ตอนที่ 291
บทที่ 594 : ความวุ่นวายในบ้าน!
October 22, 2026
บทที่ 594 : ความวุ่นวายในบ้าน! ภายในบ้านเลขที่-1ของหมู่บ้านในทะเลสาบจิงฉู ทันทีที่หลิงหยุนขั้นไปบนรถและแล่นออกไปจากคลินิกนั้น เขาก็ได้บอกความจริงกับเหล่ากุ่ยและตี้เสี่ยวอู๋ ส่วนถังเมิ่งนั้นก็ได้เดาใจหลิงหยุนได้อย่างถูกต้องว่าหลังจากที่ผู้คนได้เห็นการรักษาที่น่าอัศจรรย์ของหลิงหยุนแล้วนั้น หลังจบงาน หลิงหยุนก็คงต้องตอบคำถามมากมายไม่จบไม่สิ้น เขาจึงต้องหาวิธีหนีเอาตัวรอดออกมาจากที่นั่นก่อน ในเวลาเดียวกันนั้นหลิงหยุนก็ได้ส่งกระแสจิตบอกไป๋เซียนเอ๋อที่วิ่งตามรถมา เพราะรู้ดีว่าหากไป๋เซียนเอ๋อคิดว่าเขาร่างกายเหนื่อยล้าจริงๆ นางคงต้องเป็นกังวลอย่างมากเลยทีเดียว และในตอนนี้..สาวงามทั้งหกรวมทั้งฉินตงเฉี่วย ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่บ้านของหลิงหยุน ความจริงแล้วที่หลิงหยุนต้องแกล้งป่วยนั้น ก็เพราะรู้ดีว่าตนเองจะต้องถูกพาตัวกลับไปที่บ้านในอ่าวจิงฉีอย่างแน่นอน และฉินตงเฉี่วยคงจะต้องเค้นถามเขาเรื่องสาวงามที่มาร่วมงานมากมายในวันนี้ หลิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายอย่างไรในเมื่อไม่สามารถอธิบายได้ หลิงหยุนจึงไม่ต้องการอธิบายอะไร และรอให้วันเวลาผ่านไปจนนางสามารถทำความเข้าใจไปได้เอง หลิงหยุนมองสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยของสาวงามทั้งห้าคนของเขาแต่ก็ไม่สามารถบอกความจริงกับพวกเธอได้ว่าเขาแกล้งป่วย เพราะหากทุกคนรู้ความจริง และไม่มีท่าทางตื่นตระหนกตกใจ ฉินตงเฉี่วยซึ่งเป็นคนเฉลียวฉลาด ก็คงต้องจับได้ และรู้ความจริงในทันที ดังนั้น..ทันทีที่กลับไปถึงบ้าน หลิงหยุนจึงรีบเข้าไปในห้องนอนของตนเอง และจัดการปิดประสาทการรับรู้ทั้งห้า ทำสมาธิ และเริ่มดูดซับพลังชีวิตเข้าไปในร่างกาย เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปกับการใช้ในการรักษาผู้ป่วย ทางด้านตี้เสี่ยวอู๋นั้นหลิงหยุนได้สั่งให้เขากลับไปที่โรงแรมแชงกรีล่า ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพต้อนรับแขกเหรื่อแทนเขา ส่วนเหล่ากุ่ยนั้นก็ออกไปทำธุระบางอย่าง แม้ว่าภายในร่างกายของหลิงหยุนนั้นจะมีพลังชีวิตอยู่ไม่น้อยแต่การต้องรักษาผู้ป่วยอาการสาหัสถึงยี่สิบสองคนในคราวเดียวนั้น ก็ทำให้พลังชีวิตในร่างกายของเขาร่อยหรอลงไปกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่มีอาการบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด อีกทั้งคืนนี้หลิงหยุนเองก็วางแผนที่จะเข้าหอกับเหยาลู่ในคืนนี้เขาจึงต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาสู่ระดับสูงสุดก่อนที่จะถึงตอนเย็น เพราะเมื่อเขาได้เข้าหอกับเหยาลู่ เขาก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-8 ได้อย่างง่ายดาย ขั้นปรับร่างกาย-8และขั้นปรับร่างกาย-9 นั้น ล้วนอยู่ในด่านสุดท้ายของขั้นปรับร่างกายทั้งสิ้น ความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากที่หลิงหยุนจะผ่านไปถึงไปได้ แต่หลิงหยุนต้องการก้าวเข้าสู่แต่ละขั้นอย่างมั่นคง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานึกเสียใจในภายหลัง ดังนั้นหลิงหยุนจึงให้ความสำคัญและระมัดระวังอย่างมากไม่ว่าจะเป็นระดับย่อย หรือว่าขั้นใหญ่ เพราะเขาเกรงว่าหากรีบร้อนฝึกฝน อาจจะนำมาซึ่งปัญหาไม่รู้จบในวันข้างหน้า หากการได้กลับมาเกิดใหม่ในครั้งนี้แต่หลิงหยุนกลับไม่สามารถทำได้ดี เขาก็คงต้องรู้สึกผิดหวังอย่างมากเลยทีเดียวดังนั้นทุกย่างก้าวในการฝึกของหลิงหยุนนั้นจะต้องมั่นคงและต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดช่องโหว่ใดๆกับสภาวะจิตใจของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองต้องโชคร้ายกลับกลายเป็นมารได้ระหว่างที่หลิงหยุนฝึกประสาททั้งห้าของตนอยู่นั้นสาวงามทั้งเจ็ดคนที่อยู่ในบ้าน ต่างก็เริ่มแย่งห้องนอนกัน..ภายในบ้านเลขที่-1ของหลิงหยุนนั้นใหญ่โตมาก และมีเนื้อที่ใช้สอยภายในบ้านถึง 1300 ตารางเมตร และมีห้องนอนเฉพาะด้านบนอยู่ถึงแปดห้องด้วยกันเสี่ยวเม่ยหนิงและเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นต่างก็ไม่แก่งแย่งวุ่นวายกับใคร เมื่อกลับมาถึงบ้าน และพบว่าหลิงหยุนกำลังพักฟื้นอยู่ในห้องนอน พวกเธอทั้งคู่ต่างก็แยกย้ายกันกลับเข้าไปในห้องนอนของตนเองสำหรับไป๋เซียนเอ๋อนั้นนางพักอยู่ในห้องซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของห้องหลิงหยุน และทุกคนต่างก็รู้ว่านางเป็นสุนัขจิ้งจอกเก้าหาง จึงไม่มีใครต้องการทะเลาะแก่งแย่งกับนางระหว่างที่หลิงหยุนออกเดินทางไปที่เกาะเตียวหยูนั้นฉินตงเฉี่วยและหนิงหลิงยู่ก็เคยมาที่บ้านเลขที่-1 แห่งนี้ และทั้งคู่ก็เป็นเครือญาติของหลิงหยุน จึงนับได้ว่าเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้อยู่ครึ่งหนึ่ง จึงไม่มีใครต้องการทะเลาะกับทั้งคู่เช่นกันมีเพียงหลินเมิ่งหานและหลงหวู่ที่ต่างก็กำลังเปิดศึกแย่งชิงห้องนอนที่อยู่ตรงข้ามห้องของหลิงหยุนต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใคร และตอนนี้ทั้งคู่ก็กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟความจริงแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่ทั้งสองสาวจะต้องมาทะเลาะเบาะแว้งแย่งห้องนอนกันเช่นนี้เพราะทั้งคู่ต่างคนต่างก็มีบ้านของตนเองอยู่แล้ว แต่ที่ต้องเอาชนะคะคานกันอยู่นี้ ก็เพราะต่างคนต่างก็รู้สถานะของอีกฝ่ายที่มีต่อหลิงหยุนดี – คนหนึ่งคือภรรยา ส่วนอีกคนก็คือคู่หมั้นหลินเมิ่งหานนับว่าเป็นภรรยาคนแรกของหลิงหยุนส่วนหลงหวู่ก็เป็นคู่หมั้นที่พ่อแม่หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก ต่างคนต่างก็หน้ามืด และไม่มีใครยอมลงให้ใคร..แต่ฉินตงเฉี่วยเองก็ไม่ต่างจากหญิงสาวคนอื่นเมื่อพบว่าภายในใจของตนเองนั้นร้อนรนราวกับถูกไฟเผา จึงได้พาหนิงหลิงยู่ไปที่ห้องฟิตเนสชั้นล่าง และฝึกการเคลื่อนไหวร่างกายให้กับเธอแทนเมื่อถึงเวลาหกโมงเย็นที่พระอาทิตย์เริ่มตกดินหลิงหยุนก็หยุดฝึก และได้ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูเหตุการณ์ภายในบ้าน เขาถึงกับนึกขันเมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นหลิงหยุนค่อยๆเดินลมปราณไปทั่วร่างกายและทำให้ใบหน้าของตนเองซีดเซียว แล้วจึงเปิดประตูเดินออกไปนอกห้อง“มีใครทำอาหารบ้างหรือยังผมหิวแล้ว!” หลิงหยุนร้องถามระหว่างที่เดินออกมาจากห้องทันทีที่หลิงหยุนโยนหินถามทางสาวงามภายในบ้านต่างก็พากันวิ่งกรูออกมาทันทีฉินตงเฉี่วยหยุดฝึกและพุ่งออกมาประคองร่างของหลิงหยุนไว้พร้อมกับถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย“เจ้าเด็กดื้อ..เจ้าเป็นยังไงบ้าง เหตุใดหน้าของเจ้าถึงได้ซีดเซียวเช่นนี้?”