ตอนที่ 299
บทที่ 602 : รับรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริง!
October 22, 2026
บทที่ 602 : รับรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริง! สำหรับหลิงหยุนผู้หมกมุ่นอยู่กับการพัฒนาขั้นของตนเองสิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุดก็คือพลังชีวิต! ดังนั้นหากได้รู้ว่าสิ่งใดมีพลังชีวิตอยู่หลิงหยุนจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน! หากเมื่อวานนี้สิ่งที่หลงเทียนเจียวมอบให้กับหลิงหยุนไม่ใช่เช็คจำนวนสองพันเจ็ดร้อยล้านแต่เป็นบางสิ่งบางอย่างที่สามารถให้พลังชีวิตได้ หลิงหยุนจะต้องรับมันไว้อย่างแน่นอน.. แม้ว่าเงินจำนวนห้าร้อยล้านดอล่าสหรัฐจะไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อยเลยแต่เวลานี้หลิงหยุนก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง ส่วนตำราฝึกฝนกำลังภายในน่ะหรือ เขาเองก็รู้วิชาบ่มเพาะอีกมากมาย และรู้ด้วยว่าควรจะต้องฝึกวิชาใหนในช่วงเวลาใด? สำหรับผ้าแพรที่ทอจากไหมดำนั้น แม้ว่าจะเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยาก แต่หากเขาเข้าสู่ขั้นที่สามารถสรรสร้างวัตถุต่างๆได้ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจจะสร้างชุดคงกะพันขึ้นมาสักชุด แต่พลังชีวิตนั้นแตกต่างจากสิ่งเหล่านี้มากหากหลิงหยุนต้องการให้การฝึกฝนของเขารุดหน้าได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง ก็จำเป็นที่เขาจะต้องมีพลังชีวิตเพื่อดูดซับเข้าไปในร่างกายจำนวนมาก และสิ่งของที่อยู่ในกล่องไม้เวลานี้ก็กำลังปลดปล่อยพลังชีวิตที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ออกมา มีหรือที่หลิงหยุนจะไม่ร้อนใจ! อีกทั้งที่บ้านในอ่าวจิงฉูก็มีกล่องลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน! “เหล่ากุ่ย..ข้างในกล่องไม้นั่นมีอะไรกันแน่” หลิงหยุนจ้องมองกล่องไม้ลึกลับอยู่นานและพลังชีวิตจำนวนมากที่กระจายออกมานั้นก็ถูกหลิงหยุนดูดซับเข้าไปในร่างกาย เหล่ากุ่ยยิ้มอย่างสนิทสนมพร้อมกับวางกล่องไม้ที่กอดไว้ลงบนโต๊ะเขาไม่พูดอะไร แต่จัดการเปิดกล่องไม้ออก พลังชีวิตจากกล่องไม้เพิ่มทวีขึ้นอย่างรวดเร็ว และหลิงหยุนก็รีบดูดซับเข้าไปไม่เหลือไว้แม้แต่หยดเดียว หลิงหยุนก้มลงไปดูใกล้ๆพร้อมกับร้องอุทานออกมาว่า“นี่มัน..” สิ่งที่อยู่ในกล่องไม้ใบนั้นกลับเป็นเพียงแค่ซากไม้ที่ตายแล้วชิ้นหนึ่งอีกทั้งไม่รู้ว่าแห้งตายมานานกี่ปีแล้ว เพราะลำต้นของมันนั้นเป็นสีดำสนิท แม้กระทั่งปลายของซากไม้ทั้งสองข้างก็เป็นสีดำสนิทด้วยเช่นกัน ดูราวกับว่าถูกฟ้าผ่ามาอย่างรุนแรง ซากไม้สีดำชิ้นนี้มีความยาวหนึ่งเมตรลำต้นตรงของมันมีขนาดใหญ่เท่ากับแขนของผู้ใหญ่คนหนึ่ง และมีสีดำตลอดทั้งท่อนไม่ต่างจากเหล็กแท่งสีดำ หลิงหยุนแอบคิดในใจว่า..หากเป็นซากไม้ที่ตายแล้วก็น่าจะผุพังไปนานแล้ว แต่เขากลับเห็นชัดว่าที่ปลายของซากไม้สีดำนี้มีตุ่มนูนขึ้นคล้ายกับเมล็ดทานตะวัน ดอกตูมนี้มีสีเหลืองอมชมพู และมีพลังชีวิตที่เข้มข้น ‘ซากไม้แต่กลับผลิดอกได้!น่าจะเป็นเพราะพลังชีวิตที่เข้มข้นและบริสุทธิ์นี้ จึงทำให้ดอกตูมสามารถแตกหน่อออกมาได้!’ หลิงหยุนถึงกับตกใจจนไม่สามารถทนนั่งเฉยต่อไปได้อีกเขาผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันที! เหล่ากุ่ยดูเหมือนจะคาดเดาไว้แล้วว่าหลิงหยุนจะต้องตกใจเขาจึงยังคงนั่งนิ่งไม่แปลกใจ และพูดกับหลิงหยุนยิ้มๆ “พ่อหนุ่ม..หยิบมันขึ้นมาดูสิ..”ยังไม่ทันที่เหล่ากุ่ยจะพูดจบดีหลิงหยุนก็เอื้อมมือออกไปคว้าซากไม้มาไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว‘เปลือกสีดำราวกับถ่านของมันช่างหยาบนักและน้ำหนักก็ค่อนข้างมาก’‘เปลือกของมันดูคล้ายกับต้นหลิว..’หลิงหยุนได้แต่นึกแปลกใจ..ไม้ที่มีขนาดใหญ่เท่าแขนของเขา และยาวหนึ่งเมตรนั้น อย่างมากที่สุดน้ำหนักก็ไม่น่าเกินสิบกิโลกรัม แต่ซากไม้ท่อนนี้กลับหนักราวแปดสิบกิโลกรัมได้! และหากเป็นซากของต้นหลิวจริงก็ยิ่งไม่ควรหนักถึงเพียงนี้!หลิงหุยนได้แต่คิดในใจว่าไม่แปลกที่กล่องไม้ของแม่เขาจะหนักมากถึงเพียงนั้นหากมีไม้ชนิดเดียวกันนี้อยู่ด้านในเหล่ากุ่ยมองหลิงหยุนที่กำลังสำรวจท่อนไม้ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อและไม่สามารถปกปิดความตื่นเต้นไว้ได้อีก เขากระแอมเบาๆก่อนจะพูดขึ้นว่า“พ่อหนุ่ม..เจ้าหยดเลือดที่นิ้วลงไปบนไม้ท่อนนี้สิ..”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘ไม้เพียงแค่ท่อนเดียวถึงกับต้องให้ข้าหยดเลือดแสดงความเป็นเจ้าของเลยรึ’หลิงหยุนรู้ดีว่าเหล่ากุ่ยไม่ได้ให้เขาหยดเลือดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของแต่ให้เขาหยดเลือดเพื่อพิสูจน์ฐานะของตนเองต่างหาก!หลิงหยุนมั่นใจว่าเหล่ากุ่ยไม่ได้คิดร้ายกับตนเองอย่างแน่นอนเขาจึงไม่ลังเลที่จะยกนิ้วชี้ขึ้นกัด และหยดเลือดลงบนซากไม้ทันทีและนาทีแห่งการรอคอยก็มาถึงเหล่ากุ่ยตื่นเต้นจนต้องลุกขึ้นยืนตัวสั่นพร้อมกับร้องบอกอีกครั้ง“พ่อหนุ่ม..เจ้ารีบหยดเลือดของเจ้าลงไปเร็วเข้า!”หลิงหยุนจัดการหยดเลือดลงบนซากไม้ด้วยสีหน้าท่าทางเป็นปกติ..และภาพที่กำลังจะปรากฏต่อไปก็ทำให้หลิงหยุนถึงกับตกตะลึง!ขณะที่นิ้วชี้ข้างขวาของหลิงหยุนกดลงที่พื้นผิวขรุขระของท่อนไม้นั้นเลือดในนิ้วของเขาก็ไหลซึมเข้าไปตามเปลือกไม้ทันที และกระจายไปตามพื้นผิวสีดำของมันอย่างรวดเร็ว!แต่ไม่เพียงเท่านั้น..หลิงหยุนรู้สึกว่าเลือดของเขายังคงไหลลงไปในซากไม้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องโดยไม่มีวี่แววว่าจะหยุด!‘อะไรกัน!นี่ข้าต้องถูกดูดเลือดอีกแล้วหรือนี่?’หลิงหยุนยังคงถือท่อนไม้นั้นไว้ด้วยมือข้างขวาและไม่รีบร้อนที่จะดึงนิ้วชี้ออกมา ปล่อยให้มันดูดเลือดของเขาไปเช่นนั้นตอนนี้หลิงหยุนเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-8แล้ว จุดตันเถียนของเขาก็ได้ขยายใหญ่กว่าคนธรรมดาหลายเท่า เขาจึงไม่นึกเสียดายเลือดแม้แต่ของตนเองแม้แต่น้อย