ตอนที่ 298
บทที่ 601 : ของขวัญจากเหล่ากุ่ย!
October 22, 2026
บทที่ 601 : ของขวัญจากเหล่ากุ่ย! ฉินตงเฉี่ยไม่ยอมเปิดเผยสิ่งที่นางรู้ออกมาแต่หลิงหยุนนั้นมั่นใจว่าเหล่ากุ่ยคงต้องบอกบางสิ่งบางอย่างกับนางบ้างแล้ว เพียงแต่นางไม่ต้องการบอกกับเขา และหลิงหยุนก็คาดเดาได้ถูกต้องในมุมของเหล่ากุ่ยนั้น ในเมื่อฉินจิวยื่อไม่อยู่ ฉินตงเฉี่วยซึ่งเป็นน้องสาวของนาง จึงเป็นเพียงญาติผู้ใหญ่คนเดียวของหลิงหยุนในเวลานี้ เหล่ากุ่ยมาพบหลิงหยุนในครั้งนี้เขาได้รับคำสั่งให้พาหลิงหยุนกลับไปเมืองหลวงเพื่อให้หลิงหยุนได้ทำความรู้จักกับตระกูลหลิงซึ่งเป็นบรรพบุรุษที่แท้จริงของตนเอง หากเขาไม่บอกกล่าวฉินตงเฉี่วยในเรื่องของหลิงหยุน ก็คงเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล และไร้มารยาทสิ้นดี ไม่เพียงตระกูลฉินจะเป็นตระกูลใหญ่ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลหลิงต่อให้ผู้ที่นำหลิงหยุนไปเลี้ยงดูเป็นครอบครัวของคนธรรมดาก็ตาม การที่จะนำตัวหลิงหยุนกลับไปหาครอบครัวที่แท้จริง ก็ยังต้องบอกกล่าว และได้รับความยินยอมจากญาติผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูเขาเสียก่อน! ดังนั้น..เพื่อไม่ให้ฉินตงเฉี่วยเข้าใจผิด และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นในภายภาคหน้า เมื่อเหล่ากุ่ยมาพบหลิงหยุนที่บ้านในตอนเช้า เขาจึงได้แจ้งฐานะและจุดประสงค์ของตนเองให้ฉินตงเฉี่วยทราบอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้เหล่ากุ่ยไม่สามารถพูดต่อหน้าคนอื่นๆได้ เขาและฉินตงเฉี่วยจึงได้ออกไปคุยกันนอกบ้าน และใช้กระแสจิตพูดคุยกันโดยที่บุคลลที่สามไม่สามารถได้ยินได้ ผลของการพูดคุยกันส่วนตัวของทั้งสองคนเหล่ากุ่ยพึงพอใจอย่างมาก และฉินตงเฉี่วยก็พอใจอย่างมากเช่นกัน ตราบใดที่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าหลิงหยุนเป็นสายเลือดของตระกูลหลิงจริง และตัวหลิงหยุนเองก็ยอมรับ อีกทั้งยังสมัครใจที่จะไปทำความรู้จักกับครอบครัวที่แท้จริง ฉินตงเฉี่วยก็จะไม่ห้าม ทุกอย่างนางจะปล่อยให้หลิงหยุนเป็นผู้ตัดสินใจเอง.. เมื่อคิดว่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของตนเองกำลังจะถูกเปิดเผยในเร็ววันนี้หลิงหยุนก็รู้สึกตื่นเต้นจนไม่อาจอธิบายได้ และเกิดความกระวนกระวายใจใคร่รู้ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ‘นาย..เอ่อ.. พ่อหนุ่ม..’ หลิงหยุนนึกขึ้นมาได้ว่า..ทุกครั้งที่เหล่ากุ่ยเรียกเขานั้น เหล่ากุ่ยมักจะเผลอพูดคำว่า ‘นาย.. ’ แล้วก็รีบหยุดกลางคัน และเปลี่ยนมาเรียกเขาว่า ‘พ่อหนุ่ม’ หรือว่า ‘หลิงหยุน’ แทน เมื่อก่อนหลิงหยุนไม่ได้คิดเอะใจเรื่องนี้จริงจังแต่ตอนนี้หลิงหยุนเริ่มรู้แล้ว่าทุกครั้งเหล่ากุ่ยจะติดปากเรียกเขาว่า ‘นายน้อย’ แต่เนื่องจากเวลาที่ยังไม่เหมาะสม จึงรีบเปลี่ยนคำเรียกใหม่กลางคันทุกครั้ง “น้าหญิง..หากท่านไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ข้าขอตัวไปพบเหล่ากุ่ยก่อน!” หลิงหยุนสัมผัสได้ว่าเลือดภายในกายของเขาสูบฉีดจนร้อนรุ่มไปหมดและไม่รู้จะทำเช่นไรจึงได้แต่กำหมัดแน่น! ตอนนี้หลิงหยุนอยากรู้มากว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขาเป็นใคร และเกิดอะไรขึ้นกับพวกท่านเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว? หรือพวกท่านหวาดกลัวอะไรจนถึงกับต้องยอมทอดทิ้งเขาเช่นนี้?! “เจ้ารีบไปเถิด!”ใบหน้าที่งดงามของฉินตงเฉี่วยแม้จะดูคลุมเครือ แต่ก็ดูออกว่าสบายใจ.. “น้าหญิง..เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านจะไปกับข้าก็ได้ หากมีเรื่องใหญ่โตที่ต้องตัดสินใจ ท่านจะได้ช่วยข้าตัดสินใจได้” ฉินตงเฉี่วยนั้นปฏิบัติต่อหลิงหยุนดียิ่งกว่าเครือญาติและตอนนี้แม่ของเขาก็ไม่อยู่แล้ว หลิงหยุนจึงอยากให้ฉินตงเฉี่วยอยู่ด้วย แต่ใครจะคิดว่าฉินตงเฉี่วยกลับเพียงแค่เหลือบมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดแจ้วๆว่า“เรื่องของเจ้าแท้ๆ จะให้คนอื่นช่วยตัดสินใจได้อย่างไรกัน เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าต้องเป็นผู้ตัดสินใจเอง! เจ้าไปได้แล้ว.. แล้วก็รีบกลับบ้านล่ะอย่าให้ข้าต้องคอยนาน!” ฉินตงเฉี่วยนั้นรู้จักหลิงหยุนดี.. “อะไรกันน้าหญิง..”หลิงหยุนได้แต่เกาศรีษะอย่างเก้อเขินพร้อมกับพยักหน้าและพึมพำเบาๆว่า “น้าหญิง.. เรื่องนี้ท่านอย่าบอกให้หลิงยู่รู้..”“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องนี้..ข้ารู้ดีว่าควรทำเช่นไร..” ฉินตงเฉี่วยยกมือขึ้น พร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มที่หน้าผากของหลิงหยุนฉินตงเฉี่วยยืนอยู่หน้าบ้านจ้องมองหลิงหยุนที่ขับรถออกไปแววตาของนางเปลี่ยนเป็นสับสน และในที่สุดก็ถอนหายใจพร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ“เจ้าเด็กตัวแสบ..ในเมื่อเจ้าเป็นทายาทตระกูลหลิงจริงๆ เจ้าก็ควรที่จะได้รู้จักกับบรรพบุรุษของตนเอง และเป็นเรื่องดีที่จะได้กลับไปสู่ครอบครัวที่แท้จริง แต่ถึงอย่างนั้น.. การที่เจ้าเป็นลูกของหลิงเสี่ยวที่เกิดจากธิดาพรรคมาร ไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าเจ้าจะต้องพบกับเรื่องราวหนักหนาอะไรบ้าง”…………….หลิงหยุนเป็นคนขับรถเองแต่ก็ลากถังเมิ่งขึ้นรถไปด้วย และตลอดทางก็ไม่มีไฟแดงเลย ทั้งคู่จึงมาถึงที่พักอาศัยของเหล่ากุ่ยได้ในเวลาอันรวดเร็วที่นี่อยู่ชานเมืองด้านฝั่งตะวันออกของเมืองจิงฉูภายในบ้านมีสนามหน้าบ้านเล็กๆ ส่วนทางด้านตะวันออกของบ้านก็เป็นป่ากว้างที่ค่อนข้างเงียบสงบ“พี่หยุน..เหล่ากุ่ยอยู่ที่นี่จริงๆเหรอ” เมื่อเห็นบ้านหลังเล็กถังเมิ่งถึงกับร้องถามออกมาทันที“นายจะไปรู้อะไรที่นี่เป็นที่ซ่อนตัวอย่างดีต่างหาก!”หลิงหยุนยังคงไม่ลงจากรถเขาสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่เข้มข้น จึงรู้สึกตกใจอย่างมาก!หลิงหยุนดับเคื่องและรีบกระโดดลงจากรถทันที จากนั้นจึงโยนกุญแจรถให้กับถังเมิ่งพร้อมกับร้องสั่งว่า“นายไปจัดการธุระของนายให้เสร็จก่อนแล้วฉันจะโทรเรียกนายให้มารับเอง!”หลังจากถังเมิ่งขับรถออกไปหลิงหยุนก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบจิตสงบใจ แล้วจึงเดินไปที่ประตู และเคาะเบาๆประตูรั้วเปิดออกและใบหน้าของเหล่ากุ่ยก็ปรากฏอยู่หลังประตู หลิงหยุนพบว่าครั้งนี้สีหน้าของเหล่ากุ่ยดูตื่นเต้นอย่างมาก“เหล่ากุ่ย..ข้าไปรอพบท่านอยู่ที่บ้าน..” หลิงหยุนกระโดดเข้าไปภายในบ้าน และไม่รู้ว่าจะพูดอะไร..ทั้งคู่เดินเข้าไปภายในบ้านเหล่ากุ่ยทักทายหลิงหยุนอย่างอบอุ่น และเชื้อเชิญให้เขาเข้านั่งด้านในพร้อมกับรินน้ำให้“เหล่ากุ่ย..ข้าไม่ได้กระหายน้ำ อย่าวุ่นวายไปเลย..” หลิงหยุนรีบร้องห้ามเขามีคำถามมากมายที่ต้องการจะถามเหล่ากุ่ยจึงไม่มีอารมณ์จะมานั่งดื่มน้ำ..เหล่ากุ่ยได้แต่หัวเราะ..“ข้าเช่าบ้านหลังนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่แล้ว เช้านี้ตั้งใจว่าจะทำความสะอาด แต่ก็ยังไม่ได้ทำ..”“เจ้าเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกแต่ข้ากลับไม่มีชาต้อนรับ.. แต่นี่เป็นชาที่ข้าตั้งใจซื้อมาฝากเจ้า เจ้าลองดื่มดูสิ..”