ตอนที่ 249
บทที่ 552 : ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง!
October 22, 2026
บทที่ 552 : ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง! ความจริงแล้วหญ้าหยางก็ไม่ใช่หญ้า! และมันไม่ควรถูกจำแนกไว้ในกลุ่มพืชด้วยซ้ำไป ลักษณะของมันมีรูปร่างคล้ายกับหน่อไม้ที่เพิ่งงอกจากพื้นดิน และมีเพียงส่วนโค้งเล็กๆที่โผล่จากพื้นผิวดินราวสามเซ็นติเมตรเท่านั้น ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะฝังอยู่ใต้ดิน หญ้าหยางจะขึ้นในบริเวณที่มีพลังหยางบริสุทธิ์จำนวนมากเท่านั้น จึงนับได้ว่าหญ้าหยางถูกสร้างขึ้นจากพลังหยางในปริมาณที่นับไม่ถ้วน และใช้เวลาในการเติบโตนานหลายปี มักจะพบเห็นได้บนภูเขาในบริเวณที่แสงแดดสาดส่องถึง หญ้าหยางจะเติบโตขึ้นได้อย่างสมบูรณ์นั้นต้องมีทั้งพลังหยางบริสุทธิ์ที่รวมตัวกันได้มากพอ และมีแสงแดดที่เพียงพอด้วยเช่นกัน ส่วนหญ้าหยินที่อยู่ตรงข้ามกันนั้น จะมีลำต้นอยู่ใต้ดินเช่นกัน รูปร่างของมันจะคล้ายกับมันเทศหรือมันฝรั่งที่เติบโตอยู่ใต้ดินทั้งหัว อีกทั้งยังมีรากยาวทั้งหมดเก้าเส้น ไม่มากและไม่น้อยไปกว่านี้ หญ้าหยินนั้นมีลักษณะเด่นอยู่สองอย่างคือ แม้จะมีรากเก้าเส้นอยู่ใต้ดิน แต่ก็จะมีใบเพียงหนึ่งหรือสองใบเท่านั้นที่งอกอยู่บนพื้นผิวดิน และสองรากทั้งเก้าเส้นของหญ้าหยินนั้นจะมีความราวกับมีดที่ใช้แทงลงไปในผืนดิน แม้ว่ามันจะงอกอยู่ใต้ดิน แต่ตัวมันกลับไม่เปื้อนด้วยดินโคลนเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นหญ้าหยินอาจมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าหญ้าหยินเก้าราก ส่วนหญ้าหยางนั้นก็มีเพียงแค่ชื่อเดียว ส่วนในเรื่องของตำแหน่งในการเติบโตนั้น หญ้าหยางจะเติบโตทางฝั่งที่ต้องข้ามหุบเขาซึ่งอยู่ระหว่างเขามังกรกับเขาหยกด้านใต้ และจะเกิดตรงข้ามกับหญ้าหยิน ทางด้านเขาหยกด้านใต้ และเขามังกรนั้น แห่งหนึ่งหันหน้าไปทางทิศใต้ ส่วนอีกแห่งหันหน้าไปทางทิศเหนือ และตรงกลางจะมีหุบเขาที่เป็นพื้นที่กว้าง และใต้ดินมีแม่น้ำไหลลึกจากทางทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก หญ้าหยางจะเกิดอยู่ทางด้านทิศเหนือของหุบเขาจึงอยู่ทางฝั่งของเขามังกร ส่วนหญ้าหยินก็จะเกิดทิศใต้ของหุบเขา จึงอยู่ทางฝั่งของเขาหยกด้านใต้ ค่ายกลมังกรหยินหยางเองก็ถูกสร้างขึ้นตามแนวเส้นทางนี้เช่นกัน ดังนั้นที่หลิงหยุนลงไปสำรวจก้นหลุมยักษ์จนสามารถเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-4 และฝึกวิชาพลังลับหยินหยางได้สำเร็จแล้ว จากนั้นจึงได้เดินตรงไปยังดวงตามังกรหยินนั้น ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ใต้ดินของหุบเขาที่อยู่ระหว่างเขามังกรกับเขาหยกด้านใต้ทั้งสิ้น ตอนนี้หลิงหยุนมาถึงเขามังกรที่สูงชัน และมีแสงแดดส่องกระทบ ซึ่งเป็นบริเวณที่หญ้าหยางเจริญเติบโต หลิงหยุนจึงนั่งลงขัดสมาธิ และเริ่มดูดซับเอาพลังหยางบริสุทธิ์ที่ปล่อยออกมาจากหญ้าหยางเข้าไปในร่างกาย หลังจากที่ได้ผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมาหลายครั้ง ตอนนี้หลิงหยุนก็ได้เข้าสู่ระดับกลางของขั้นปรับร่างกาย-7 แล้ว และจุดตันเถียนกับเส้นลมปราณของเขาก็แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกบ่มเพาะคนอื่นๆถึงร้อยเท่า ดังนั้นแม้ตอนนี้หลิงหยุนจะกำลังฝึกฝนอยู่ในขั้นเดียวกันกับนักบ่มเพาะคนอื่นก็ตาม แต่ร่างกายของเขากลับต้องการพลังหยินและหยางในปริมาณที่มากกว่าผู้ที่กำลังฝึกฝนอยู่ในระดับเดียวกันถึงร้อยเท่า และประโยชน์ที่หลิงหยุนได้รับจากการมีจุดตันเถียนและเส้นลมปราณที่อัศจรรย์นี้ ก็ทำให้เขาซึ่งยังไม่เข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-8 นี้ สามารถเอาชนะยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-4 ได้ ซึ่งเป็นไปแทบไม่ได้ที่จะสามารถสังหารคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าตนอยู่หลายขุม ความแข็งแกร่งของหลิงหยุนจึงนับว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ และน่าทึ่งอย่างมาก และหากเพิ่มอานุภาพของวิชาดาราคุ้มกายเข้าไปด้วยแล้ว อีกทั้งยังมีกระบี่โลหิตแดนใต้ กับกระบี่มังกรขาว จะทำให้หลิงหยุนสามารถรับมือกับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-6 ได้อย่างไม่ยากลำบากนัก แต่ก็คงยากที่จะสามารถเอาชนะยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-6 ได้!และนี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดหลิวซุ่ยเฟิงที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน-5 จึงได้พ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุน!หนึ่งชั่วโมงต่อมา.. หลังจากที่ดูดซับเอาพลังหยางเข้าไปจนพอแล้ว หลิงหยุนก็ไปยังตำแหน่งที่หญ้าหยินเจริญเติบโต และเริ่มดูดซับเอาพลังหยินเข้าไปในร่างกายเพราะหลิงหยุนเป็นเพศชาย พลังหยางในร่างกายจึงมีมาโดยกำเนิดอยู่แล้ว เขาจึงเลือกที่ดูดซับพลังหยินเข้าไปให้มากเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พลังหยินและหยางในร่างกายมีความสมดุลในระหว่างฝึกแต่ความจริงแล้ว.. หลิงหยุนก็ไม่จำเป็นต้องดูดซับเอาพลังหยิน-หยางเหล่านี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งก็ได้ เพราะด้วยวิชาพลังลับหยินหยางที่เขาฝึกนั้น สามารถสร้างพลังหยิน-หยางบริสุทธิ์ขึ้นในร่างกายได้เอง แต่เพราะตอนนี้หลิงหยุนต้องการเร่งการฝึกฝนของตนเองให้รุดหน้ารวดเร็วมากขึ้น!และยิ่งก้าวหน้าได้เร็วมากเท่าไหร่.. ก็ยิ่งดี!หลังจากที่ดูดซับพลังหยิน และพลังหยางเข้าไปจนพอใจแล้ว หลิงหยุนก็ลุกขึ้น และตรงไปยังตำแหน่งที่มีหญ้าน้ำลายมังกรเติบโตต่อหลิงหยุนเริ่มดูดซับเอาพลังชีวิตจากหญ้าน้ำลายมังกรเข้าไป แม้ว่าพลังชีวิตที่ได้จากหญ้าน้ำลายมังกรนั้นจะไม่เข้มข้นเท่าการดื่มน้ำลายมังกร แต่การทำเช่นนี้ก็สามารถช่วยหลิงหยุนประหยัดน้ำลายมังกรที่มีอยู่ได้ อีกทั้งหญ้าน้ำลายมังกรนั้นก็ปล่อยพลังชีวิตออกมาทุกวัน และยิ่งเติบโตก็จะยิ่งมีความเข้มข้นขึ้นแต่น้ำลายมังกรที่เขาดื่มเข้าไปนั้น นับว่ามีแต่จะร่อยหลอลงไป แม้ว่าจะยังมีน้ำลายมังกรเหลืออยู่มากมายหลายพันกิโลกรัม แต่นั่นก็ไม่ได้มากมายสำหรับหลิงหยุนเลย!หลิงหยุนในเวลานี้จะเรียกว่าเป็นนักสูบน้ำลายมังกรก็ว่าได้! อีกทั้งต่อไปหนิงหลิงยู่ก็ต้องดื่ม ฉินเตงเฉี่วยเองก็ต้องดื่ม ใหนจะยังมีไป๋เซียนเอ๋อ หลินเมิ่งหาน เสี่ยวเม่ยหนิง หลงหวู่ และแม้แต่ฉางหลิงที่ต้องดื่มด้วยเช่นกัน จากที่หลิงหยุนคำนวณแล้ว น้ำลายมังกรที่เหลือนั้นเขาคงใช้ได้อีกเพียงครึ่งปีเท่านั้นโชคดีที่พลังชีวิตในร่างกายของหลิงหยุนตอนนี้ยังมีอยู่มาก เพราะตอนที่อยู่บนเกาะเตียวหยูนั้น ระหว่างที่ต้องรับมือกับอสุนีบาตจากเมฆหลากสีนั้น หลิงหยุนก็ได้สมุดและพู่กันจักรพรรดิช่วยคุ้มครองชีวิตไว้ และตอนนั้นเขาก็ได้อาบพลังอมตะเข้าไปจนเต็มเปี่ยม เพียงแต่ยังไม่สามารถนำออกมาใช้ได้เท่านั้นส่วนสายฟ้าที่หลิงหยุนดูดซับเข้าไปในร่างกายนั้น หลิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันมันดีเช่นกัน แต่หลิงหยุนก็เชื่อมั่นว่า ในวันข้างหน้าหากต้องเผชิญกับบททดสอบจากสวรรค์อีกครั้ง พลังสายฟ้าเหล่านี้คงจะทำให้เขาต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน!หลังจากที่ร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตแล้ว หลิงหยุนก็เริ่มโคจรดาราคุ้มกาย และแสงจันทร์ก็สาดส่องลงมาที่ร่างของหลิงหยุนจนเป็นสายราวกับน้ำตกในเวลาเดียวกันนั้นเอง พลังดวงดาวนับล้านๆดวงก็เปล่งประกายระยิบระยับอยู่รอบตัวหลิงหยุน คล้ายกับจะเร่งเร้าให้เขารีบฝึกฝนให้เข้าสู่ขั้นที่สามโดยเร็วเมื่อใดก็ตามที่หลิงหยุนสามารถฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นที่สามของดาราคุ้มกายได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถึงเวลานั้นต่อให้หลิงหยุนยังไม่สามารถเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้ เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับคนของตระกูลต่างๆในเมืองหลวงได้แต่ยิ่งนับว่า การฝึกวิชาดาราคุ้มกายก็ยิ่งยากเย็นมากขึ้น และไม่ว่าหลิงหยุนจะฝึกหนักอย่างบ้าคลั่งมากเพียงใด ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นที่สามได้เลยลักษณะนี้ก็จะคล้ายๆกับคนที่เคยทำสถิติวิ่งหนึ่งร้อยเมตรได้ภายในเก้าวินาทีถึงสิบครั้ง แต่หากจะให้ทำสถิติใหม่เป็นเจ็ดวินาทีก็เป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ?และหากต้องการจะก้าวสู่ขั้นที่สามให้ได้นั้น หลิงหยุนคิดว่าจำเป็นต้องหาวิธีการใหม่ๆ