ตอนที่ 303
บทที่ 606 : มีหลิงหยุนตระกูลหลิงต้องรอด!
October 22, 2026
บทที่ 606 : มีหลิงหยุนตระกูลหลิงต้องรอด! ทุกคำพูดของเหล่ากุ่ยล้วนเต็มไปด้วยความคับแค้นใจแม้หลิงหยุนจะไม่เอ่ยปากถาม แต่คำพูดต่างๆของเหล่ากุ่ยก็ได้พรั่งพรูออกมาไม่สิ้นสุด ราวกับกำลังระบายความอัปยศที่อัดอั้นไว้ภายในใจมานานออกมา! “ในเวลานั้น..เหล่าจอมยุทธทั้งหลายต่างก็ต้องการให้พ่อของท่านสารภาพเรื่องนี้ออกมาต่อหน้าทุกคน!” “คุณชายสามจึงต้องพาท่านแม่ของท่านที่อุ้มท้องแปดเดือนหนีการไล่ล่าของเหล่าจอมยุทธไปไกลนับพันไมล์แต่เมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงต้องกลับมาที่ตระกูลหลิง..” “ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ตระกูลหลิงตระกูลหลง และตระกูลฉิน เป็นสามตระกูลใหญ่ที่ผู้คนต่างก็ให้ความเคารพและนับหน้าถือตา ตระกูลหลิงในช่วงเวลานั้นนับว่ารุ่งเรืองอย่างมาก คุณชายสามก็มีพรสวรรค์สูงส่ง และสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-3 ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แม้แต่นายผู้เฒ่าซึ่งเป็นผู้นำตระกูลในตอนนั้นก็อยู่ในขั้นเซียงเทียน-4 ช่วงนั้นตระกูลหลิงมียอดฝีมือขั้นเซียนเทียน-3 อยู่ถึงสามคนรวมทั้งตัวข้าด้วย และยังมียอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 อยู่อีกราวเจ็ดหรือแปดคน..” “คุณชายสามกลับมาตระกูลหลิงเพื่อหวังพึ่งพาความแข็งแกร่งของตระกูลหลิงให้ได้มีโอกาสได้อธิบายเหตุผล..” “แต่คิดไม่ถึงว่า..เมื่อเทียบกับยอดฝีมือที่ชั่วร้ายเหล่านั้น ตระกูลหลิงกลับกลายเป็นเพียงแค่หิ่งห้อยที่คิดเทียบแสดงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ยอดฝีมือตระกูลหลิงล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่เพียงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ แต่ยังไร้อำนาจที่จะต่อรองเจรจาใดๆได้!” “ตอนนั้นยอดฝีมือของตระกูลหลิงทุกคนที่ได้รู้เรื่องของคุณชายสามต่างก็พากันคับแค้นใจแทน รวมทั้งยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3 ของตระกูลหลิงอีกสามคน ต่างก็ออกไปต่อสู้ร่วมเป็นร่วมตายกับท่านพ่อของนายน้อย และเพียงแค่ชั่วข้ามคืน.. ยอดฝีมือทั้งหมดของตระกูลหลิง รวมถึงยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-9 ทั้งเจ็ดแปดคนนั้น ก็ล้วนแล้วแต่เสียชีวิตระหว่างการต่อสู้ ส่วนตัวข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจนส่งผลให้เส้นลมปราณเสียหาย ตลอดสิบแปดปีมานี้จึงยากที่จะฝึกให้ผ่านแต่ละขั้นไปได้!” “คืนนั้น..แม้แต่นายผู้เฒ่าเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส และกำลังภายในของเขาก็ลดลงอย่างมาก และตอนนี้ก็อยู่เพียงแค่ขั้นเซียงเทียน-1 เท่านั้น และมันยากที่จะก้าวหน้าไปกว่านี้ได้ ส่วนลุงของท่าน – หลิงเจิ้น และหลิงเย่ว ต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน..” “ในคืนนั้น..คนของตระกูลหลิงกว่าสองร้อยชีวิตถูกสังหารตายจนหมดสิ้น รอดชีวิตมาเพียงแค่เก้าคน! และเหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้ตระกูลหลิงกลายเป็นขุมนรกที่เต็มไปด้วยเลือดและซากศพ..” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับดวงตาแดงก่ำเขากัดฟันจนแน่น และมือทั้งสองข้างที่กดอยู่บนโต๊ะด้านหน้าก็ถึงกับสั่นโดยไม่รู้ตัว! “ไม่มีใครใส่ใจหรือยื่นมือมาช่วยเหลือเลยงั้นรึ” หลิงหยุนกัดฟันกรอดพร้อมกับถามออกมา เหล่ากุ่ยยิ้มเศร้าพร้อมกับตอบไปว่า“ใครจะมาสนใจ ใครอยากจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว? โอกาสดีๆเช่นนี้ ตระกูลอื่นต่างก็จ้องหาผลประโยชน์จากการที่ตระกูลหลิงถูกถล่มจนราบในครั้งนี้ต่างหาก ทุกคนต่างก็จับจ้องที่จะก้าวขึ้นมาแทนที่ตระกูลหลิง! พวกเขาจึงน่าจะดีใจมากกว่า มีหรือที่คิดจะยื่นมือมาช่วยเหลือ?!” “หลังจากสงครามแห่งความตายในครั้งนั้นจบลงตระกูลหลิงก็ไม่ต่างจากคนเป็นอัมพฤตอัมพาต หลังจากตระกูลหลงเห็นว่าเรื่องราวดูเหมือนจะใหญ่โตเกินไป จึงได้ออกหน้าไกล่เกลี่ยปกป้องตระกูลหลิง..” หลิงหยุนแสยะยิ้มอย่างรังเกียจ“ตระกูลหลงเพิ่งจะโผล่หัวมาตอนนี้.. มันไม่สายเกินไปหน่อยรึ!” ดูเหมือนเหล่ากุ่ยจะไม่ได้ยินคำพูดของหลิงหยุนเขาเล่าต่อด้วยความเคียดแค้น “ผลจากการไกล่เกลี่ยครั้งนั้น คนชั่วช้าเหล่านั้นสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลหลิงอีก แต่ตระกูลหลิงต้องแลกมาด้วย – คุณชายหลิงเสี่ยวพ่อของท่านต้องทำลายวรยุทธของตนเองต่อหน้าทุกคน และต้องประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจากนี้ไปจะไม่พบหน้าท่านแม่ของท่านอีก อีกทั้งยังต้องประกาศแต่งงานกับหญิงอื่นต่อหน้าท่านแม่ของท่านด้วย ส่วนท่านแม่ของท่านก็ถูกนำตัวกลับไปยังพรรคมาร จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยได้ข่าวคราวอีกเลย..” “คุณชายสามต้องการปกป้องท่านแม่ของท่าน และลูกในท้องของนาง จึงได้แต่อดทนอดกลั้นต่อคำดูถูกเหยียดหยามมาโดยตลอด..” ดูเหมือนเหล่ากุ่ยจะไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดได้อีกเขาจึงเลือกที่จะไม่พูดถึงรายละเอียดในเรื่องนี้ต่อ จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้พูดขึ้นว่า “ตระกูลหลิงนับว่าถึงคราวตกต่ำมากจริงๆเพราะไม่ว่าจะเป็นตระกูลเก่าแก่ หรือแม้แต่ตระกูลใหญ่ให้การสนับสนุนอีกเลย..”“ก่อนนี้ตระกูลหลิงและตระกูลหลงได้สัมปทานในการดูแลอุตสาหกรรมแก๊สและน้ำมันอุตสาหกรรมไฟฟ้าและการสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งอุตสาหกรรมโลหะกลุ่มเหล็กร่วมกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล!”“แต่ตลอดสิบแปดปีหลังจากนั้นธุรกิจต่างๆที่เคยอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลหลิง ก็ถูกตระกูลใหญ่อีกหกตระกูลแย่งชิงไป จนกระทั่งตอนนี้เหลือเพียงแค่กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรน้ำที่มีรายได้เพียงเล็กๆน้อยๆเท่านั้น..”“และแม้กระทั่งสองกระทรวงนี้ก็เป็นตระกูลหลงที่เป็นผู้ช่วงชิงมาให้ตระกูลหลิง หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลง ตระกูลหลิงคงต้องหลุดจากผังเจ็ดตระกูลใหญ่ไปแล้วอย่างแน่นอน!”“เวลานี้..หากอยู่ต่อหน้าหกตระกูลใหญ่ เมื่อพูดถึงตระกูลหลิง พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่หัวเราะเยาะ!”……….ปัง!หลิงหยุนฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดังและพื้นในบริเวณนั้นก็สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว โต๊ะหินทั้งโต๊ะแตกละเอียด และร่วงเป็นผงราวกับสายฝน“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว..!”ดูเหมือนหลิงหยุนจะเข้าใจสถานการณ์ของตระกูลหลิงทั้งหมดแล้ว!เวลานี้หลิงหยุนเข้าใจคำว่า‘อันตราย’ ที่เหล่ากุ่ยพูดถึงแล้ว และหลิงลี่เองก็รับรู้ถึงอันตรายข้อนี้ดี นั่นเพราะตลอดเวลาสิบแปดปีมานี้ มีผู้จับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลหลิงอยู่ตลอด มีใครบางคนกำลังจ้องจัดการกับตระกูลหลิงอยู่!ร่างกายของหลิงหยุนสั่นเทิ้มไปทั้งร่างดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ เขาไม่เคยรู้สึกโกรธแค้นเช่นนี้มาก่อน และไม่เคยรู้สึกอัปยศอดสูเฉกเช่นวันนี้มาก่อนเลย!“นายน้อย..ท่าน..”เหล่ากุ่ยไม่เคยเห็นหลิงหยุนมีพฤติกรรมเช่นนี้มาก่อนจึงไม่รู้ว่าจะต้องปลอบปะโลมหลิงหยุนอย่างไร และได้แต่นึกเสียใจอยู่เงียบๆ“เหล่ากุ่ย..ท่านไม่ต้องกังวลใจไป ข้าไม่เป็นอะไร..”หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่หลิงหยุนก็สามารถสงบสติอารมณ์ และเก็บงำความโกรธไว้ภายในใจได้หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่จึงหยิบบัตรธนาคารซึ่งมีเงินจำนวนห้าร้อยล้านดอลล่าออกมาและยื่นให้กับเหล่ากุ่ย“เหล่ากุ่ย..ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้ ท่านนำกำลับไปคืนให้ท่านปู่เถิด..”เหล่ากุ่ยรีบโบกมือไปมาด้วยความตกใจ“ไม่ได้นะนายน้อย.. ท่านยังไม่เข้าใจอีกรึ เงินจำนวนห้าร้อยล้านดอลล่านี้ไม่เพียงแค่เป็นของขวัญให้กับท่าน!”“แต่มันคือ..”