ตอนที่ 309
บทที่ 612 : จี้ใจดำ!
October 22, 2026
บทที่ 612 : จี้ใจดำ! สองหนุ่มเพลย์บอยที่ยืนอยู่หน้าหลิงหยุนต่างก็มองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม ถังเมิ่งเองก็เริ่มพับแขนเสื้อรอแล้วเช่นกัน บรรยากาศภายในห้องทำงานของมู่หลงเวิ่นฉีเริ่มระอุขึ้นเรื่อยๆ หลิงหยุนยังคงนั่งนิ่งพร้อมกับหันไปยิ้มให้ถังเมิ่งเป็นการห้ามปรามเขาเพราะที่นี่เป็นห้องทำงานของมู่หลงเวิ่นฉี จึงไม่เหมาะสมที่จะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันที่นี่ ทันทีที่ซ่งเจิ้งหยางได้ยินคำตอบของมู่หลงเฟยจื่อในใจของเขาก็ได้แต่คิดว่าเพียงแค่คำพูดของมู่หลงเฟยจื่อคงจะยังไม่หนักแน่นพอ คำพูดของซ่งเจิ้งหยางต่อจากนี้จึงไม่ต่างจากการราดน้ำมันลงไปในกองไฟ “อ่อ..ที่แท้หลานเฟยจื่อก็เป็นแฟนกับหลิงหยุนเองหรอกรึ สายตาไม่เลวเลยทีเดียว.. เลือกได้เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก! เยี่ยม.. เยี่ยมจริงๆ!” จากที่ซ่งเจิ้งหยางได้เห็นสาวงามที่คลินิกสามัญชนของหลิงหยุนเมื่อวานนี้แต่ละนางก็ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติที่เพียบพร้อม และจากสายตาของพวกนางที่มองหลิงหยุนนั้น ซ่งเจิ้งหยางรู้ดีว่าคงยากที่จะพ้นเงื้อมือของหลิงหยุนไปได้ ทันทีที่มู่หลงเฟยจื่อได้ยินคำพูดของซ่งเจิ้งหยางเธอก็ได้แต่คิดในใจว่าซ่งเจิ้งหยางกำลังจะทำให้เธอกับหลิงหยุนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายมากกว่าเดิม.. ตลอดเวลาหลายวันมานี้ไม่ว่ามู่หลงเฟยจื่อจะไปที่ใหน ก็จะมีสองหนุ่มเพลย์บอยคอยติดตามไปสร้างความรำคาญใจให้กับเธออยู่เสมอ จนเธอถึงกับต้องใช้หลิงหยุนเป็นเกราะป้องกันตัว และใช้เขาเป็นข้ออ้างในการกำจัดสองหนุ่มให้ออกไปจากชีวิตของเธอโดยเร็วที่สุด แต่ความคิดของมู่หลงเฟยจื่อนั้นนับว่าตื้นเขินเกินไปเพราะตอนนี้แม้แต่มู่หลงเวิ่นฉีที่กำลังตกตะลึง ก็เพิ่งจะได้สติเมื่อได้ยินคำพูดของซ่งเจิ้งหยาง “ห๊ะ..” มู่หลงเวิ่นฉีถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจจากนั้นจึงหันไปตำหนิหลานสาวสุดที่รักของตนเอง “เฟยจื่อ..ทำไมหลานถึงได้เลอะเลือนนัก หลิงหยุนเป็นผู้มีพระคุณของปู่นะ! เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทำไมถึงไม่บอกให้ปู่รู้ก่อน!” ทั้งหลิงหยุนและมู่หลงเฟยจื่อได้ฟังคำพูดของมู่หลงเวิ่นฉีก็ถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก.. ซ่งเจิ้งหยางที่เป็นคนจุดประเด็นเรื่องนี้ก็ยังถึงกับอึ้งไปเช่นกัน..พร้อมกับแอบคิดว่าคู่นี้คงจะได้ลงเอยกันในเร็วๆนี้ มู่หลงเฟยจื่อถึงกับหน้าร้อนผ่าวและรีบร้องห้ามเสียงหลง “คุณปู่.. ลุงซ่ง.. คือ..!” ความจริงแล้ว..เมื่อครู่ที่มู่หลงเฟยจื่อพูดออกมานั้นเป็นเพียงแค่ประโยคเริ่มต้น เธอกำลังจะอธิบายเพิ่มเติม แต่ทุกคนต่างก็พูดขึ้นมาจนเรื่องราวบานปลายใหญ่โตตอนนี้มู่หลงเฟยจื่ออายุยี่สิบสามแต่หลิงหยุนเพิ่งจะสิบแปด แล้วก็ยังเป็นแค่นักเรียนมัธยมปลาย ทั้งคู่อายุต่างกันหลายปี อีกทั้งมู่หลงเฟยจื่อก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ได้ตัดสินคนจากรูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้นไม่เพียงทั้งคู่จะมีอายุที่ต่างกันหลายปีแต่ยังมีเรื่องของฐานะครอบครัวที่ต่างกันมากเช่นกัน แต่ประเด็นสำคัญที่สุดนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องความประทับใจแย่ๆ ที่มู่หลงเฟยจื่อมีต่อหลิงหยุนเสียมากกว่าแม้ว่าสายตาของหลิงหยุนเมื่อครู่จะมองมู่หลงเฟยจื่ออย่างเปิดเผยแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับสายตาของเขานักชีวิตของมู่หลงเฟยจื่อมีโอกาสพบพานกับผู้คนมามากมายเพียงแค่เห็นแววตาของหลิงหยุนเธอก็รู้แล้วว่าเขาคิดเช่นไร หลิงหยุนไม่มีทางที่จะปิดบังซ่อนเร้นธาตุแท้ของตนเองต่อหน้าเธอได้แน่ต่อให้หลิงหยุนจะเปลี่ยนเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเพียงใดเขาก็ยังเป็นคนโลภมาก และไร้จรรยาบรรณแพทย์ในสายตาของเธอ เธอจึงไม่มีวันยอมที่จะแต่งงานกับเด็กหนุ่มคนนี้แน่!เมื่อคิดว่าหลิงหยุนมาที่นี่เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์จากปู่ของเธอมู่หลงเฟยจื่อจึงมองเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกว่า – อย่าได้คิดมาหาผลประโยชน์จากปู่ของเธออย่างเด็ดขาด!หลิงหยุนได้แต่นึกขันอยู่ในใจแต่ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา และเอาแต่นั่งดื่มชาด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับว่ารอบๆตัวเขานั้นไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมู่หลงเฟยจื่อเห็นหลิงหยุนยังคงนั่งสงบนิ่งจึงได้แต่รู้สึกหงุดหงิดรำคาญ และได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ‘ทำเป็นสงบเยือกเย็น.. ดูสิว่าจะอดกลั้นไม่เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาได้นานแค่ใหน”มู่หลงเฟยจื่อตั้งใจไว้ว่า..หากหลิงหยุนอ้าปากเรียกร้องเงินทองขึ้นมาเมื่อไหร่ เธอจะหันหลังเดินหนีทันที และปล่อยให้ชายหนุ่มทั้งสองคนพูดจาดูถูกหลิงหยุนอยู่ที่นี่ และจากนั้นหากปู่ของเธอจะมอบสิ่งใดเป็นการตอบแทนให้กับเขา เธอก็จะไม่สนใจใยดีอีก!แต่ละคนที่อยู่ภายในห้องต่างก็พากันคิดกันไปต่างๆนานาแต่มีอยู่สองคนที่เมื่อได้ฟังคำพูดของซ่งเจิ้งหยางและมู่หลงเวิ่นฉี ก็ถึงกับเดือดดาล และโกรธจนควันออกหูขึ้นมาทันทีและจูหย่งหวังก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นก่อน“อ่อ.. ที่แท้ก็คนแซ่หลิงนี่เอง อย่าบอกนะว่านายเป็นคุณชายของตระกูลหลิงในเมืองหลวง?!”เมื่อพูดถึงตระกูลหลิงแห่งเมืองหลวงจูหย่งหวังก็แสยะยิ้ม และพูดต่อว่า “ตระกูลหลิงเป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ก็จริง แต่ตอนนี้ก็ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวหัวเดียวกระเทียมลีบไม่ใช่เหรอ ได้ยินมาว่าเวลานี้แม้แต่ตระกูลอันดับสามในเมืองหลวงยังเหนือกว่าตระกูลหลิงซะอีก! ตอนนี้ใครๆ ได้เห็นคนของตระกูลหลิงก็พากันหัวราะเยาะทั้งนั้นล่ะ!”“น้องหลิงหยุน..พี่ชายคนนี้จะบอกอะไรให้.. รายได้หนึ่งในสิบที่ตระกูลหลิงได้ไปนั้นล้วนมาจากตระกูลจูของเรา!”“ฉันจะบอกอะไรให้..ต่อให้นายเป็นคนของตระกูลหลิงที่ปักกิ่งจริง ก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาแย่งชิงคนรักกับฉัน.. จำใส่กะโหลกไว้ด้วย!”จูหย่งหวังร้องบอกด้วยความภาคภูมิใจยิ่งพูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งบ้ามากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังไม่รู้ตัวว่าคำพูดของตนเองล้วนแล้วแต่จำนำพาหายนะมาสู่ตระกูล!ในที่สุดหลิงหยุนก็เงยหน้าขึ้นมองสีหน้าของหลิงหยุนยังคงสงบนิ่ง ดวงตาจ้องมองไปที่จูหย่งหวังครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า