ตอนที่ 260
บทที่ 563 : หยกมังกรเขียว!
October 22, 2026
บทที่ 563 : หยกมังกรเขียว! “คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้จะ..”หลินเจิ้งกังได้แต่พึมพำออกมาเบาๆ เขาประหลาดใจมากและเริ่มเข้าใจได้ว่าเพระเหตุใดตระกูลหลงจึงรีบถอนตัวจากการแต่งงานครั้งนี้ หากหลิงหยุนเป็นต้นเหตุให้ตระกูลใหญ่อย่างตระกลูหลงต้องหวั่นเกรงก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก! และหากหลิงหยุนเป็นต้นเหตุของความหวาดกลัวของตระกูลหลงในครั้งนี้จริงนั่นย่อมหมายความว่าอำนาจของตระกูลใหญ่ในประเทศนี้ อาจกำลังจะเกิดการสับเปลี่ยนก็เป็นได้! “พ่อคะ..เรื่องที่พ่อคิดไม่ถึงยังมีอีกมาก..” หลินเมิ่งหานยิ้ม และใบหน้างดงามนั้นก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “เฮ้อ..” หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานหลินเจิ้งกังก็ถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ดวงตาคมกริบของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น และรีบถามขึ้นทันที “ยังมีเรื่องอะไรอีกเล่าให้พ่อฟังเร็วเข้า!” “พ่อคะ..เมื่อครู่พ่อเพิ่งจะด่าหลิงหยุนไปเองไม่ใช่เหรอ” หลินเมิ่งหานนึกถึงคำพูดที่พ่อของเขาต่อว่าหลิงหยุน จึงได้แต่ย้อนถาม “เมิ่งหาน..เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงตระกูลหลินของเรา เจ้าต้องเล่ามาให้พ่อฟังทั้งหมด อย่าได้ปิดบังแม้แต่นิดเดียว ลูกเข้าใจใช่มั๊ย” หลินเจิ้งกังในฐานะที่เป็นถึงผู้บังคับบัญชากองทัพย่อมมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เขาสงบสติอารมณ์ และตั้งใจฟังลูกสาวเล่าโดยปราศจากอารมณ์โกรธ และตกใจอีก “พ่อคะ..แต่พ่อต้องรับปากกับหนูก่อนว่า จะไม่เล่าเรื่องนี้ให้กับคนนอกฟัง” เรื่องของหลิงหยุนนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับที่สุดหลินเมิ่งหานไม่เคยแพร่งพรายให้กับคนภายนอกรู้เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะเป็นญาติของเธอเอง ไม่เพียงเท่านั้น..ในฐานะที่เป็นภรรยา ถึงแม้จะรู้ว่าสามีของตนเองเก่งกาจเพียงใด แต่ก็ได้แต่เก็บความภาคภูมิใจนี้ไว้กับตัวเองคนเดียว “พ่อรับปาก..”หลินเจิ้งกังตอบทันที และแทบจะทนรอคอยต่อไปไม่ได้ หลินเมิ่งหานยิ้มเล็กน้อยและเริ่มเล่า.. “พ่อคะ..พ่อคงจะรู้เรื่องที่เรือลาดตระเวนของญี่ปุ่นถูกชายลึกลับโจมตีจนเสียหายที่บริเวณเกาะเตียวหยู่ใช่มั๊ยคะ แล้วก็เรื่องที่มีนักรบกว่าร้อยคนถูกฆ่าตาย แล้วก็เรื่องที่ทหารญี่ปุ่นยิงระเบิดจมเรือของฝั่งตัวเอง ทั้งหมดนี้พ่อรู้เรื่องใช่มั๊ยคะ?” แน่นอน..เรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้มีหรือที่คนระดับหลินเจิ้งกังจะไม่รู้เรื่อง! หลิงหยุนถล่มเรือลาดตระเวนของทหารญี่ปุ่นไปหลายลำและสังหารนักรบนินจาไปอีกเป็นร้อย อีกทั้งยังเอาธงชาติจีนขึ้นไปปักบนเกาะเตียวหยูอีกด้วย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน! เรื่องที่จะเป็นประเด็นที่อาจก่อให้เกิดสงครามระหว่างสองประเทศเช่นนี้หลินเจิ้งกังในฐานะผู้บังคับบัญชากองทัพของประเทศจีน มีหรือที่จะไม่รู้ดีกว่าคนอื่นๆ เพราะในตอนนั้น..ทางฝ่ายญี่ปุ่นเองก็เดือดดาลอย่างหนัก แม้แต่หลินเจิ้งกังเองยังต้องออกคำสั่งให้กองทัพที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของตนเตรียมพร้อมสำหรับการรบไม่เพียงเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการกองทัพอื่น หรือนายพลระดับอาวุโสในกองทัพบางคน เมื่อล่วงรู้ข่าวนี้ก็ถึงกับพากันฉลอง และต่างก็พูดถึงชายลึกลับที่เป็นยอดฝีมือผู้นี้ด้วยความนับถือและศรัทธา!ไม่มีใครเลยที่จะไม่ชื่นชมและไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้สึกภาคภูมิใจ!ทหารนั้นถูกฝึกมาเพื่อการรบทุกคนล้วนแล้วแต่พร้อมที่จะเดินเข้าสู่สนามรบได้เสมอ สนามรบจึงเปรียบเสมือนสถานที่ที่ทหารทุกนายมีหน้าที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจของตนเองให้สำเร็จดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวกับทหารจึงไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องการเมืองมากนัก ทหารทุกนายมีเพียงสำนึกแห่งความภาคภูมิใจในความเป็นทหารจีน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องรบ ก็สามารถออกรบได้โดยไม่รู้สึกเกรงกลัว และไม่สนใจว่าจะต้องรบกับใคร“ทำไมอย่าบอกนะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ.. หลิงหยุน!?” หลินเจิ้งกังถึงกับอ้าปากค้าง และไม่สามารถหุบลงได้อีก!หลินเมิ่งหานถึงกับหัวเราะออกมา“ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับหลิงหยุนนะคะ แต่ยอดฝีมือลึกลับคนนั้นก็คือหลิงหยุนว่าพี่ลูกเขยของพ่อในอนาคตต่างหาก!”“อะไรนะ!”หลังจากที่หลินเจิ้งกังได้ยินหลินเมิ่งหานพูด เขาก็ถึงกับกระโจนลุกขึ้นจากโซฟาทันที เพราะเรื่องนี้ยิ่งทำให้เขาตกใจมากขึ้นไปอีก!“สองสามวันที่แล้วหลงเทียนเจียวก็มาวุ่นวายกับหนูที่บ้าน ก็เลยถูกหลิงหยุนซัดกลับไป! หลิงหยุนตบหน้าเขาเพียงแค่ครั้งเดียว หลงเทียนเจียวก็กระเด็นลอยออกนอกประตูไปเลย พ่อเห็นต้นไม้ต้นนั้นมั๊ยคะ..”หลินเมิ่งหานชี้ไปที่ยอดสูงของต้นไม้ที่อยู่ด้านนอก“ตอนนั้น หลงเทียนเจียวที่ถูกตบหน้าบวมก็ไปห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ต้นนั้น แต่พอลงมาจากต้นไม้ เขาก็รีบประกาศศยกเลิกการแต่งงานกับหนูทันที..”เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นหลินเมิ่งหานก็ได้แต่รู้สึกผิด และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็มีเพียงพวกเขาและเธอสามคนเท่านั้นที่รู้ ความรู้สึกผิดนี้จึงยังคงติดค้างอยู่ในใจหลินเมิ่งหาน แต่ในที่สุดเธอก็ได้บอกกับพ่อของเธอเสียทีหลินเมิ่งหานแทบไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากอีกเพราะเพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว!เพียงแค่สองเรื่องนี้ก็เพียงพพอที่จะทำให้หลินเจิ้งกังรู้สึกประทับใจในตัวหลิงหยุนขึ้นมาอย่างมากและสามารถเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ในทันที!ช่างเก่งกาจอย่างน่าเหลือเชื่อ!อัศจรรย์มาก!และแล้วหลินเจิ้งกังก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด!ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดตระกูลหลงจึงส่งจดหมายมาขอยกเลิกการแต่งงาน และไม่กล้ามีปัญหาอะไรกับตระกูลหลินแม้แต่น้อย!“เด็กหนุ่มคนนี้..เก่งกาจแล้วก็แข็งแกร่งถึงขนาดนี้เชียวรึ แต่ทำไมพ่อถึงไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน..”หลินเจิ้งกังไม่สามารถนั่งสงบจิตสงบใจได้อีกเขาเดินกลับไปกลับมาช้าๆอยู่ในห้องรับแขก ภายในจิตใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างยากที่จะอธิบาย“พ่อคะ..สายตาของหนูเป็นไงบ้าง” ใบหน้างดงามของหลินเมิ่งหานเปล่งประกาย และยิ้มออกมาอย่างความภาคภูมิใจ“ก็ไม่เลว..”หลินเจิ้งกังตอบด้วยสีหน้าท่าทางเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน“พ่อคะ.หลิงหยุนเก่งขนาดนี้ พ่อแค่พูดว่า ‘ไม่เลว’ เองเหรอคะ..!” หลินเมิ่งหานประท้วงอย่างไม่พอใจ“พ่อต้องไปเจอเขา!”ในที่สุดหลินเจิ้งกังก็ตัดสินใจที่จะไปพบหลิงหยุนด้วยตัวเองเขาหยุดเดินและรีบหันกลับไปถามหลินเมิ่งหาน“เมื่อครู่ลูกบอกว่าหลิงหยุนจะเปิดคลีนิคพรุ่งนี้ใช่มั๊ย”