ตอนที่ 306
บทที่ 609 : ศาลาเทียนสี่!
October 22, 2026
บทที่ 609 : ศาลาเทียนสี่! หลิงหยุนเองก็แอบตกใจเช่นกันและได้แต่แอบคิดอยู่ในใจเงียบๆ ‘ซ่งเจิ้งหยางเก่งไม่เบาเลยทีเดียว เจ้ายังไม่ทันได้สัมผัสหินก้อนนี้ด้วยซ้ำไป แต่กลับสามารถมองออกว่ามันเป็นหินชนิดพิเศษได้!’ ดูเหมือนว่าที่ตลาดค้าของเก่าแห่งนี้จะมีบุคคลที่ชำนาญการด้านนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว! “ลุงซ่ง..ผมเลือกอยู่ตั้งนาน ลุงเองก็ดูออกด้วยเหรอครับ!” หลิงหยุนร้องถามด้วยความตกใจ! ซ่งเจิ้งหยางเหลือบมองหลิงหยุนพร้อมกับหัวเราะเบาๆ“ถ้าฉันไม่รู้.. เธอคิดว่าฉันจะเชิญฉิวหย่งโช่วมาดื่มน้ำชาที่ร้านหยกของฉันงั้นรึ” จากนั้นซ่งเจิ้งหยางก็อธิบายต่อว่า“ถ้าฉันคาดคะเนไม่ผิดพลาด หินก้อนนี้จะสามารถทำเงินเธอได้มากมายทีเดียวล่ะ!” ถังเมิ่งที่หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จก็วิ่งตามคนทั้งคู่มานั้นก็ได้ร้องถามออกมาอย่างตื่นเต้น “ลุงซ่ง..อะไรเหรอครับที่ว่าจะทำเงินได้มากมาย” ซ่งเจิ้งหยางประเมินว่าในวันข้างหน้าหลิงหยุนจะกลายเป็นคนที่หาใครเทียบได้ยากและเมื่อเห็นถังเมิ่งที่ยอมติดตามหลิงหยุนเช่นนี้ เขาก็มั่นใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะต้องมีอนาคตที่สดใสเช่นกัน ซ่งเจิ้งหยางตอบถังเมิ่งไปว่า“หลิงหยุนเพิ่งจะได้หยกชิ้นใหญ่มาน่ะสิ!” ถังเมิ่งได้ฟังถึงกับตกตะลึงและรีบหันไปมองหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว เขารีบเอื้อมมือไปสัมผัสหินในมือของหลิงหยุน พร้อมกับร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “หินก้อนกลมเหมือนลูกแตงโมนี่นะ!” ซ่งเจิ้งหยางคร้านที่จะอธิบายเขาจึงยิ้มให้ถังเมิ่งพร้อมกับพูดออกไปว่า “ถ้าเธอไม่เชื่อ.. ก็ไปที่ร้านของฉัน แล้วลองผ่าหินก้อนนี้ดู ถึงตอนนั้นจะได้รู้ว่ามันมีมูลค่ามากมายจริงมั๊ย” ในฐานะที่เป็นผู้เชียวชาญด้านหยกมานานหลายปีซ่งเจิ้งหยางจึงร้องบอกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและมั่นใจ หลิงหยุนรีบส่ายหน้าอย่างตกใจ“ไม่ดีกว่าครับลุงซ่ง..! ผมจำเป็นต้องใช้หินก้อนนี้ไปทำอะไรบางอย่าง คงไม่สามารถผ่าออกดูในตอนนี้ได้!” ทั้งสามคนต่างก็เดินฝ่าฝูงชนจำนวนมากไปตามทางระหว่างทางนั้นหลิงหยุนก็ค้นพบว่าร้านขายของเก่าหลายๆร้านมีพลังชีวิตแพร่กระจายออกมา แต่เพราะมีซ่งเจิ้งหยางอยู่ด้วย หลิงหยุนจึงทำได้เพียงแค่จดจำชื่อร้านไว้เท่านั้น อีกอย่าง..หลิงหยุนเองก็ไม่ต้องการให้คนใหญ่คนโตอย่างซ่งเจิ้งหยางต้องมายืนรอเขาซื้อหิน อีกทั้งซ่งเจิ้งนั้นก็มีสายตาที่คมกริบ หากหลิงหยุนสามารถคัดเลือกได้หินชนิดพิเศษอีก ซ่งเจิ้งหยางคงต้องผิดสังเกตุอย่างแน่นอนแม้จะมีคำพูดว่าตีเหล็กต้องตียามร้อนก็ตามแต่ร้านค้าเหล่านี้ก็คงไม่หนีหายไปใหน หลิงหยุนจึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้น เขาสามารถมาหาซื้อวันหลังก็ได้!“พ่อหนุ่ม..อีกสักครู่ก็ที่อวี้ติงเซีวยนก็จะเริ่มพนันหินกันแล้ว จัดเพียงแค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ! เธออยากจะไปดูบ้างมั๊ย” ซ่งเจิ้งหยางยิ้มให้หลิงหยุนพร้อมกับแนะนำระหว่างที่เดินไปหลิงหยุนมาที่นี่ในวันนี้ก็ตั้งใจว่าจะมาลองพนันหินดูบ้างแต่เพราะยังมีธุระที่ต้องจัดการ จึงได้แต่ตอบไปว่า“ลุงซ่งครับ..พอดีวันนี้ผมมีธุระ ผมต้องไปทำธุระบางอย่างที่ศาลาเทียนสี่..”ซ่งเจิ้งหยางถึงกับทำสีหน้าตกใจ“งั้นรึ คิดไม่ถึงว่าเธอจะมีธุระที่ศาลาเทียนสี่ด้วย?!”หลิงหยุนเพียงแค่เกาศรีษะยิ้มไม่พูดอะไรแต่ถังเมิ่งกลับพูดแทรกขึ้นมาว่า“ลุงซ่งครับ..พี่หยุนเคยช่วยชีวิตเจ้าของศาลาเทียนสี่ที่ชื่อมู่หลงเวิ่นฉีไว้!”ซ่งเจิ้งหยางถึงกับตกใจสุดขีด“อะไรนะ! นี่หลิงหยุนเป็นคนช่วยตาเฒ่ามู่หลงไว้เองเหรอ?”ถังเมิ่งตอบกลับไปยิ้มๆ“ใช่แล้วครับ.. ครั้งนั้นพี่หยุนโชว์ทักษะขั้นเทพเลย..”ซ่งเจิ้งหยางได้เห็นทักษะทางการแพทย์ของหลิงหยุนด้วยตาตัวเองมาแล้วในวันเปิดคลินิกจึงไม่จำเป็นต้องฟังคำอวดอ้างของถังเมิ่ง และได้แต่พึมพำออกมา“มิน่าล่ะ..ตอนที่ฉันไปเยี่ยมตาเฒ่ามู่หลงเมื่อครั้งก่อน ฉันถามเรื่องคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาก็เอาแต่เงียบไม่ยอมตอบ! แต่กลับคิดไม่ถึงว่าตอนนี้คนที่ช่วยชีวิตเขาไว้กลับยืนอยู่ต่อหน้าฉัน ฮ่า.. ฮ่า..”ซ่งเจิ้งหยางพูดไปหัวเราะไปอย่างมีความสุขเขารีบเอื้อมมือไปจับแขนหลิงหยุนพร้อมกับร้องบอกว่า..“ฉันจะพาเธอไปเอง..!เมื่อสองวันที่แล้วฉันก็เพิ่งจะไปนั่งดื่มชากับมู่หลงมา ฉันกับเขาคุ้นเคยกันดี นี่ถ้าเขาเห็นฉันพาเธอไปด้วยก็คงจะตกใจมาก..”ความจริงแล้วหลิงหยุนตั้งใจจะไปพบมู่หลงเวิ่นฉีกับถังเมิ่งเพียงลำพังแต่ตอนนี้ซ่งเจิ้งหยางกลับเสนอตัวไปด้วย หลิงหยุนจึงได้แต่ยิ้มเพราะไม่มีทางเลือก และได้แต่เดินตามซ่งเจิ้งหยางไปที่ศาลาเทียนสี่บริเวณส่วนนี้ล้วนเป็นที่ตั้งของร้านขายของเก่าที่ราคาแพงที่สุดไม่ว่าจะเป็นหอหยกและไข่มุกของซ่งเจิ้งหยาง ศาลาเทียนสี่ของมู่หลงเฟยจื่อ อวี้ติงเซวียน และอีกราวเจ็ดแปดร้านและเมื่อครั้งที่หลิงหยุนช่วยหลินเมิ่งหานรอดจากปากเหยี่ยวปากกามาได้นั้นก็เพราะมานั่งดูดซับพลังชีวิตที่กระจายออกมาจากอวี้ติงเซวียนนั่นเอง เขาจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ดีเมื่อพูดถึงศาลาเทียนสี่ขึ้นมาซ่งเจิ้งหยางก็เล่ายาวไปจนถึงชีวิตของมู่หลงเวิ่นฉีในช่วงนี้ว่าเขาอารมณ์ไม่สู้ดีนัก เพราะเสียหายจากการพนันหินจนสูญเงินไปหลายสิบล้าน อีกทั้งหลานสาวสุดที่รัก – มู่หลงเฟยจื่อ ก็ยังมีปัญหากับบริษัทในฮ่องกงจนต้องบินกลับไปกลับมาระหว่างฮ่องกงกับจิงฉูเป็นว่าเล่น