ตอนที่ 305
บทที่ 608 : นักพนันหินมือฉกาจ!
October 22, 2026
บทที่ 608 : นักพนันหินมือฉกาจ! ฉิวหย่งโช่วหงุดหงิดอารมณ์เสียอย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดที่จองหองของหลิงหยุนร้านของเขาแม้จะไม่ใช่ร้านหยกใหญ่โตเทียบเท่ากับร้านในศาลาเทียนสี่ แต่ก็พอมีชื่อเสียงในเมืองจิงฉู แต่หลิงหยุนกลับพูดว่าสินค้าในร้านของเขามีแต่ของธรรมดาทั่วไปทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างมาก ความจริงแล้ว..ไม่ใช่เพราะตอนนี้หลิงหยุนมีเงินมากมาย จึงได้มีนิสัยโอ้อวดจองหองเช่นนี้ แต่เขาเพียงแค่ต้องการซื้อในสิ่งที่เขาอยากได้ อีกทั้งเวลาก็มีจำกัด จึงได้พูดออกไปตรงๆเช่นนั้น เพียงแค่พูดไม่เข้าหูนิดหน่อยเถ้าแก่ร้านถึงกับไม่ยอมที่จะค้าขายกับหลิงหยุนเลยทีเดียว! หลิงหยุนนิ่งเงียบเขาสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตเหล่านั้นกระจายออกมาจากมุมด้านหลังร้าน จึงรีบใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูทันที พบแล้ว! จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนมองเห็นได้อย่างชัดเจนมีกองหินแตกๆ ถูกทิ้งอย่างไม่สนใจอยู่ที่นั่น และดูเหมือนว่าจะเป็นแค่ขยะรอการเก็บกวาดเท่านั้นเอง หลิงหยุนรีบเปลี่ยนกลยุทธ์ทันทีเขารีบยกมือขึ้นตบที่กระเป๋าเสื้อ และธนบัตรจำนวนห้าปึกมูลค่าห้าหมื่นหยวนก็มาอยู่ในมือของหลิงหยุน! ภายในแหวนพื้นที่ของหลิงหยุนนั้นยังมีเงินสดที่ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋มอบให้เหลืออยู่ในนั้นพอดี “เถ้าแก่ครับ..ผมมีเงิน! แต่ผมเห็นในร้านของเถ้าแก่มีแต่หยกทั้งนั้นเลย ส่วนตัวผมชอบเล่นหิน จะเป็นหินชนิดใดก็ได้ สีอะไรก็ได้ ให้ผมลองเลือกดู และถ้าชอบผมก็จะซื้อเลย ความจริงแล้ว.. ร้านของเถ้าแก่มีแต่หยกเนื้อดีมีราคา แต่ผมแค่ชื่นชอบหิน และไม่นิยมเล่นหยก..” เมื่อเถ้าแก่เห็นหลิหงยุนหยิบเงินออกมาเป็นฟ่อนเช่นนี้เขาก็ถึงกับหันไปจ้องมองกระเป๋าเสื้อของหลิงหยุนทันทีพร้อมกับขยี้ตา และกำลังคิดว่าเงินจำนวนมากมายนี้มาได้อย่างไร เมื่อเห็นเงินจำนวนนี้เถ้าแก่ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าท่าทางทันที เขายิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับตอบไปว่า “น้องชาย..ขอบอกตามตรง ที่ร้านขายหยกแกะสลักซะส่วนใหญ่ มีหินอยู่บ้างแต่ก็ไม่มาก ถ้าเธอชื่นชอบหิน อยากจะลองเลือกดูก็ได้..” หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย“มีน้อย.. ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มี!” จากนั้นหลิงหยุนก็เหลือบมองไปทางด้านหลังของฉิวหย่งโช่วพร้อมกับตอบไปว่า“ผมเห็นมีกองหินอยู่ตรงนั้นด้วย”ฉิวหย่งโช่วถึงกับแปลกใจพร้อมกับแอบคิดในใจว่ากองหินตรงนั้นล้วนแล้วแต่เป็นกองเศษหินแตกๆ และมันก็ซ่อนอยู่หลังผ้าม่าน แล้วเขาเห็นได้อย่างไรฉิวหย่งโช่วได้แต่นึกประหลาดใจแต่ก็ตอบหลิงหยุนไปว่า“พ่อหนุ่ม.. หินตรงนั้นล้วนเป็นเศษหินแตกๆ เธอจะเอาหินแตกๆพวกนั้นไปทำไมกัน”หลิงหยุนเกาศรีษะพร้อมกับตอบไปว่า“ผมบอกแล้วไงว่าผมชื่นชอบหิน! ถ้าชอบ.. ก็ซื้อ! ไม่สนใจว่ามันจะเป็นหินแตกหรืออะไรทั้งนั้น คุณขายให้ผม ดีกว่าปล่อยให้กองเป็นขยะอยู่ในร้านจะไม่ดีกว่าเหรอครับ”ฉิวหย่งโช่วเปิดร้านเพื่อทำมาค้าขายเมื่อมีคนต้องการจะซื้อของที่เขาจะทิ้ง แน่นอนเขาต้องขายให้อยู่แล้ว เขาจึงไม่รีรอที่จะพาหลิงหยุนเข้าไปหลังม่าน แล้วบอกกับหลิงหยุนว่า“เธอเข้าไปเลือกดูตามสบายเลยถ้าชอบหินก้อนใหนก็หยิบออกมาได้ แล้วฉันจะบอกราคากับเธอเอง เธอชำระเงินแล้วก็เอากลับไปได้เลย”หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้ที่ทรงพลังสำรวจหินไปทีละก้อนอย่างอารมณ์ดี..“ก้อนนี้ใหญ่ไปก้อนนี้เล็กไป ก้อนนี้เก่าไป ก้อนนี้น่าเกลียด..”หลิงหยุนเลือกหินทีละก้อนเช่นนี้เถ้าแก่ได้แต่คิดในใจว่า ‘นี่เขาเลือกหินหรือเลือกภรรยากันแน่ เขาจะเลือกหินไปนอนที่บ้านด้วยหรือยังไงกัน?’“ห๊ะ..เจอแล้ว.. เหมือนลูกแตงโมเลย..!”จู่ๆหลิงหยุนก็หยิบหินก้อนหนึ่งซึ่งมีขนาดเท่ากะโหลกศรีษะของมนุษย์ออกมาพร้อมกับร้องอุทานเสียงดัง“เถ้าแก่..หินก้อนนี้จะขายเท่าไหร่”“ถ้าเธอชอบฉันก็ขายให้สองพันหยวนก็แล้วกัน จ่ายเงินแล้วก็เอากลับไปได้เลย!”แม้หลิงหยุนจะสามารปกปิดได้อย่างแนบเนียนแต่ฉิวหย่งโช่วเองก็เกรงว่าตัวเองจะพลาดทิ้งของดีๆให้กับคนอื่นไป จึงตั้งใจบอกราคาค่อนข้างสูง เพราะหากหลิงหยุนซื้อไปจริงๆ เขาก็จะไม่รู้สึกเสียดายนักเถ้าแก่เองก็ต้องการรู้ว่าหลิงหยุนจะมีปฏิกิริยาเช่นไรหลิงหยุนแสร้งทำเป็นลุกขึ้นแล้วพูดกับเถ้าแก่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก“นี่เถ้าแก่.. ไม่ใช่ว่าผมไม่มีเงิน! แต่คุณตั้งราคาสองพันหยวน มันไม่แพงไปหน่อยเหรอ”