ตอนที่ 250
บทที่ 553 : วิชาหลิงซี!
October 22, 2026
บทที่ 553 : วิชาหลิงซี! เมื่อเห็นสาวงามเริ่มไม่พอใจ หลิงหยุนก็คร้านที่จะทะเลาะด้วย เขายิ้มให้กับเหมี่ยวเสี่ยวเหมาราวกับจะบอกว่า – คุณจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่! จากนั้นจึงเดินโอบเอวไป๋เซียนเอ๋อเข้าไปในบ้าน “นี่.. พ่อคนเจ้าชู้! ระวังจะไม่ตายดีล่ะ!” เสียงหวานๆ ของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาตะโกนดังตามหลังหลิงหยุนไป หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร กว่าเหมี่ยวเสี่ยวเหมาจะฝึกจนถึงขั้นเซียงเทียน ก็อาจจะเป็นปี ถึงตอนนั้นหลิงหยุนก็น่าจะเข้าสู่ระดับกลางของขั้นพลังชี่แล้ว ยังมีเวลาอีกมากพอ! ดวงตาคู่สวยของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาจ้องมองหลิงหยุนที่เดินเข้าไปในบ้านด้วยความตกตะลึง แต่เมื่อจะเริ่มฝืนฝนต่อ ก็พบว่าความคิดของตนเองนั้นว้าวุ่นไปหมด และไม่สามารถรักษาจิตใจให้สงบนิ่งต่อไปได้อีก เมื่อหลิงหยุนเดินขึ้นไปที่ชั้นสองผ่านห้องนอนของเสี่ยวเม่ยหนิงนั้น เขาก็ตั้งใจฟังเสียงภายในห้อง และพบว่าลมหายใจของหนิงน้อยนั้นยาวสม่ำเสมอ คงน่าจะกำลังฝันดี เขาเพียงแค่ยิ้มและเดินกลับเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง หลิงหยุนมีความรักให้กับหนิงน้อยเป็นพิเศษ เขาจึงไม่ต้องการจะใช้จิตหยั่งรู้แอบดูเด็กสาวตัวแสบคนนี้.. หลิงหยุนเปิดไฟ และหยิบกระดาษกับปากกาออกมา แล้วเริ่มลงมือทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่บนโต๊ะของตนเอง ไป๋เซียนเอ๋อยืนนิ่งอยู่ข้างๆหลิงหยุนครู่หนึ่ง เป็นเพราะนางอ่านหนังสือไม่ออกจึงไม่เข้าใจว่าหลิงหยุนกำลังเขียนอะไร เธอจึงร้องถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น “พี่หลิงหยุน.. ท่านกำลังทำอะไร?” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อย “ข้ากำลังเขียนวิชาเก้าเข็มปลุกชีพ และวิชาหลิงซีอยู่” “เหตุใดนายท่านจึงต้องเขียนมันออกมาด้วย?” “ข้าต้องการสอนวิชาเก้าเข็มปลุกชีพให้กับหนิงน้อย” หลิงหยุนเป็นมีความสามารถในการทำสองสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน ขณะที่เขียนหนังสือไปด้วย ก็สามารถตอบคำถามไปด้วยได้ และความเร็วในการเขียนก็รวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งตัวอักษรก็ยังงดงามเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกด้วย “มันเป็นวิชาที่มีทรงอานุภาพมากหรือไม่?” “มันเป็นวิธีการดูดซับ และกักเก็บพลังชีวิต อาจดูเหมือนไม่ใช่วิชาที่ทรงอานุภาพอะไรนัก แต่หากใช้วิชาเก้าเข็มปลุกชีพ ควบคู่กับวิชาหลิงซีนี้ คนผู้นั้นก็จะสามารถควบคุมพลังชีวิตที่อยู่ในร่างกายได้ และสามารถใช้วิชาเก้าเข็มปลุกชีพได้ประสบผลสำเร็จ” “ดูเหมือนพี่หลิงหยุนจะดีกับหนิงน้อยเป็นพิเศษ..!” ไป๋เซียนเอ๋อพูดด้วยความอิจฉา หลิงหยุนจึงรีบวางปากกาลง และหันไปหาเซียนเอ๋อพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน “แล้วข้าไม่ดีกับเจ้าอย่างนั้นรึ?” ไป๋เซียนเอ๋อไม่กล้ามองตาหลิงหยุน แต่ก็ตอบกลับไปว่า “แล้วเหตุใดท่านไม่สอนวิชาพวกนี้ให้ข้าบ้าง?” หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า “เจ้าอย่าโลภมากนัก.. ไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าโลภมากลาภหายบ้างรึ? เจ้ามีทั้งตำราปีศาจเก้าดวงดาว ใหนจะยังมีวิชาจิ้งจอกระเริงไฟอีก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวิชาบ่มเพาะของเหล่าปีศาจที่ทรงพลังอย่างที่สุด เพียงแค่ฝึกตามตำรานั่น ก็ยากที่จะฝึกได้สำเร็จแล้ว แต่หากเจ้าฝึกฝนหลากหลายวิชามากจนเกินไป ไม่เพียงจะไม่ได้ทำให้ก้าวหน้าไปถึงใหน แต่อาจจะเกิดธาตุไฟแตกซ่านจนต้องกลายเป็นมารไปก็ได้ และนี่เป็นข้อห้ามที่นักบ่มเพาะอย่างพวกเราควรจะต้องใส่ใจ และระมัดระวังให้มาก เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?” ไป๋เซียนเอ๋อพยักหน้าพร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ยังคงดื้อดึงเอาแต่ใจ “เช่นนั้นท่านก็สอนวิชาอย่างอื่นที่ไม่เป็นอันตรายให้กับข้า..” หลิงหยุนได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับตอบไปว่า “ได้.. สอนก็สอน! แต่ข้าจะสอนเพียงแค่วิชาที่ใช้เคลื่อนที่ให้กับเจ้าก็แล้วกัน”“ขอบคุณพี่หลิงหยุน.. ” ไป๋เซียนเอ๋อร้องออกมาอย่างพอใจหลิงหยุนยิ้มอ่อนโยน แล้วจึงก้มหน้าก้มตาเขียนเคล็ดวิชาต่อไป..ผ่านไปชั่วโมงกว่า.. เสี่ยวเม่ยหนิงก็ตื่นนอน และยังไม่ทันจะได้ล้างหน้าล้างตา เธอก็สวมชุดนอน ปล่อยผมยาวสยาย และวิ่งเท้าเปล่ามาที่ห้องนอนของหลิงหยุนทันทีประตูห้องนอนของหลิงหยุนไม่ได้ปิดไว้..“พี่หลิงหยุน.. เมื่อคืนพี่กลับมาถึงบ้านกี่โมง? ฉันรอพี่จนถึงเที่ยงคืน..” เสี่ยวเม่ยหนิงวิ่งตรงเข้าไปหาหลิงหยุนที่โต๊ะทำงานพร้อมกับร้องถาม“ตื่นแล้วเหรอหนิงน้อย? ผมกลับถึงบ้านตอนตีห้า.. เมื่อคืนผมไปฝึกที่เขามังกรทั้งคืน..”หลิงหยุนวางปากกาในมือลง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับเสี่ยวเม่ยหนิง“ฝึก.. แล้วก็ฝึก! เอาแต่ฝึกๆ จนไม่มีเวลาไปใหนมาใหนกับฉันเลย!” เสี่ยวเม่ยหนิงรำพึงรำพันพร้อมกับกอดแขนหลิงหยุนไว้ และแสดงอาการไม่พอใจ“ดูซะก่อนว่าผมกำลังเขียนอะไร?”เสี่ยวเม่ยหนิงขยี้ตา แล้วริมฝีปากของสาวน้อยตัวแสบก็อ้ากว้างอยากตกใจ“นี่มันวิชาเก้าเข็มปลุกชีพนี่?!”หลิงหยุนหัวเราะหึหึ “ถูกต้อง. นี่คือวิชาเก้าเข็มปลุกชีพ แต่ผมเพิ่งจะเขียนได้ยังไม่ถึงหนึ่งในสามส่วนเลย”“ว้าว.. มีตั้งหลายแผ่นแน่ะ! อย่าบอกนะว่านี่พี่เขียนให้..” ดูเหมือนเสี่ยวเม่ยหนิงจะพอเดาได้ว่าหลิงหยุนเขียนขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไร“ก็ใช่น่ะสิ! ผมก็เขียนวิชาเก้าเข็มปลุกชีพนี้ให้กับเด็กสาวหน้าตาสะสวย แล้วก็ฉลาดและใจดีไงล่ะ..” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดเปรยๆ“สาวน้อยที่ฉลาด สวย แล้วก็จิตใจดีงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นพี่ก็เขียนให้ฉันน่ะสิ!” เสี่ยวเม่ยหนิงพึมพำออกมาหลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับเอื้อมแขนซ้ายไปโอบเอวหนิงน้อยไว้ แล้วตอบไปว่า “ผมก็คิดว่าน่าจะเป็นคุณนะ!”“คุณเอานี่ไปก่อน นี่เป็นเคล็ดวิชาหลิงซี รีบไปท่องจำเคล็ดวิชานี้ให้ได้เร็วที่สุด หลังจากฝึกวิชานี้แล้ว คุณจะต้องใช้มันควบคู่กับวิชาเก้าเข็มปลุกชีพ จึงจะประสบผลสำเร็จ”“ว้าว.. พี่หลิงหยุนจะสอนวิชาเก้าเข็มปลุกชีพให้ฉันจริงๆด้วย ขอบคุณพี่หลิงหยุนมาก!”เสี่ยวเม่ยหนิงกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับกอดคอหลิงหยุน และดึงแก้มซ้ายของเขาเข้ามาหอมฟอดใหญ่หลิงหยุนยกมือขึ้นลูบลักยิ้มแก้มซ้ายของตนเอง แม้จะรู้สึกจั๊กจี้ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดไม่เลวหลิงหยุนยิ้มมุมปากพร้อมกับพูดขึ้นว่า “แล้วเมื่อคืนหลับสนิทดีมั๊ย?”เสี่ยวเม่ยหนิงพยักหน้าแก้มแดง “หลับสนิท แต่กว่าจะหลับก็ยาก.. แต่ถ้าพี่อยู่บ้านด้วยก็คงจะหลับง่ายกว่านี้!”