรรค์กับโลกอย่างมากเจ้าทองอ้วนเองก็สามารถพัฒนาร่างได้เช่นกัน และหากมันสามารถเปลี่ยนเป็นตัวไหมครั้งที่เก้าได้สำเร็จ มันก็จะกลายเป็นสัตว์วิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก และจะร้ายกาจกว่าจิ้งจอกสวรรค์เก้าหางอยู่บ้างหลิงหยุนมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจของเหมี่ยวเสี่ยวเหมา แล้วจึงก้าวออกไปทักทาย“สาวสวยยินดีต้อนรับ.. วันนี้คงจะวุ่นวายมากเลยสินะ!”แต่เหมี่ยวเสียวเพียงแค่เหลือบมองหลิงหยุน..“ฮ่า.. ฮ่า.. ดูเหมือนคุณจะห่วงว่าผมจะรังแกหนิงน้อยสินะ?” หลิงหยุนถามพร้อมกับฉีกยิ้มให้“โอ๊ย.. กล่องไม้นี่ใส่อะไรมา? ทำไมถึงได้หนักแบบนี้?”ถังเมิ่งเดินไปที่ท้ายรถเฟอรารี่ และกำลังยกลังไม้สี่เหลี่ยมออกมา ซึ่งเขาเองก็คิดไม่ถึงว่ามันจะหนักถึงเพียงนี้เด็กสาวตัวแสบ – เสี่ยวเม่ยหนิงถึงกับหัวเราะออกมา เธอยิ้มเยาะถังเมิ่งพร้อมกับร้องสั่งว่า“อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ รีบๆยกเข้ามาเร็วเข้า!”จากนั้นเสี่ยวเม่ยหนิงก็แนบริมฝีปากเข้าที่ข้างหูของหลิงหยุนพร้อมกับกระซิบเบาๆ “พี่หลิงหยุน.. ในกล่องนั่นเป็นตำราแพทย์ทั่วไปที่ท่านปู่ให้มา!”หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้ของตนเองสำรวจดูก็รู้ว่า ในลังไม้ใบนั้นเต็มไปด้วยตำราแพทย์มากมายสิ่งของที่เสี่ยวเม่ยหนิงขนมานั้น นอกเหนือจากเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง และตุ๊กตาแล้ว ที่เหลือก็เป็นหนังสือเรียนกับตำราแพทย์ที่ท่านหมอเสี่ยวเคยใช้ศึกษา และนับว่าเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามากอย่างหนึ่งด้วยทักษะทางด้านการแพทย์ของหลิงหยุนในเวลานี้ เขาไม่จำเป็นต้องเรียนรุ้ตำราแพทย์ทั่วไปเหล่านี้แล้ว แต่ก็สามารถอ่านไว้เป็นข้อมูลได้..ตัวยาต่างๆที่ค้นพบและวิจัยออกมานั้นก็เพื่อใช้รักษาความเจ็บป่วยของมวลมนุษย์ ทักษะทางด้านการแพทย์บนโลกใบนี้นั้น แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบเท่ากับความสามารถทางการแพทย์ที่หลิงหยุนมี แต่ตำราแพทย์หลายเล่มนี้ก็ล้วนแล้วแต่ค้นคว้าและเขียนขึ้นโดยปราชญ์ทางด้านการแพทย์หลายท่าน แม้ว่าตำราแพทย์เหล่านี้จะไม่ได้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะทางการแพทย์ของหลิงหยุน แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยหรือไม่ใส่ใจ!ฮึบ..!ถังเมิ่งต้องออกแรงอย่างหนักในการยกกล่องไม้ แต่เมื่อเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องวางกล่องไม้นั่นลงกับพื้น“พี่หยุน.. ช่วยฉันยกหน่อยสิ..”ถังเมิ่งร้องบอกด้วยแววตาอ้อนวอนต่อหน้าสาวสวยทั้งสองคน แม้แต่กล่องไม้เล็กๆ เขาก็ยังยกไม่ไหว ช่างน่าอายจริงๆ!