ตอนที่ 333
บทที่ 652 : แก๊งมังกรเขียว!
October 22, 2026
บทที่ 652 : แก๊งมังกรเขียว! “แก๊งมังกรเขียว!” “ห๊ะ!คนของแก๊งมังกรเขียว!” คำว่า‘มังกรเขียว’ ดูราวกับจะเป็นมนต์วิเศษ เพราะเพียงแค่ได้ยินคำนี้ คนที่พากันมุงดูอยู่หน้าประตูต่างก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที และต่างก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจกลัวพร้อมกับก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวทันที ในวงการโลกใต้ดินนั้นทั่วทั้งมณฑลเจียงหนานไม่มีใครจะยิ่งใหญ่ไปกว่าแก๊งมังกรเขียวอีกแล้ว! แม้แต่จ้าวเผิงเฟยที่ได้ยินคำว่าแก๊งมังกรเขียวก็ถึงกับตกใจและอึ้งไปทันทีเช่นกันแต่แล้วสีหน้าที่คล้ายกับคนที่กำลังจะขาดใจตายเพราะจมน้ำนั้น ก็เปลี่ยนเป็นมีหวังราวกับคว้าได้ห่วงชูชีพขึ้นมาทันที! “ฉันก็แก๊งมังกรเขียวเหมือนกัน!” จ้าวเผิงเฟยร้องออกมาพร้อมกับดิ้นรนที่จะลุกขึ้นสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นมีหวังขึ้นมาทันที! หลิงหยุนได้ฟังถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อย.. ตี้เสี่ยวอู๋กระโดดออกมาเตะจ้าวเผิงเฟยที่เพิ่งจะลุกขึ้นได้ทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้งหลังจากนั้นเขาก็กระโดดเข้าไปใกล้พร้อมกับพูดขึ้นว่า “หน้าอย่างแกนี่นะเป็นคนของแก๊งมังกรเขียว!แกอยู่โถงใหนห้องใหนของแก๊งมังกรเขียว?” สีหน้าของตี้เสี่ยวอู๋ดูไม่เชื่ออย่างมากเพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงเสียหน้าอย่างมากเลยทีเดียว! ภายในแก๊งมังกรเขียวนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆและแต่ละส่วนใหญ่นี้จะเรียกว่า ‘โถง’ ได้แก่โถงมังกร โถงพี่น้อง และโถงลงทัณฑ์ แต่ละโถงก็จะแบ่งย่อยออกเป็นห้องเล็กๆอีกอย่างโถงมังกรก็จะแยกย่อยออกเป็นกลุ่มเล็กๆ และจะเรียกว่า ‘ห้อง’ ได้แก่ห้องวายุ ห้องพิรุณ ห้องอสุนี และห้องอัคนี ส่วนโถงพี่น้องก็แยกย่อยเป็นห้องเมตตา ห้องคุณธรรม ห้องพิธีกรรม และห้องปัญญา ส่วนโถงลงทัณฑ์นั้นไม่มีแยกย่อยและมีหน้าที่ดูแลกฎระเบียบต่างๆภายในแก๊งโถงมังกรนั้นเปรียบเหมือนเสาหลักของแก๊งมังกรเขียว!ส่วนโถงพี่น้องนั้นเป็นศูนย์รวมของคนมากหน้าหลายตา ตั้งแต่กลุ่มคนที่ร่ำรวยและมีอำนาจไปจนถึงกลุ่มคนชั้นล่าง โถงนี้จะมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป จึงเป็นโถงที่ยากต่อการปกครองที่สุดส่วนโถงลงทัณฑ์นั้นเปรียบเหมือนผู้ที่มีหน้าที่คอยออกกฎระเบียบ ลงโทษสมาชิกที่ฝ่าฝืนกฏ หรือทรยศต่อแก๊ง คนที่จะทำงานในโถงลงทัณฑ์นี้ได้จะต้องเป็นผู้ที่จงรักภักดิ์ดีต่อแก๊งมังกรเขียวอย่างมากตลอดเวลามากกว่าหนึ่งเดือนผ่านมาที่ตี้เสี่ยวอู๋ทำหน้าที่ปกครองแก๊งมังกรเขียวโดยที่เขาไม่ได้ร้องขอนั้นเขาก็ได้พยายามดูแลด้วยความระมัดระวัง และคิดเสมอว่าทำหน้าที่ดูแลแทนหลิงหยุนเท่านั้นแต่ตอนนี้ต่อหน้าหลิงหยุนจ้าวเผิงเฟยกล้าบอกว่าเขาเป็นคนของแก๊งมังกรเขียว ทำให้ตี้เสี่ยวอู๋รู้สึกไม่ดีอย่างมากจ้าวเผิงเฟยยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากใบหน้าที่บวมเปล่งเหมือนหมูของเขาแสยะยิ้มให้กับตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับพูดขึ้นว่า“พี่หกที่เป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ของฉันต่างหากที่เป็นคนของแก๊งมังกรเขียว..”ตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับงุนงงใครคือพี่หก คิ้วหนาของเขาเลิกขึ้นพร้อมกับถามว่า “บอกชื่อมา พี่หกพี่เจ็ดอะไรของแก..!”เมื่อตี้เสี่ยวอู๋ได้ยินว่าจ้าวเผิงเฟยไม่ใช่คนของแก๊งมังกรเขียวเขาก็ถึงกับโล่งอกขึ้นมาทันที เพราะเป็นเช่นนั้นจริงเขาคงต้องถูกหลิงหยุนตำหนิไปแล้วจ้าวเผิงเฟยพูดต่อว่า“เขาก็คือฮู๋เหล่าลิ่ว หรือฉายาพี่หกไงล่ะ!”และที่จ้าวเผิงเฟยเรียกฮู๋เหล่าลิ่วว่าพี่หกนั้นก็เพื่อแสดงออกว่าตนเองสนิทสนมนั่นเอง“ฮู๋เหล่าลิ่ว!”ตี้เสี่ยวอู๋คิดอยู่นานและในที่สุดก็คิดออกว่าในโถงพี่น้องมีชายอายุราวสามสิบสามปีตัวเล็กๆคนหนึ่งท่าทางเหมือนลิง และมีอาชีพเปิดบ่อนเล็กๆแห่งหนึ่ง“ฮู๋เหล่าลิ่วฉันเคยได้ยินชื่อนี้เหมือนกัน!”ระหว่างนั้นถังเมิ่งก็ได้พูดแทรกขึ้นมาว่า“นี่คนแซ่จ้าว.. ไม่ต้องบอกว่าแกรู้จักคนชื่อฮู๋เหล่าลิ่วหรือว่าคนแซ่ฮู๋ หรือพี่หกพี่เจ็ดอะไรเลย ฉันจะบอกอะไรให้ ต่อให้แกรู้จักกับหัวหน้าแก๊งมังกรเขียววันนี้แกก็ไม่รอด!”