ตอนที่ 269
บทที่ 572 : สั่งสอนเหล่าเพลย์บอย!
October 22, 2026
บทที่ 572 : สั่งสอนเหล่าเพลย์บอย! สายตาของเสี่ยวจี๋ที่ยังคงนั่งอยู่ที่พื้นนั้นกำลังจ้องมองหลิงหยุนที่เดินพาสาวงามทั้งสามเข้าไปในคลีนิค เขาไม่รู้สึกตัว และไม่รู้สึกเจ็บปวดที่ถูกถังเมิ่งเตะเข้า “หมอนี่..เวลาเห็นสาวสวยก็เป็นแบบนี้ทุกที ไม่รู้ว่าฉี่ราดด้วยเหรือเปล่า นี่ถึงกับลุกไม่ขึ้นเลยหรือยังไง?” ถังเมิ่งบ่นพึมพพำเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเสี่ยวจี๋ที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเขาจึงเลิกสนใจเสี่ยวจี๋ และหันไปมองเจ้าหนูกับพี่เฟยที่กำลังยืนเขย่งจ้องมองไปทางคลินิกนิ่งเงียบ ถังเมิ่งยกมือขึ้นโบกไปมาอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสสองพร้อมกับพูดขึ้นว่า “นี่..ถ้ารู้ว่าพวกนายจะอาการหนักจนทำอะไรไม่ได้แบบนี้ ฉันจะไม่พาพวกนายมาให้เสียเวลาเลย!” ถังเมิ่งรู้สึกอับอายอย่างมากแต่วันนี้เป็นวันดีของหลิงหยุน เขาจึงไม่อยากโมโห และได้แต่อดกลั้นไว้ แต่แล้วจู่ๆเสี่ยวจี๋ก็ลุกขึ้นพรวดพราด และวิ่งตรงดิ่งไปทางคลินิกราวกับคนคลุ้มคลั่ง แต่กลับถูกมือใหญ่ๆ ยื่นออกมาขวางไว้เสียก่อน “นายเข้าไปข้างในไม่ได้!”ตี้เสี่ยวอู๋มองเสี่ยวจี๋ด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนักพร้อมกับร้องตะโกนห้าม ตี้เสี่ยวอู๋ขึ้นเป็นหัวหน้าของแก๊งมังกรเขียวมาได้เดือนกว่าแล้วและตอนนี้เขาก็กำลังรู้สึกโมโหอยู่บ้างเล็กน้อย ท่าทางของเขาจึงดุดันมากกว่าทุกครั้ง “แกเป็นใครถึงกล้ามาขวางทางฉัน!” เสี่ยวจี๋ร้องตะโกนเสียงดังโดยไม่สนใจว่าคนที่กำลังขวางทางเขาอยู่นั้นจะเป็นใคร เพียะ!! ตี้เสี่ยวอู๋ไม่พูดอะไรอีกเขาเดินเข้าไปใกล้เสี่ยวจี๋พร้อมกับยกมือขึ้นตบหน้าทันที แต่เพราะรู้ว่าเสี่ยวจี๋นั้นเป็นเพื่อนสนิทของถังเมิ่ง ตี้เสี่ยวอู๋จึงไม่ได้ออกแรงเต็มที่มากนัก แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้เสี่ยวจี๋ถึงกับหน้าหันได้ นอกเหนือจากถังเมิ่งและอาปิงแล้วคนอื่นๆอีกสามคนต่างก็พากันตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น! เป็นไปได้อย่างไรที่เสือทั้งเจ็ดแห่งจิงฉูถูกเหยียบย่ำเช่นนี้ พวกเขาต่างก็มีปฏิกิริยาตอบโต้ทันทีและวิ่งตรงเข้าไปหาตี้เสี่ยวอู๋ด้วยความโมโห “หยุด!” ถังเมิ่งร้องตะโกนออกมาพร้อมกับวิ่งตรงเข้าไปขวางทางของทั้งสองฝ่ายไว้ถังเมิ่งยกมือขึ้นชี้ไปทางเจ้าหนู พี่เฟย และเพื่อนคนอื่นๆ “พวกนายอยากตายหรือยังไงเขาคือหัวหน้าคนใหม่ของแก๊งมังกรเขียว!” ‘อะไรนะ!หัวหน้าคนใหม่ของแก๊งมังกรเขียวงั้นเหรอ?! มิน่า.. ถึงได้ดูไม่เกรงกลัวใครเลย?’ คำว่า‘แก๊งมังกรเขียว’ นั้น.. คนในเมืองจิงฉูส่วนใหญ่มักนำมาใช้ขู่เด็กๆให้หวาดกลัว ถังเมิ่งได้แต่นึกโกรธตี้เสี่ยวอู๋แต่ก็รีบร้องบอกเพื่อนอีกคนว่า “อาปิง.. นายพาทุกคนออกไปจากที่นี่ก่อน อีกประเดี๋ยวฉันจะโทรหานายเอง!”แต่ระหว่างนั้นเสียงของตี้เสี่ยวอู๋ก็ดังขึ้น“บอกเพื่อนของนายให้ออกไปจากที่นี่ แล้วก็ไม่ต้องกลับเข้ามาอีก ฉันจะจัดการสั่งคนของฉันให้ไปที่โรงแรมแชงกรีล่าเอง!”ตี้เสี่ยวอู๋ยกนิ้วชี้ไปทางเสี่ยวจี๋พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เจ้าหนู.. ฉันรู้ว่านายเป็นเพื่อนของถังเมิ่ง แล้วก็รู้ว่านายมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย มีเงิน มีอำนาจ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกนายจะมาแสดงอำนาจบารมี เพลย์บอยอย่างพวกนายยังห่างไกลจากฉันมาก!”“การที่ถังเมิ่งพาพวกนายมาที่นี่ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้พวกนายได้ทำความรู้จักกับพี่หยุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับตัวพวกนายเองในวันข้างหน้า แต่พวกนายกลับมาแสดงท่าทางหนุ่มเพลย์บอยเจ้าชู้ที่นี่!”ตี้เสี่ยวอู๋ไม่สนใจชายหนุ่มทั้งห้าคนที่อยู่ตรงข้ามเขาสำหรับตี้เสี่ยวอู๋แล้ว ใครก็ตามที่กล้าเป็นปรปักษ์กับหลิงหยุน ก็เท่ากับเป็นศัตรูของเขาด้วยเช่นกัน และเขาก็จะไม่มีทางไว้หน้าด้วยถังเมิ่งถึงกับกระอักกระอ่วนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเขาคิดไม่ถึงว่าเสี่ยวจี๋จะกล้าแสดงท่าทางที่ไร้มารยาทเช่นนี้กับหญิงสาวที่อยู่รอบตัวหลิงหยุนตี้เสี่ยวอู๋พูดได้ถูกต้องเพราะถังเมิ่งเล็งเห็นประโยชน์ในวันข้างหน้าของเพื่อนๆ จึงได้ดึงเพื่อนทั้งห้าคนของเขาให้เข้ามาอยู่ในวงจรของหลิงหยุน แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะกลับกลายเป็นเช่นนี้“ถังเมิ่ง..นายเรียกพวกเราให้มาช่วยงาน หรือให้มาถูกซ้อมกันแน่” เจ้าหนูจ้องมองถังเมิ่งพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างไม่พอใจเจ้าหนูนั้นไม่พอใจถังเมิ่งตั้งแต่เมื่อคืนแล้วและเมื่อต้องมาพบกับเหตุการณ์เช่นนี้อีก เขาจึงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปถังเมิ่งมองเสี่ยวจี๋พร้อมกับพูดขึ้นว่า“แต่เสี่ยวจี๋เป็นคนที่ดื้อจะเดินตามพี่หยุนเข้าไปในคลินิกเอง ใครห้ามก็ไม่ฟัง เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด..”เจ้าหนูเหลือบมองไปทางประตูคลินิกพร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจ“ก็แค่คลีนิคเล็กๆ ถ้าคนอย่างฉันอยากจะเปิดบ้าง บอกเลยว่าสามารถเปิดได้พร้อมกันสิบร้าน! แล้วคลินิกเล็กๆแค่นี้ ทำไมถึงเข้ายากเข้าเย็นยิ่งกว่าพื้นที่วอร์โซน (War Zone) สีแดงเสียอีก”ขณะที่ถังเมิ่งกำลังจะอ้าปากตอบโต้เสียงของหลิงหยุนก็ดังเข้ามากระทบหูของเขา “รีบๆไล่พวกเขากลับไป ที่นี่ต้องการความสงบ! ไว้ฉันจะคิดบัญชีกับนายทีหลัง!”ถังเมิ่งเห็นว่าหลิงหยุนเริ่มโกรธจริงๆและรู้ว่าคงยากที่ควบคุมสถานการณ์ได้ จึงรีบส่ายหน้าแล้วก็พูดออกไปว่า“พวกนายรีบไปจากที่นี่กันก่อนจะดีกว่าถ้าไม่อยากโชคร้าย!”ความตั้งใจดีของถังเมิ่งกลับนำความเดือดร้อนมาสู่ตัวเองนี่เท่ากับว่าเขาแกว่งเท้าหาเสี้ยนแท้ๆ ถังเมิ่งประเมินเพื่อนๆของเขาต่ำไปจริงๆอาปิงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดและรู้ดีว่าเสี่ยวจี๋เป็นฝ่ายผิด เขาไม่ต้องการให้ถังเมิ่งต้องลำบากใจ จึงรีบเดินออกมาข้างหน้าและพูดขึ้นว่า“พวกเรากลับกันก่อนดีกว่าไว้ค่อยคุยกันวันหลัง!”แม้แต่หัวหน้าแก๊งมังกรเขียวยังต้องขับรถไปรับคนของหลิงหยุนด้วยตัวเองแทบไม่ต้องคิดว่าหลิงหยุนจะมีอำนาจมากเพียงใด หากพวกเขายังคงดื้อดึงจะหาเรื่องอยู่ที่นี่อีก คงไม่ต่างจากการชักนำความโชคร้ายให้กับตนเองหรือเสี่ยวจี๋ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าที่บวมเปล่งของตนเองพร้อมกับจ้องมองตี้เสี่ยวอู๋อยู่นานในที่สุดก็ทำเสียงฟึดฟัด และเดินกลับไปที่รถทันทีโดยไม่รอใครเมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้งห้าคนของเขายอมกลับออกไปถังเมิ่งก็ถึงกับถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกก่อนจะพึมพำว่า