ตอนที่ 328
บทที่ 647 : ยิ่งกว่าถูกตบหน้า!
October 22, 2026
บทที่ 647 : ยิ่งกว่าถูกตบหน้า! หลิงหยุนนั่งนิ่งพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าเขาเหลือบมองเหมี่ยวเสี่ยวเหมากับเสี่ยวเม่ยหนิงที่มีสีหน้าเศร้าสร้อย พร้อมกับถามออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “อธิบายอะไร” หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูด้านล่างของคลินิกก็รู้ว่าคนไข้ที่เหลือสิบกว่าคนนั้นได้กลับไปหมดแล้ว ส่วนซันยู่วเจียวนั้นกำลังล้างมือ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกไปหาอะไรกิน เหมี่ยวเสี่ยวเหมาจึงได้ลากเสี่ยวเม่ยหนิงขึ้นมาชั้นสองเพื่อสะสางปัญหากับหลิงหยุน เหยาลู่ยังคงจดจ่ออยู่กับการนวดให้กับหลิงหยุนเธอเพียงแค่หลบสายตาลง และไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เหยาลู่นั้นเป็นผู้หญิงประเภทที่หากหลิงหยุนสั่งให้เธอกระโดดลงไปในกองไฟแน่นอนว่าเธอจะไม่ลังเล และรีบกระโดดลงไปทันที เหมี่ยวเสี่ยวเหมาหมดความอดทนเธอแทบจะทนไม่ได้ และเกือบจะสั่งให้เจ้าทองอ้วนไปกัดหลิงหยุน ตอนนี้ความโกรธของเธอใกล้จะถึงขีดสุดแล้ว! เธอจึงร้องตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด “นี่นายยังจะถามอีกเหรอว่าอธิบายเรื่องอะไรนับตั้งแต่วันเปิดคลินิกมา นายเคยโผล่หน้ามาที่คลินิกบ้างมั๊ย? ไม่ใช่ฉันกับหนิงน้อยหรอกเหรอที่คอยมาช่วยทำงานแทนนายทุกวัน? หนิงน้อยตั้งใจทำงานอย่างหนัก วันๆต้องรักษาคนไข้จำนวนมากมาย ถึงแม้นายจะไม่เห็นว่ามันเป็นความดีความชอบอะไร แต่ก็ไม่ควรข่มเหงน้ำใจของหนิงน้อยแบบนี้!” หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“อย่าลืมว่าคุณสองคนเป็นคนมาที่คลินิกเอง! ผมจำได้ว่าไม่เคยร้องขอให้พวกคุณมาช่วยด้วยซ้ำไป! แล้วผมไปข่มเหงน้ำใจหนิงน้อยเมื่อไหร่กัน” และเมื่อได้ฟังคำตอบของหลิงหยุนเสี่ยวเม่ยหนิงก็ถึงกับร้องไห้ออกมาไม่หยุด และนั่นยิ่งทำให้เหมี่ยวเสี่ยวเหมาทวีความโกรธมากยิ่งขึ้น “เชอะ..เปิดคลินิกแต่ไม่มีหมออยู่รักษาคนไข้นี่นะ! ถ้าพวกเราสองคนไม่มาช่วย ป่านนี้ผู้คนคงพากันหัวเราะเยาะไปหมดแล้ว!” “ส่วนเรื่องข่มเหงน้ำใจหนิงน้อยนั้นนายก็น่าจะรู้อยู่แกใจดีไม่ใช่เหรอ นายมาถึงที่คลินิก ก็พาสาวๆออกไปกินข้าว กินเสร็จก็ขึ้นมาดื่มชา และมีคนนวดให้อย่างสบาย แต่กลับปล่อยให้เราสองคนพี่น้องทำการรักษาคนไข้จำนวนมากมายอยู่ข้างล่างจนหิวโซ แม้แต่น้ำยังไม่มีเวลาได้ดื่ม! พวกเราติดหนี้นายมากหรือยังไงกัน?” “นายไปกินข้าวกลับมาจนอิ่มแล้วแต่กลับไม่สนใจใยดีพวกเราสองคนพี่น้องเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วยังกล้าขึ้นมานั่งเล่นบนชั้นสองอย่างสบายอกสบายใจ แบบนี้ไม่เรียกว่าข่มเหงน้ำใจหนิงน้องอย่างงั้นเหรอ” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาร้องตะโกนออกมาอย่างโมโหเธอโกรธหลิงหยุนอย่างมาก และคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะเป็นคนไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้! หลิงหยุนเห็นอารมณ์รุนแรงของเหมี่ยวเสี่ยวเหมาแล้วก็ได้แต่นึกขันอยู่ในใจ จึงได้ตอบกลับไปว่า “ถ้าหิว..ก็ควรไปหาอะไรกิน! นี่ก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว ทำไมพวกคุณสองคนยังไม่ไปหาอะไรกินกันอีกล่ะ แล้วการที่ผมพาพนักงานออกไปกินข้าว มันผิดตรงใหน?” “อีกอย่าง..เมื่อครู่ผมก็เห็นพวกคุณสองคนตั้งหน้าตั้งตารักษาคนไข้ ก็เลยไม่อยากขัดจังหวะการทำงานของพวกคุณ เพราะเกรงว่าจะทำให้ภาพพจน์ของการเป็นหมอเทวดาของพวกคุณต้องเสียหาย ขอโทษนะ! การที่จะกินหรือไม่กิน พวกคุณควรต้องตัดสินใจเองไม่ใช่เหรอ” คำพูดเหน็บแนมถากถางของหลิงหยุนนั้นไม่มีคำหยาบแม้แต่คำเดียวแต่กลับบาดลึกเข้าไปในใจอย่างมาก.. “ผมก็ร้องบอกทุกคนเหมือนกันว่า..ใครอยากจะกินก็ตามมา แล้วถ้าใครไม่อยากมากิน คุณจะให้ผมทำยังไง ผมทำแบบนี้เป็นการข่มเหงน้ำใจใครตรงใหน?”เหมี่ยวเสี่ยวเหมาไม่สามารถโต้เถียงหลิงหยุนได้จึงได้แต่คำรามออกมา“นี่นาย..”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดต่อว่า“ผมทำไม.. ผมทำอะไรผิด? ผมแค่พูดความจริง!”และคำพูดของหลิงหยุนก็ล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นเหมี่ยวเสี่ยวเหมาจึงไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้เลย แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบโต้หลิงหยุนกลับไปว่า“นายก็เห็นว่ามีคนไข้นั่งรอรับการรักษาอยู่หลายสิบคนนายจะให้พวกเราทิ้งคนไข้ไว้แล้วออกไปกินข้าวอย่างงั้นเหรอ”หลิงหยุนยิ้มเหยียดและพูดสวนขึ้นมาทันที “ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลนะครับคุณ! จะต้องให้คลินิกของผมเปิดรักษาคนไข้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยหรือยังไง”หลิงหยุนชี้นิ้วลงไปด้านล่างพร้อมกับพูดต่อว่า“พยาบาลทั้งสามคนที่อยู่ข้างล่างเลือกที่จะมาทำงานที่คลินิกของผม ก็เพราไม่อยากทำงานหนักเหมือนอยู่ที่โรงพยาบาล แต่เพราะความอยากเป็นคนดีของพวกคุณ ทำให้พวกเธอต้องทำงานหนักกว่าเดิม คุณเคยคิดบ้างมั๊ยว่าพวกเธอต่างก็เป็นคนเหมือนกัน! ต้องกินและต้องการพักผ่อนเหมือนกัน!”หลิงหยุนจงใจใช้มังกรคำรามเพื่อให้หลี่จินเหลียนกับชางเสี่ยวเหมิงที่อยู่ข้างล่างได้ยินด้วยทั้งคู่จึงได้แต่หันไปมองตากันด้วยความซาบซึ้งใจเจ้านายดีๆแบบนี้ช่างหาได้ยากนักในโลกใบนี้คิดไม่ผิดที่เลือกมาทำงานที่นี่!เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เหมี่ยวเสี่ยวเหมาถึงกับอึ้งไปและไม่สามารถโต้เถียงอะไรหลิงหยุนได้เลยแม้แต่น้อยหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งเธอจึงพูดขึ้นว่า “แต่สิ่งที่พวกเราทำอยู่มันก็ดีกับคลินิกของนายไม่ใช่หรือยังไง ยิ่งมีคนไข้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอ?”หลิงหยุนตอบยิ้มๆ“คุณอาจจะคิดว่าดีต่อคลินิกของผม แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ!”“ใช้ยันต์บำบัดของผมรักษาตั้งแต่อาการจับไข้ปวดหัว ตัวร้อน อาหารเป็นพิษ อาการเจ็บป่วยพื้นๆแบบนี้ คลินิกที่ใหนก็รักษาได้ทั้งนั้น คุณคิดว่ายันต์บำบัดของผมไม่มีต้นทุนหรือยังไง ถ้าพวกคุณจะทำแบบนี้ สู้ปล่อยให้คลินิกของผมไม่มีคนไข้จะดีกว่า!”ระหว่างที่ทานอาหารเที่ยงด้วยกันนั้นหลิงหยุนได้ยินชางเสี่ยวเหมิงเล่าว่าเสี่ยวเม่ยหนิงรักษาเด็กถูกมีดบาดมาด้วยยันต์บำบัดที่ปลุกเสกขึ้นจากพลังชี่ของเขายันต์บำบัดที่หลิงหยุนปลุกเสกขึ้นนั้นไม่ใช่แค่เหยวนสองหยวนหรือเพียงแค่มีกระดาษสีเหลืองเขียนยันต์ก็ใช้ได้ และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป คลินิกของเขาคงต้องขาดทุนยับเยินอย่างแน่นอน!“พวกคุณสองคนเป็นหมอเหยาลู่กับพยาบาลอีกสามคน รวมเป็นทั้งหมดหกคน ทุกคนทำงานแทบเป็นแทบตาย ข้าวน้ำไม่ต้องกิน วุ่นวายอยู่กับการรักษาคนไข้ตลอดทั้งวัน แต่กลับมีรายได้เพียงแค่สี่พันหยวน!”“ผมเปิดคลินิกแห่งนี้ขึ้นมาก็เพื่อตั้งใจจะเปิดรักษาให้กับผู้ที่มีกำลังจ่ายค่ารักษาสามแสนหยวนต่อครั้งเท่านั้น การที่พวกคุณกำหนดราคาค่ารักษขึ้นใหม่แบบนี้ คุณคิดว่าผมจะไม่รู้สึกผิดหวังบ้างหรือยังไง”หลิงหยุนเริ่มโต้กลับและก็ปล่อยหมัดหนักขึ้นเรื่อย!“นี่นายอยากได้เงินจนเป็นบ้าไปแล้วหรือไงค่ารักษาครั้งละสามแสน มันไม่ค้ากำไรเกินควรไปหน่อยหรือยังไง?” เหมี่ยวเสี่ยวเหมาร้องตะโกนออกมาอย่างโมโหสุดขีด