ตอนที่ 308
บทที่ 611 : หนุ่มเพลย์บอยที่จองหอง!
October 22, 2026
บทที่ 611 : หนุ่มเพลย์บอยที่จองหอง! ภายในห้องทำงานของมู่หลงเวิ่นฉี– ศาลาเทียนสี่ ปกติแล้วซ่งเจิ้งหยางจะมีบุคลิกเงียบขรึมพูดน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นแต่ตอนนี้ล้วนอยู่ต่อหน้าคนกันเองทั้งนั้น เขาจึงทำหน้าที่สร้างบรรยากาศในห้องให้ดูมีชีวิตชีวา ซ่งเจิ้งหยางกับมู่หลงเวิ่นฉีนั้นต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัตถุโบราณ เพชรพลอย และยังเป็นนักพนันหินมือฉกาจอีกด้วย และยังมีถังเมิ่งซึ่งได้ฉายาว่าเซียนพนันรุ่นเล็กอยู่ด้วยอีกคน ทั้งสามคนจึงพูดคุยเรื่องการพนันหินกันอย่างถูกคอ และออกรสออกชาติ แต่คนสำคัญในวันนี้คือหลิงหยุนมู่หลงเวิ่นฉีเกรงว่าเขาจะรู้สึกเบื่อหน่าย จึงได้พยายามชวนหลิงหยุนเข้าสู่วงสนทนาด้วย “น้องหลิงหยุน..คิดไม่ถึงว่าน้องชายยังหนุ่มยังแน่น แต่กลับสนใจเรื่องพนันหินกับเขาด้วยหรือนี่..” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้าและตอบกลับไปว่า“คุณมู่หลงครับ.. ผมอายุยังน้อยและเด็กจนเป็นหลานของคุณได้ แต่คุณกลับเรียกผมว่าน้องชายแบบนี้ ผมคงไม่กล้ารับ..” หลิงหยุนรู้ดีว่ามู่หลงเวิ่นฉีนั้นพยายามที่จะยกย่องให้เกียรติเขาในฐานะผู้ช่วยชีวิตแต่เพราะอายุที่ต่างกันถึงห้าสิบปี มู่หลงเวิ่นฉีจึงไม่สามารถแสดงความนอบน้อมได้มากไปกว่านี้ จึงได้แต่เรียกหลิงหยุนว่าน้องชายแทน.. ซ่งเจิ้งหยางที่สังเกตเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของคนสองวัยเขามองหลิงหยุนซึ่งเป็นฝ่ายพูดทักท้วงขึ้นมา แล้วจึงหันไปมองมู่หลงเวิ่นฉีพร้อมกับเสนอแนะอย่างอารมณ์ดี “ฉันว่าทั้งสองคนอย่าได้มีพิธีรีตองกันมากมายนักเลย!เฒ่ามู่หลง.. คุณก็เรียกชื่อหลิงหยุนอย่างเดียวก็แล้วกัน ส่วนหลิงหยุนถ้าไม่รู้สึกลำบากใจอะไร ก็เรียกเฒ่ามู่หลงว่าปู่ แบบนี้จะดีกว่ามั๊ย” ซ่งเจิ้งหยางไม่รีรอและรีบร้องบอกอย่างติดตลกด้วยความรำคาญว่า “ขืนเฒ่ามู่หลงเรียกเธอว่าน้องหลิงหยุน ต่อไปฉันไม่ต้องเรียกเธอแบบเดียวกันหรือยังไง ไม่เอา.. ไม่เอาเด็ดขาด?” นับว่าซ่งเจิ้งหยางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างยอดเยี่ยมมากอีกทั้งยังทำให้ความอึดอัดต่างๆภายในห้องสลายหายไปได้ในทันทีด้วยมุกตลกของเขา.. ในเมื่อซ่งเจิ้งหยางเปิดทางให้เช่นนี้หลิงหยุนก็สมัครใจที่จะเดินตามเช่นกัน เขารีบเอ่ยเรียกมู่หลงเวิ่นฉีทันที “ครับ..ท่านปู่มู่หลง” มู่หลงเวิ่นฉียิ้มอย่างมีความสุขเขาพยักหน้าหงึกๆพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ฮ่า.. ฮ่า.. ฉันคงต้องเชื่อฟังเฒ่าซ่งเรียกเธอว่าหลิงหยุนสินะ!” หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘น่าจะเรียกข้าเช่นนี้ตั้งนานแล้ว..’ และบรรยากาศภายในห้องก็เริ่มเป็นกันเองทั้งสี่คนก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ภายในห้องจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากนั้น..เสียงประตูห้องของมู่หลงเวิ่นฉีก็ดังขึ้น และมู่หลงเฟยจื่อก็เปิดประตูเดินเข้ามา“ปู่คะ..เรียกหนูมามีอะไรเหรอคะ อ้าว.. ลุงซ่งก็มาด้วยเหรอคะ?”มู่หลงเฟยจื่อเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับร้องทักทายปู่ของเธอคนแรกและเมื่อเห็นซ่งเจิ้งหยางนั่งอยู่ในห้องด้วย เธอจึงรีบเอ่ยทักทายเขาเช่นเดียวกันหลิงหยุนไม่แม้แต่จะหันไปมองเขาเพียงแค่ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูมู่หลงเฟยจื่อ และได้แต่คิดในใจว่า‘ผู้หญิงคนนี้อารมณ์แปรปรวนจริงๆ!แต่สีหน้าเบื่อหน่ายของนางก็ยังไม่อาจบดบังความงามของนางได้!’มู่หลงเฟยจื่อสูงมากกว่าหนึ่งเมตรเจ็ดสิบเซนติเมตรผิวพรรณก็ละเอียดลออ คิ้วโก่งได้รูป จมูกเล็กโด่ง ผมยาวดำขลับถูกรวบไว้บนศรีษะ เผยให้เห็นลำคอยาวระหงส์ สวมชุดกระโปรงสีดำรัดรูปก็เผยให้เห็นสะโพกกลมกลึงและรูปร่างที่สมส่วน ส่วนถุงน่องและรองเท้าส้นสูงก็ช่วยเสริมให้เธอดูสง่างงามยิ่งนักมู่หลงเวิ่นฉีเห็นหลานสาวสุดที่รักเดินเข้ามาเขาจึงรีบลุกขึ้นยิ้มให้กับหลานสาวพร้อมกับบอกเธอว่า“เฟยจื่อ..หลานไปหาหลิงหยุนที่โรงเรียนหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้เจอ ดูสิว่าวันนี้หลิงหยุนมาถึงที่นี่เองเลย!”หลิงหยุนนั่งอยู่บนโซฟาหันหลังให้กับมู่หลงเฟยจื่อเธอจึงเห็นแค่ศรีษะด้านหลังของเขาที่โผล่ขึ้นมา แต่ในเมื่อมู่หลงเวิ่นฉีกำลังพูดถึงเขา หลิงหยุนจึงต้องลุกขึ้นยืน และค่อยๆหันหน้าไปยิ้มทักทายมู่หลงเฟยจื่อเมื่อมู่หลงเฟยจื่อได้เห็นหลิงหยุนเธอก็ถึงกับตกตะลึงและอึ้งไปทันที ขาทั้งสองข้างถึงกับหยุดนิ่ง และปากเล็กๆก็อ้าออกกว้างด้วยความประหลาดใจ และแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง!“เธอ..นี่เธอ..”นี่น่ะเหรอหลิงหยุนเด็กอ้วนคนนั้น!มู่หลงเฟยจื่อยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองอย่างแรงก่อนจะจ้องมองหลิงหยุนอย่างเต็มตาอีกครั้ง และในที่สุดก็เชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นหลิงหยุนจริงๆเมื่อครั้งที่มู่หลงเฟยจื่อไปหาหลิงหยุนก่อนหน้านี้หลิงหยุนได้เข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-3 แล้ว แต่ตอนนั้นน้ำหนักของเขายังไม่ได้ลดลงมากนัก แม้ที่ใบหน้าจะมีไขมันลดลงไปแล้วบ้าง แต่ก็ยังไม่สมส่วนเหมือนในตอนนี้และที่ทำให้มู่หลงเฟยจื่อตกใจสุดขีดก็คือหลิงหยุนที่อยู่ต่อหน้าเธอในตอนนี้ ไม่เพียงมีรูปร่างที่เป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ยังมีใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างหาที่ติไม่ได้ ดวงตาของเขาใสราวกับผลึกแก้ว และเปล่งประกายระยิบระยังราวกับแสงดาวในยามค่ำคืน อีกทั้งแววตาก็ดูสงบนิ่งเยือกเย็น และเต็มไปด้วยความมั่นใจ เรียกได้ว่าดูแล้วมีเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างมากเป็นไปได้อย่างไรกัน!นี่เขาเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเลย!มู่หลงเฟยจื่อที่จ้องมองหลิงหยุนถึงกับตัวสั่นเพราะไม่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกของหลิงหยุนที่เปลี่ยนไป แต่สีหน้าท่าทางที่มู่หลงเฟยจื่อเคยรู้สึกรังเกียจก็ไม่หลงเหลือเลยแม้แต่น้อย