ตอนที่ 252
บทที่ 555 : ยันต์สี่ระดับ!
October 22, 2026
บทที่ 555 : ยันต์สี่ระดับ! หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อย.. เมื่อกลับไปถึงที่บ้านหลิงหยุนก็สั่งให้ตี้เสี่ยวอู๋ไปท่องจำเคล็ดวิชาทั้งสองที่เขาเขียนให้ และสั่งให้ถังเมิ่งไปช่วยเขาปลุกเสกยันต์บำบัดแทน ความจริงแล้วหลิงหยุนไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงและสั่งตี้เสี่ยวอู๋เลย เพราะหลังจากได้รับเคล็ดวิชาทั้งสองไปแล้ว ตี้เสี่ยวอู๋ก็แทบไม่สนใจอย่างอื่นอีกเลย สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กระดาษเหล่านั้นตลอดเวลา แม้แต่ข้าวเที่ยงก็แทบไม่ยอมกิน ตี้เสี่ยวอู๋ชื่นชอบและหลงใหลในการฝึกวรยุทธแต่เรียกว่าคลั่งไคล้น่าจะถูกต้องเสียมากกว่า! เคล็ดวิชานู่เตาและวิชาพลังมังกรที่หลิงหยุนเขียนให้ตี้เสี่ยวอู๋นั้นนับว่าเป็นวิชาที่ฝึกได้ยากกว่าวิชาดาราคุ้มกายมาก วิชาดาราคุ้มกายนั้นแม้จะเป็นวิชาที่อานุภาพสูงแต่ก็เป็นการฝึกเพื่อสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ วิธีการฝึกจึงค่อนข้างเข้าใจง่ายกว่า การฝึกวิชาดาราคุ้มกายนั้นหากร่างกายของผู้ฝึกมีคุณลักษณะเด่นเป็นธาตุทองและธาตุดินจะดีที่สุด และร่างกายของตี้เสี่ยวอู๋ก็เป็นเช่นนั้น! และนี่เป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเมื่อครั้งที่หลิงหยุนพบกับตี้เสี่ยวอู๋ในครั้งแรกเขาจึงได้ดีอกดีใจราวกับได้พบกับหญิงอันเป็นที่รัก ตราบใดที่มีร่างกายที่เหมาะสมคู่ควรก็จะยิ่งสามารถฝึกวิชาดาราคุ้มกายในขั้นเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น แต่การฝึกขั้นเริ่มต้นได้ง่ายนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าขั้นต่อๆไปจากง่ายตามไปด้วย วิชาดาราคุ้มกายมีทั้งหมด7 ขั้นใหญ่ และแบ่งเป็น 49 ระดับย่อย ทุกครั้งที่สามารถฝึกฝนจนผ่านแต่ละระดับย่อยไปได้นั้น ร่างกายของผู้ฝึกก็จะค่อยๆแข็งแกร่งมากขึ้น ในขณะที่การฝึกฝนในลำดับขั้นต่อไปก็จะยากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน! ระดับความยากของแต่ระดับย่อยที่เพิ่มขึ้นนั้นจะค่อยๆเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เช่นจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ และจากสี่เป็นแปดเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนถึงระดับย่อยที่ 49 ไม่เพียงเท่านั้นเพราะทุกครั้งที่ผ่านขั้นใหญ่ไปได้แต่ละขั้น (หนึ่งขั้นใหญ่ ประกอบไปด้วยเจ็ดระดับย่อย) ความยากก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณเช่นกัน แต่ยิ่งการฝึกฝนยากขึ้นมากเท่าไหร่ อานุภาพของวิชาดาราคุ้มกายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเช่นกัน ตอนนี้หลิงหยุนฝึกวิชาดาราคุ้มกายมาถึงระดับย่อยที่สิบสี่ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของขั้นที่สอง แต่หากไม่มีระยะเวลาฝึกฝนที่เพียงพอ แม้แต่อัจฉริยะอย่างหลิงหยุนก็ยังยากที่จะผ่านเข้าสู่ขั้นที่สามได้อย่างที่ต้องการง่ายๆ! นั่นเพราะการเริ่มต้นฝึดดาราคุ้มกายนั้นง่ายแต่เมื่อยิ่งผ่านระดับขั้นไปเรื่อยๆ ความยากลำบากในการฝึกก็จะยิ่งมีมากขึ้น ดังนั้นถึงแม้ว่าในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่จะมีสุดยอดอัจฉริยะมากมายที่ฝึกวิชาดาราคุ้มกาย แต่ท้ายที่สุดแล้วแทบทุกคนก็ไม่สามารถผ่านขั้นที่สี่ของดาราคุ้มกายไปได้ และในที่สุดก็เริ่มท้อแท้ และเปลี่ยนไปฝึกวิชาอื่นที่ช่วยในการสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งแทน นักบ่มเพาะแทบทุกคนมองว่าหากผู้ใดตั้งเป้าหมายที่จะฝึกวิชาดาราคุ้มกายจนสามารถเข้าสู่ขั้นที่เจ็ดได้นั้น จะถูกมองว่าเพ้อฝันในเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้! เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะนั้นหลิงหยุนสามารถเข้าสู่ขั้นอมตะได้แล้ว และเกือบจะสามารถเข้าสู่ขั้นที่ห้าของดาราคุ้มกายได้เช่นกันเห็นได้ชัดว่าวิชาดาราคุ้มกายนั้นมีความยากเย็นแสนเข็ญในการฝึกฝนมากเพียงใดยิ่งสูงก็ยิ่งฝึกได้ยากขึ้น!และตอนนี้ทั้งตี้เสี่ยวอู๋และฉินตงเฉี่วยต่างก็ฝึกวิชาดาราคุ้มกายได้ถึงระดับสี่เหมือนกันร่างกายของฉินตงเฉี่วยเองก็มีคุณลักษณะที่เป็นธาตุทองและธาตุไฟ ส่วนหนิงหลิงยู่นั้นเป็นผู้ที่มีธาตุทั้งห้าสมูบรณ์ และธาตุที่เด่นที่สุดก็คือธาตุไม้กับธาตุน้ำ แต่ธาตุทอง และธาตุดินนั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตี้เสี่ยวอู๋นักกายอัปสรของหนิงหลิงยู่นั้นไม่อาจที่ใครจะเทียบเท่า ยกเว้นหลิงหยุน!แต่ข้อได้เปรียบของตี้เสี่ยวอู๋ที่เด่นกว่าคนอื่นก็คือเขาให้ความใส่ใจต่อการฝึกวิชาดาราคุ้มกายที่หลิงหยุนสอนให้อย่างมาก และประสบความสำเร็จในระดับที่หลิงหยุนเองก็คิดไม่ถึง ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจอย่างมากที่ผ่านมาตี้เสี่ยวอู๋อาจจะสามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำความเข้าใจแก่นของเคล็ดวิชาดาราคุ้มกายได้ง่ายแต่สำหรับวิชานู่เตากับวิชาพลังมังกรนั้นอาจต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจที่นานและยากกว่าหากสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจเคล็ดวิชาทั้งสองนี้ได้ภายในเวลาเพียงแค่สองสามวัน ก็นับว่าเร็วที่สุดแล้ว! เพราะวิชาทั้งสองนี้จะสอนให้ผู้ฝึกฝนรับรู้ได้ถึงพลังชี่ในจุดตันเถียนของตนเอง และสามารถเดินลมปราณไปทั่วร่างกายได้อย่างอิสระ“เชอะ..ดูเหมือนตี้เสี่ยวอู๋คงจะไม่ยอมช่วยอะไรเลยสินะ..!”ถังเมิ่งรีบเข้าไปในห้องครัวและเมื่อเห็นกระสอบสมุนไพรจำนวนมากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่ในห้องครัว เขาก็ได้แต่มองป้ายที่ติดอยู่ที่กระสอบด้วความปวดหัวและทุกครั้งที่เดินออกมาแล้วเห็นตี้เสี่ยวอู๋ยังคงนั่งขัดสมาธิจ้องมองกระดาษสองสามแผ่นที่อยู่ตรงหน้าและทำปากขมุบขมิบ ถังเมิ่งก็จะถอนหายใจออกมาอย่างไม่พอใจนักเมื่อหลิงหยุนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการผสมวัตถุดิบได้ยินถังเมิ่งถอนหายใจเขาจึงเริ่มรำคาญ และร้องบอกถังเมิ่งว่า “หรือนายอยากจะให้ฉันเขียนเคล็ดวิชาให้ นายจะได้ไปนั่งท่องกับเสี่ยวอู๋บ้าง”แต่ถังเมิ่งกลับรีบส่ายหัวพร้อมกับตอบไปว่า“พี่หยุน.. ขืนให้ฉันไปนั่งนิ่งๆแบบตี้เสี่ยวอู๋ ฉันคงขาดใจตายแน่!”“ถ้างั้นก็อย่าบ่น..ทำงานไป!” หลิงหยุนสั่งถังเมิ่งสมุนไพรเหล่านี้รวมทั้งกระดาษเขียนยันต์ล้วนแล้วแต่ถูกซื้อมาเก็บไว้ในบ้านเลขที่-1 เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว วัตถุดิบต่างๆ จึงได้ดูดซับและอาบด้วยพลังชีวิตมาเป็นเวลานาน และแน่นอนว่ากระดาษเขียนยันต์ที่อาบด้วยพลังชีวิตย่อมดีกว่ากระดาษธรรมดาอย่างแน่นอนพรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดคลินิกสามัญชนหลิงหยุนจำเป็นต้องปลุกเสกยันต์บำบัดไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน‘หากพู่กันจักรพรรดิออกมาช่วยข้าบ้างก็ดีน่ะสิ!’หลิงหยุนได้แต่แอบคิดในใจแม้ว่าตอนนนี้หลิงหยุนจะมีจิตหยั่งรู้ที่ทรงพลังและสามารถใช้งานได้ดี แต่ก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของพู่กันจักรพรรดิได้ เขาได้แต่แอบคิดในใจว่า ตอนนี้เขาเองยังไม่เข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นพลังชี่เลย ยังจะอาจหาญคิดเรื่องการควบคุมพู่กันและสมุดจักรพรรดิได้อย่างไรกัน