ตอนที่ 300
บทที่ 603 : ซากไม้ตายเปลี่ยนไป!
October 22, 2026
บทที่ 603 : ซากไม้ตายเปลี่ยนไป! สิ้นคำพูดของเหล่ากุ่ย..ภายในห้องก็กลับเงียบงันจนสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของหลิงหยุนได้อย่างชัดเจน แต่สีหน้าท่าทางของหลิงหยุนกลับทำให้เหล่ากุ่ยประหลาดใจไม่น้อยเขาคิดไม่ถึงว่าหลังจากได้รับรู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเองแล้ว หลิงหยุนจะยังคงสงบนิ่ง และไม่แสดงอาการตื่นเต้นออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงคิ้วที่ขมวดและลิ้นที่ตวัดเลียริมฝีปากเท่านั้น.. ภายในใจของเหล่ากุ่ยนั้นรู้สึกกังวลใจและเกรงว่าหลิงหยุนจะไม่ยอมรับชาติกำเนิดที่แท้จริงของตนเอง! แต่ระหว่างที่รอคอยอย่างใจจดใจจ่ออยู่ภายใต้ความเงียบงันนั้น เสียงของหลิงหยุนก็ดังขึ้น “ข้าเป็นลูกชายของคุณชายสามแห่งตระกูลหลิงงั้นรึ..!” “เหล่ากุ่ย..ใช่ว่าข้าจะระแวงสงสัยในคำพูดของท่าน! แต่เรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ท่านต้องมีหลักฐานน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะทำให้ข้าเชื่อมั่นได้..” ความจริงแล้วตอนนี้หลิงหยุนเองก็ตื่นเต้นอย่างมากแต่ก็พยายามข่มใจให้สงบนิ่งที่สุดเพื่อให้สามารถตัดสินคำบอกเล่าของเหล่ากุ่ยด้วยใจที่เป็นกลางได้ เหล่ากุ่ยได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรู้สึกราวกับว่าภูเขาลูกใหญ่ได้ถูกยกออกไป! จากนั้นจึงยกมือขึ้นชี้ไปที่ซากไม้แห้งในมือขวาของหลิงหยุนแล้วพูดออกมาอย่างตื่นเต้น “นายน้อย..หลักฐานก็อยู่ในมือของท่านแล้ว!” หลิงหยุนถึงกับงุนงงเขารีบยกมือขวาที่ถือซากไม้ขึ้นพร้อมกับร้องถามว่า “เหล่ากุ่ย.. ท่านหมายถึงท่อนไม้แห้งๆนี่น่ะรึ! ..นี่มันกำลังดูดเลือดของข้า?!” เหล่ากุ่ยได้แต่พยักหน้าและอธิบายต่อว่า “นายน้อย.. ที่ข้าขอให้ท่านหยดเลือดลงไปบนซากไม้นั่นก็เพื่อต้องการพิสูจน์เลือดของท่าน..” “ท่านอย่าได้ประเมินซากไม้แห้งนี้ต่ำจนเกินไปซากไม้ท่อนนี้เป็นมรดกตกทอดของตระกูลหลิง หากผู้ใดเป็นทายาทตระกูลหลิงจริง เลือดของคนผู้นั้นจะต้องถูกดูดซึมเข้าสู่ซากไม้ท่อนนี้ แต่นี่เป็นเพียงแค่การพิสูจน์เบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการให้มั่นใจมากกว่านี้ก็ต้องใช้วิธีตรวจดีเอ็นเอ!” “ซากไม้แห้งท่อนนี้จะดูดซับเฉพาะเลือดของชายตระกูลหลิงเท่านั้น!หากเป็นเลือดของผู้อื่นหยดลงไป หยดเลือดจจะไม่สามารถสัมผัสกับเนื้อไม้ได้!” ในที่สุดหลิงหยุนก็ขยับเขยื้อนตัวเขาประหลาดใจอย่างมากที่ซากไม้แห้งนี้ยังคงดูดเลือดจากนิ้วของเขาไม่หยุด “ช่างมหัศจรรย์จริงๆ!” เหล่ากุ่ยยิ้มกว้าง“หากนายน้อยไม่เชื่อ.. ท่านลองนำมันไปตรวจเลือดของผู้อื่นดูก็ได้..” หลิงหยุนถึงกับพูดอะไรไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่ามีซากไม้ที่วิเศษเช่นนี้ด้วยหรือ..เหล่ากุ่ยพูดต่อ“นายน้อย.. ท่านเห็นดอกตูมสีเหลืองที่อยู่บนซากไม้นั่นหรือไม่ ชายตระกูลหลิงที่มีอายุสิบแปดปีขึ้นไป ต่างก็ต้องใช้เลือดของตนเองรดแทนน้ำให้กับมันเดือนละครั้ง ซากไม้แห้งท่อนนี้จึงได้ผลิดอกตูมขึ้นมา แต่ก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้ดอกตูมขนาดนี้..”หลิงหยุนถึงกับตกใจสุดขีด“ห๊ะ.. นี่ต้องใช้เลือดของชายตระกูลหลิงรดแทนน้ำ ซากไม้แห้งๆท่อนนี้จึงจะออกดอกงั้นรึ..”เมื่อได้ฟังเช่นนั้น..หลิงหยุนก็เริ่มหวาดกลัว และแทบจะโยนซากไม้นั้นกลับลงไปในกล่องดังเดิม แต่จู่ๆ เขาก็ชะงักเพราะสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตภายในร่างกายตนเองเริ่มเปลี่ยนไปเหล่ากุ่ยไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าท่าทางที่เปลี่ยนไปของหลิงหยุนเขาล้วงเอารูปถ่ายออกมาใบหนึ่งอย่างตื่นเต้นและเพื่อให้หลิงหยุนได้รู้จักกับสายเลือดที่แท้จริงของตนเองครั้งนี้เหล่ากุ่ยจึงเตรียมตัวมาพร้อมมาก“นายน้อย..ท่านดูรูปถ่ายใบนี้สิ! นี่เป็นรูปของคุณชายสามตอนหนุ่มๆ ท่านดูสิว่าหน้าเหมือนท่านมากแค่ใหน..”หลิงหยุนหยิบรูปถ่ายในมือของเหล่ากุ่ยมาดูมันเป็นรูปถ่ายของหลิงเสี่ยวเมื่อตอนที่เขาอายุสิบแปดปี‘เหมือนข้ามากจริงๆ!’จากรูปถ่ายนั้น..หลิงหยุนเห็นหน้าผากที่กว้างของหลิงเสี่ยว คิ้วที่เป็นเส้นตรงคล้ายดาบ และจมูกที่โด่งราวกับแกะสลัก ริมฝีปากคมชัดได้รูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาที่บ่งบอกถึงความมั่นใจ และอารมณ์ที่สงบนิ่ง..ส่วนอื่นๆบนใบหน้าของหลิงเสี่ยวนั้น ล้วนดูเหมือนหลิงหยุนราวกับถอดแบบมา มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่โตกว่า และสวยกว่าดวงตาของหลิงเสี่ยวหลิงหยุนได้แต่แอบถอนใจและแทบจะไม่ต้องสอบถามอะไรอีก เขาเชื่อแล้วว่าตนเองคือทายาทตระกูลหลิงอย่างแน่นอน เรื่องนี้จริงเสียยิ่งกว่าจริงอีก!หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่ารูปถ่ายของหลิงเสี่ยวดูเหมือนจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีจากนั้นเขาก็หายใจเข้ายาวอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเหล่ากุ่ยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เหล่ากุ่ย..ท่านไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว! ข้าเชื่อแล้วว่าข้าเป็นทายาทตระกูลหลิง ขอบคุณที่ท่านเปิดเผยเรื่องนี้ให้ข้ารู้!”จากนั้นเหล่ากุ่ยก็หยิบภาพออกมาอีกหลายภาพแล้วพูดกับหลิงหยุนยิ้มๆ “นายน้อย.. นี่เป็นภาพของปู่ท่าน! นายผู้เฒ่ามีชื่อว่าหลิงลี่ และเป็นเสาหลักของตระกูลหลิงเวลานี้ นายผู้เฒ่าเป็นคนส่งข้ามาพบท่านด้วยตัวเอง!”“ส่วนท่านนี้คือผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเป็นลุงของท่านชื่อว่าหลิงเจิ้น..”“และนี่คือลุงสอง..เป็นคุณชายสองแห่งตระกูลหลิงชื่อว่าหลิงเย่ว..”“ส่วนนี่คือ..”