ตอนที่ 302
บทที่ 605 : โศกนาฏกรรมตระกูลหลิง!
October 22, 2026
บทที่ 605 : โศกนาฏกรรมตระกูลหลิง! “ที่แท้ซากไม้ตายที่เป็นมรดกตกทอดของตระกูลหลิงก็เป็นต้นหลิวนี่เอง..”หลิงหยุนพึมพำออกมาพร้อมกับมองเหล่ากุ่ยที่มีสีหน้าตกใจยิ้มๆ หลิงหยุนอาศัยโอกาสที่สมุดจักรพรรดิปลดปล่อยพลังอมตะออกมาประกอบกับมีต้นหลิวเทวะในมือฝึกวิชาพฤกษาขจี และทำให้เขาสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-8 ได้ อีกทั้งจิตหยั่งรู้ของเขาก็ขยายขอบเขตไปได้ไกลถึงสามสิบห้าเมตร วิชาพฤกษาขจีนี้เป็นวิชาที่หลิงหยุนเองก็ไม่เคยได้ฝึกฝนมาก่อนวิชานี้จะมีทั้งหมดสิบขั้นใหญ่ และแต่ละขั้นใหญ่นั้นมีเก้าระดับย่อย และเพียงแค่การฝึกครั้งแรก หลิงหยุนก็สามารถเข้าสู่ระดับเก้าของขั้นที่สี่ได้แล้ว ‘รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวรึ!เพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ ข้าสามารถฝึกได้ถึงระดับสามสิบหกเชียวหรือนี่?’ ความลับอีกข้อของวิชาพฤกษาขจีนั้นก็คือสามารถใช้วิชานี้ในการเร่งหรือลดการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ได้ เหล่ากุ่ยที่กำลังยืนตกใจนั้นถึงกับร้องถามออกมาเสียงดัง“นายน้อย.. ท่านทำได้อย่างไร เหตุใดห้องทั้งห้องจึงมีพลังสีทองที่แข็งแกร่งอยู่เต็มไปหมด?” ตลอดระยะเวลาสิบแปดปีมานี้ตระกูลหลิงเฝ้าใช้โลหิตรดต่างน้ำ และถ่ายเทพลังเสวียนหวงให้กับซากไม้ท่อนนี้ แต่กลับสามารถทำให้มันออกดอกตูมเล็กๆได้เพียงดอกเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้..เพียงแค่ซากไม้ได้อยู่ในมือของหลิงหยุนเพียงครู่เดียว มันกลับเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต และเริ่มแตกดอกออกใบ อีกทั้งยังปลดปล่อยพลังชีวิตออกมาเต็มไปหมด เหล่ากุ่ยสามารถสัมผัสถึงพลังเหล่านั้นได้ มีหรือที่เขาจะไม่ตกใจ! “พลังสีเหลืองทองนั้นเป็นพลังชี่ที่เกิดขึ้นเสมอในยามที่ข้าฝึกมันเป็นเรื่องปกติของข้า! เพียงแต่ข้าเองก็ไม่สามารถนำมันไปใช้ได้ดังเช่นพลังชี่ทั่วไป..” หลิงหยุนโบกต้นหลิวเทวะในมือไปมาพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง“นี่ก็ไม่ธรรมดาเลย.. ดูสิมันเปลี่ยนเป็นสีเขียวเปล่งประกายระยับระยับ!” “เหล่ากุ่ย..ท่านนั่งลงก่อน..” หลิงหยุนนั่งลงที่เดิมพร้อมกับรินชาดื่มแม้ว่าชาจะเย็นชืด แต่หลิงหยุนก็ไม่สนใจ เหล่ากุ่ยกำลังจะนั่งลงแต่เมื่อเห็นผ้าแพรไหมดำถูกหลิงหยุนตัดขาด เขาก็ถึงกับทรุดลงกับพื้นทันที “นี่นายน้อย..ผ้าแพรไหมดำผืนนี้ ท่านใช้อะไรตัด” หลังจากที่พบว่าผ้าแพรไหมดำถูกตัดขาดเหล่ากุ่ยก็อดคิดไม่ได้ว่านายน้อยของเขานั้นเป็นเซียนหรืออย่างไร! “ข้าก็ใช้ของวิเศษที่บอกใครไม่ได้ตัดน่ะสิ..”หลิงหยุนไม่สามารถบอกความลับเรื่องพู่กันจักรพรรดิให้ใครล่วงรู้ได้อย่างแน่นอน เหล่ากุ่ยถึงกับตกใจ“นายน้อย.. ท่านช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! ข้าเกรงว่านายน้อยจะไม่สามารถตัดมันขาดได้ จึงได้เตรียมผงสำหรับใช้ตัดผ้าแพรไหมผืนนี้มาให้ท่านด้วย คิดไม่ถึงว่าท่านกลับมีของวิเศษที่ใช้ตัดได้..”หลิงหยุนถามขึ้นอย่างงุนงง..“ยา.. ยาอะไรกัน”จากนั้นเหล่ากุ่ยก็ได้อธิบบายวิธีการตัดผ้าแพรสีดำให้หลิงหยุนฟัง..เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าของเหล่ากุ่ยหลิงหยุนได้แต่แอบคิดว่าเหล่ากุ่ยน่าจะบอกเขาเร็วกว่านี้ ปล่อยให้เขายุ่งยากอยู่ได้ตั้งนาน“อ่อ..ที่แท้ก็มีวิธีตัดแบบนี้นี่เอง..” หลิงหยุนร้องอุทานออกมาพร้อมกับวางแก้วชาลบนโต๊ะเหล่ากุ่ยจ้องหน้าหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“นายน้อย.. ท่านอย่าได้วางของพวกนี้ไว้ข้างนอกแบบนี้เลย รีบเก็บมันเข้าไปเถิด! ข้ารู้ว่าท่านมีพื้นที่บางอย่างไว้ใช้สำหรับเก็บของ..”หลิงหยุนพยักหน้าและไม่คิดที่จะปิดบังเหล่ากุ่ยเขายกมือซ้ายขึ้น และจัดการเรียกของทั้งหมดที่เหล่ากุ่ยมอบให้เป็นของขวัญเข้าไปเก็บไว้ในแหวนพื้นที่ รวมทั้งต้นหลิวเทวะด้วย“เหล่ากุ่ย..ในเมื่อข้าเองก็รู้แล้วว่าข้าเป็นทายาทตระกูลหลิง และข้าก็ยอมรับฐานะใหม่ของตนเอง ตอนนี้ท่านจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ข้าฟังได้หรือยัง”หลังจากที่หลิงหยุนจัดการกวาดของบนโต๊ะเก็บเข้าไปจนหมดแล้วในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเหล่ากุ่ย และขอให้เล่ากุ่ยเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังเหล่ากุ่ยนิ่งเงียบไม่พูดอะไรแต่กลับลุกขึ้นจัดการรินน้ำร้อนใส่กาน้ำชา แล้วนั่งลงพร้อมกับครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพูดขึ้นว่า“นายน้อย..เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน และน่าเศร้าใจนัก! ข้าคิดว่าควรรอให้ท่านกลับเข้าตระกูลเสียก่อน แล้วจึงให้นายผู้เฒ่าเป็นผู้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ท่านฟังด้วยตนเองจะดีกว่า..”หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ก็ตอบเหล่ากุ่ยกลับไปว่า“เหล่ากุ่ย..หลายวันที่เราสองคนได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ท่านเองก็รักใคร่เอ็นดูข้าไม่ต่างจากลูกหลานคนหนึ่ง ตอนนี้ข้าเองก็ได้รู้ฐานะที่แท้จริงของตนเองแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่ข้าควรต้องรู้เรื่องราวภายในตระกูลของตนเอง ใครจะเป็นคนเล่าก็คงไม่สำคัญนักไม่ใช่หรือ”เหล่ากุ่ยยังคงมีท่าทางอึดอัดพร้อมกับถอนหายใจออกมา“นายน้อย.. ความจิรงที่ข้ากังวลและไม่กล้าบอกกับท่านในเวลานี้ เพราะเกรงว่าจะส่งกระทบต่อการสอบเอนทรานซ์ของท่าน และอาจส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนของตัวท่านเองด้วย หากเป็นเช่นนั้น.. ไม่เท่ากับว่าชายแก่อย่างข้าได้ทำเรื่องผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงรึ!”หลิงหยุนยิ้มอย่างมั่นใจ“เหล่ากุ่ย.. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสอบเอนทรานซ์หรือการฝึกฝนของข้า ล้วนไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้ข้าสั่นคลอนได้! ข้าแค่ต้องการรู้ความจริงก่อนที่จะต้องไปเผชิญหน้ากับทุกคน..”เหล่ากุ่ยไม่มีทางเลือกจึงได้แต่พูดขึ้นว่า “นายน้อย.. ท่านอยากรู้จริงๆหรือ”หลิงหยุนพยักหน้าจริงจัง..เหล่ากุ่ยกัดฟันพร้อมกับพยักหน้าอย่างแรง“ได้! ในเมื่อนายน้อยอยากจะรู้ ข้าก็จะเล่าให้ท่านฟัง ให้ท่านได้รู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลิง ส่วนรายละเอียดลึกๆ ไว้กลับไปเมืองหลวงเมื่อไหร่ ท่านก็ค่อยไปสอบถามจากนายผู้เฒ่าอีกครั้ง!”“ตกลง..!”หลิงหยุนพยักหน้าเห็นด้วย