ตอนที่ 310
บทที่ 613 : ตบหน้า!
October 22, 2026
บทที่ 613 : ตบหน้า! “ห๊ะ..!” “อะไรนะ!” หลิงหยุนพูดยังไม่ทันจบหนุ่มเพลย์บอยทั้งสองคนก็ถึงกลับบร้องออกมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่อยู่ในห้อง! นั่นเพราะหลิงหยุนไม่เคยตรวจรักษาให้พวกเขาเลยสักครั้งแต่กลับสามารถบอกโรคที่พวกเขาเป็นได้อย่างถูกต้องราวกับตาเห็น! “นี่นาย..นายรู้ได้ยังไง ไม่สิ.. นายพูดเพ้อเจ้ออะไร?! ฉันไม่ได้ป่วยเป็นโรคนั้นสักหน่อย!” จูหย่งหวังที่ตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่เมื่อได้สติจึงหลุดปากยอมรับออกมาอย่างลืมตัว แต่เมื่อรู้ตัวก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที เพราะใครบ้างจะกล้ายอมรับในสิ่งที่จะย้อนกลับมาฆ่าตัวเอง! แต่ช่างน่าสงสารเพราะมันสายเกินไปเสียแล้ว! หลิงหยุนยิ้มจากนั้นจึงพูดต่ออย่างสบายๆ “ถ้าอยากรู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น ก็ให้คุณหนูมู่หลงออกไปจากห้องก่อน แล้วนายก็ถอดกางเกงให้พวกเราสำรวจดู ก็จะได้คำตอบที่ชัดเจน!” “ห๊ะ!” ความจริงมู่หลงเฟยจื่อก็ระแวงสงสัยในทักษะทางการแพทย์ของหลิงหยุนเช่นกันเธอไม่เชื่อว่าเด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาๆคนหนึ่งจะสามารถรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของปู่เธอได้ เธอยังคงเชื่อว่าอาการบาดเจ็บของมู่หลงเวิ่นฉีนั้นไม่ได้หนักหนาสาหัส และเชื่อว่าที่เขาอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเพราะผลจากการรักษาของทางโรงพยาบาล! ยิ่งไปกว่านั้นการที่มู่หลงเวิ่นฉีได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะอยู่ในอาการโคม่านั้นใครจะรู้ว่าเป็นเพราะสมองของเขาเสียหายจริง หรือว่าแค่ตกใจจนสลบไปเท่านั้น ดังนั้นเมื่อโหวเย่าจงพูดจาก้าวร้าวดูถูกหลิงหยุนและต้องการให้เขาพิสูจน์ความสามารถทางการแพทย์ของตนเอง มู่หลงเฟยจื่อจึงเห็นด้วยอย่างมาก แต่ผลปรากฏว่า..หลิงหยุนกลับสามารถบอกอาการป่วยของสองหนุ่มได้อย่างถูกต้องว่าจูหย่งหวังเป็นกามโรค ส่วนโหวเย่าจงเป็นโรคเก๊าท์และไตมีปัญหา มู่หลงเฟยจื่อยังคิดว่าหลิงหยุนแกล้งพูดจาให้ร้ายชายหนุ่มทั้งสองคนเพราะโกรธที่ถูกทั้งคู่พูดจาเหยียดหยาม เพราะกามโรคไม่เพียงเป็นโรคที่น่าอับอายแต่ยังเป็นโรคที่เกิดในร่มผ้าอีกด้วย เช่นนี้แล้วหลิงหยุนจะสามารถมองทะลุกางเกง และกางเกงชั้นในไปเห็นได้อย่างไรกัน โรคเก๊าท์ก็เช่นกันหากมันไม่แสดงอาการ คนไข้ก็ดูไม่แตกต่างจากคนธรรมดาที่ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร และไม่มีทางที่จะวินิจฉันออกมาได้จากการมองด้วยตาเปล่า! แต่เมื่อมู่หลงเฟยจื่อเห็นปฏิกิริยาของจูหย่งหวังเธอจึงรู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนน่าจะวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง และเธอเองก็ทั้งอายและตกใจจนแทบช็อค จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ เพราะเธอกับจูหย่งหวังก็เคยจับมือทักทายกัน! เมื่อรู้เรื่องนี้เข้ามู่หลงเฟยจื่อถึงกับขยะแขยง! หลิงหยุนจ้องมองใบหน้าที่ซีดเซียวและบิดเบี้ยวจนน่าเกลียดของจูหย่งหวังส่วนจูหย่งหวังเองก็อับอายขายหน้า เขาทั้งโกรธทั้งอายจนใบหน้าที่ขาวซีดสลับกับแดงก่ำด้วยความโมโหนั้น ตอนนี้เกือบจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำแล้ว จูหย่งหวังรู้สึกช็อคมากเพราะนี่เป็นความลับสุดยอดของเขาที่แม้แต่เพื่อนสนิทก็ไม่เคยรู้ แล้วหลิงหยุนล่วงรู้ได้อย่างไรกัน เช่นเดียวกับโหวเย่าจงซึ่งเป็นโรคเก๊าท์เพราะทานอาหารทะเลมากจนเกินไปอีกทั้งยังดื่มเบียร์หนัก แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่ได้เป็นโรคน่าอับอายอะไร แต่ถึงกระนั้นเขาเองก็อดที่จะตกใจไม่ได้!หลิงหยุนรู้ได้อย่างไรกันนี่เขาเป็นเซียนหรือยังไง?!หลังจากที่โหวเย่าจงนิ่งไปชั่วครู่เขาก็หันไปถามหลิงหยุนทันทีว่า โรคเก๊าท์ของเขานั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่“ใช่..!ฉันทรมานกับโรคเก๊าท์จริงๆ นาย.. รักษาโรคเก๊าท์ได้มั๊ย”โหวเย่าจงต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคเก๊าท์มานานและทุกครั้งที่อาการกำเริบ ตามข้อต่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ก็จะมีอาการบวมแดงและเจ็บปวดอย่างมาก เขาต้องทนเจ็บปวดอยู่สองหรือสามวันกว่าอาการจะทุเลา และทุกครั้งที่อาการกำเริบ เขาก็จะไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมอะไรได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอาการกำเริบในหน้าหนาวก็จะยิ่งแย่ใหญ่ เพราะแม้แต่ผ้าห่มเขายังไม่กล้าห่มเลย..ดังนั้นเมื่อได้ยินหลิงหยุนบอกโรคที่เขาเป็นได้อย่างถูกต้องโหวเย่าจงถึงกับลืมตัวร้องถามออกไปเช่นนั้น!หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองจูหย่งหวังที่นั่งหน้าแดงด้วยความโกรธและอับอาย แล้วจึงหันไปตอบโหวเย่าจงยิ้มๆ“รักษาได้สิ!”โหวเย่าจงได้ฟังคำตอบซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับเขามากก็ถึงกับลืมการเป็นพันธมิตรกับจูหย่งหวังทันที เขาร้องบอกหลิงหยุนอย่างตื่นเต้นดีใจ“ถ้างั้นนายช่วยรักษาให้ฉันหน่อยจะได้มั๊ยถ้านายรักษาฉันหาย ฉันถึงจะยอมเชื่อว่านายเป็นหมอที่เก่งและอัศจรรย์จริง แล้วถ้านายรักษาให้ฉันได้ นายอยากได้อะไรตอบแทนก็ว่ามาเลย!”หลิงหยุนเอนหลังพิงโซฟาสบายๆแล้วจึงตอบกลับไปว่า “ในเมื่อคุณไม่เชื่อมั่นในทักษะทางการแพทย์ของผม ผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องพิสูจน์เพื่อให้คุณเชื่อ และคุณไม่คู่ควร! เพราะฉะนั้น.. เสียใจด้วย ผมไม่รักษาให้คุณ..”หลิงหยุนมองเห็นสายตาที่ผิดหวังของโหวเย่าจงความจริงแล้วเขาสามารถรักษาโรคที่โหวเย่าจงเป็นได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่ต้องการที่จะรักษาให้.. ก็เท่านั้นเอง!‘คิดจะลองดีกับข้างั้นรึ’โหวเย่าจงได้ยินคำตอบของหลิงหยุนก็ถึงกับเดือดดาลขึ้นมาทันที!“แกอย่ามาขี้โม้หน่อยเลย..ที่แท้ก็ไม่สามารถรักษาได้มากกว่า!”หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกโกรธแม้แต่น้อยเขายังคงยิ้มให้กับโหวเย่าจงด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“งั้นรึ!ถ้าคิดว่าผมโอ้อวด ทำไมผมถึงได้บอกโรคประจำตัวของพวกคุณได้ถูกต้องล่ะ?”ในเวลานั้นเองมู่หลงเฟยจื่อก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี และไม่รู้ว่าเธอล้างมือไปกี่ครั้ง เพราะตอนนี้ฝ่ามือของเธอได้กลายเป็นสีขาวซีด“เอ่อ..”มู่หลงเฟยจื่อเหลือบมองจูหย่งหวังด้วยสายตารังเกียจและมองหลิงหยุนด้วยแววตาเก้อเขิน!