ตอนที่ 307
บทที่ 610 : ค้นพบของล้ำค่า!
October 22, 2026
บทที่ 610 : ค้นพบของล้ำค่า! “หลิงหยุน..นี่เธอคือ.. หลิงหยุนหรือนี่!” มู่หลงเวิ่นฉีจ้องมองหลิงหยุนด้วยความตกใจสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย.. เมื่อครั้งที่มู่หลงเวิ่นฉีได้พบกับหลิงหยุนนั้นหลิงหยุนเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-1 และเพิ่งเริ่มลดน้ำหนัก ตอนนั้นหลิงหยุนจึงยังคงเป็นเด็กหนุ่มร่างอ้วนที่มีน้ำหนักเกือบสองร้อยกิโลกรัม แต่ตอนนี้..รูปลักษณ์ของหลิงหยุนไม่เพียงสมส่วนอย่างที่สุด แต่ใบหน้ายังหล่อเหลาอย่างมากอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักยิ้มข้างแก้มซ้ายที่เป็นร่องลึก เรียกได้ว่ารูปลักษณ์ของหลิงหยุนเวลานนี้ สามารถทำให้ผู้หญิงที่เดินตามท้องถนนต้องถึงกับเหลียวหลังกลับมามองกันทุกคนเลยทีเดียว แม้ในวันนั้นมู่หลงเวิ่นฉีจะอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นแต่ก็ยังจำหลิงหยุนในวันนั้นได้ดี และได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน หลิงหยุนสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ นี่หลิงหยุนจะต้องใช้ความเพียรพยายามมากเพียงใด? ระหว่างที่มู่หลงเวิ่นฉีกำลังตกตะลึงอยู่นั้นหลิงหยุนก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังออกมาจากห้องทำงานของมู่หลงเฟยจื่อ.. “น้องเฟยจื่อ..ในโลกนี้นอกจากผม – จูหย่งหวัง ก็ไม่มีผู้ชายคนใหนที่จะเหมาะสมกับคุณเท่าผมอีกแล้ว!” จูหย่งหวังยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงดึงดัน“ถ้าคุณมีแฟนแล้วจริงๆ ทำไมถึงไม่พามาแนะนำให้ผมรู้จักบ้างล่ะ ผมคงจะรู้สึกอิจฉาผู้ชายคนนั้นแย่เลย!” จูหย่งหวังพูดยังไม่ทันจบ..เสียงชายหนุ่มอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาทันที “ไร้สาระที่สุด..! ผู้ชายที่เหมาะสมกับน้องเฟยจื่อที่สุดก็คือฉัน – โหวเย่าจงต่างหากล่ะ ส่วนนาย.. รีบกลับบ้านไปได้เลย!” โหวเย่าจงเป็นชาวฮ่องกงที่พูดภาษาจีนกลางได้ชัดเจนและคล่องแคล่ว เห็นได้ชัดว่าคงจะเดินทางมาที่จีนแผ่นดินใหญ่อยู่บ่อยครั้ง “ตระกูลจูจะมาเทียบกับตระกูลโหวที่เป็นบริษัทจิวเวลรี่ของฉันได้ยังไงกันน้องเฟยจื่อกับฉันต่างหากถึงจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก! น้องเฟยจื่อจะแต่งงานกับฉันคนเดียวเท่านั้น เพราะเราทั้งคู่จะได้ทำธุรกิจร่วมกัน” จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงเย็นชาของมู่หลงเฟยจื่อ“พวกคุณสองคนเลิกพูดจาไร้สาระซะทีจะได้มั๊ยคะ แฟนของฉันยุ่งมาก แต่ถ้าพวกคุณอยากพบ ฉันก็จะโทรเรียกเขามาเดี๋ยวนี้ก็ได้..!” โหวหย่งหวังได้ยินก็รีบพูดขึ้นอย่างจองหอง“ไม่จำเป็นต้องโทรเรียกมาหรอกน้องเฟยจื่อ คุณแค่บอกแซ่ของแฟนคุณมาก็พอ แค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าเขาหมาะสมที่จะเป็นแฟนคุณมั๊ย”มู่หลงเฟยจื่อเห็นหนุ่มเพลย์บอยทั้งสองคนยังคงไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจเธอจึงกระแทกปากกาที่กำลังเซ็นต์เอกสารลงบนโต๊ะอย่างแรง คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดและรำคาญใจอย่างมากหลิงหยุนได้แต่นึกสนุกเมื่อเห็นมู่หลงเฟยจื่อกำลังเผชิญหน้ากับความวุ่นวาย..ทางด้านซ่งเจิ้งหยางเห็นมู่หลงเวิ่นฉียังคงยืนมองหลิงหยุนอยู่นานแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาเสียที จึงรู้สึกรำคาญจนต้องร้องถามออกมา“นี่เฒ่ามู่หลง..คุณเป็นอะไรกันแน่ นี่ไม่ใช่การพนันหินนะ.. ถึงได้กลัวว่าฉัน – ซ่งเจิ้งหยางจะหลอกเอา?”มู่หลงเวิ่นฉีที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงของซ่งเจิ้งหยางก็ตื่นจากภวังค์ทันที และรีบหันไปดุซ่งเจิ้งหยาง“คุณซ่ง..อย่าได้วุ่นวายให้มากนัก..”จากนั้นเขาก็หันหน้าไปพูดกับหลิงหยุน“น้องหลิงหยุน.. เธอ.. ดูเหมือนเธอจะผอมลงไปมาก..!”หลิงหยุนรู้อยู่แล้วว่ามู่หลงเวิ่นฉีจะต้องถามคำถามนี้เขายิ้มสดใสพร้อมกับตอบไปว่า“คุณมู่หลง..ผมรู้สึกอึดอัดเพราะอ้วนมาก เคลื่อนไหวร่างกายก็ลำบาก จึงตั้งใจที่จะลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และตอนนี้ก็ลดลงไปได้หลายสิบกิโลเลยล่ะครับ”ถังเมิ่งก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ปู่มู่หลงครับ.. นี่คือพี่หยุนตัวจริงเสียงจริง! เขาก็คือหลิงหยุนที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยมจิงฉูครับ”ความจริงก็แทบไม่ต้องให้ถังเมิ่งยืนยันเพราะถึงอย่างไรซ่งเจิ้งหยางก็คงไม่กล้าเล่นตลกกับเขาแบบนี้แน่มู่หลงเวิ่นฉีร้องออกมาอย่างตื่นเต้น“โอ้.. ดูฉันสิ! ทำไมถึงได้กลายเป็นตาแก่เลอะเลือนแบบนี้นะ แม้แต่ผู้มีพระคุณมายืนอยู่ตรงหน้า แต่กลับจำไม่ได้! เร็วเข้า.. นั่งลงคุยกันดีกว่า!”พูดจบมู่หลงเวิ่นฉีก็รีบเดินเข้าไปจับมือหลิงหยุนอย่างกระตือรือร้นและไม่สนใจซ่งเจิ้งหยางอีกหลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“ดูเหมือนว่าผมจะเปลี่ยนไปมากสินะครับ อาวุโสถึงได้ตกใจขนาดนี้..”