ตอนที่ 334
บทที่ 653 : หลิงหยุนอีกคน!
October 22, 2026
บทที่ 653 : หลิงหยุนอีกคน! สีหน้าของจ้าวเผิงเฟยซีดเผือดใบหน้าบวมเปล่งนั้นคล้ำดำ และเหงื่อไหลท่วมตัว! ไม่รู้ว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงหรือไม่!แต่เด็กหนุ่มทั้งสี่คนก็แสดงได้เหมือนจริงอย่างมาก ทุกคนล้วนแล้วแต่อายุไม่เกินยี่สิบปี และเขาเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อน และจากท่าทางการแต่งตัวของเด็กหนุ่มทั้งสี่คนนั้นก็ดูไม่เหมือนสมาชิกของแก๊งมังกรเขียวเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ดูออกว่าไม่ใช่คนธรรมดาๆเช่นกัน เพราะแม้ว่าทุกคนจะอยู่ในชุดลำลองสบายๆ แต่เครื่องแต่งกายล้วนแล้วแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งสิ้น! ยิ่งไปกว่านั้นหลิงหยุนเองก็สามารถรักษาใบหน้าที่บวมช้ำของซูปิงหยานกับเยี่ยนจื่อให้หายได้ภายในพริบตาเดียว และสามารถทำให้พวกเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น คนที่ทำเช่นนี้ได้จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไรกัน จ้าวเผิงเฟยถึงกลับหันไปมองซูปิงหยานอีกครั้งเขาได้แต่คิดอยู่ในใจว่าซูปิงหยานไปรู้จักเด็กหนุ่มที่น่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยข่มเหงรังแกซูปิงหยานอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีใครมาช่วยเธอเลย นอกเสียจากเจ้าเด็กอ้วนคนนั้นคนเดียว! แต่ซูปิงหยานกลับไม่สนใจมองจ้าวเผิงเฟยเลยแม้แต่น้อยเพราะตั้งแต่หลิงหยุนก้าวเข้ามาในร้าน ดวงตาของเธอก็จับจ้องอยู่ที่หลิงหยุนเพียงคนเดียว เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น ในใจรู้สึกสับสนวุ่นวายขณะที่กำลังทำความเข้าใจในตัวหลิงหยุน ซูปิงหยานยังจำได้แม่นยำว่า..เมื่อต้นปีที่จ้าวเผิงเฟยพาลูกน้องมาก่อกวนที่ร้านของเธอ ตอนนั้นหลิงหยุนถูกคนของพวกมันทำร้ายจนใบหน้าบวมเปล่งไปหมด เขาได้แต่เอามือกุมใบหน้าของตนเองไว้ และปล่อยให้พวกมันซ้อมและทำร้ายจนหนำใจ แต่ตอนนี้..หลิงหยุนแทบไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำไป เพียงแค่สั่งการไม่กี่คำทุกอย่างก็เรียบร้อย และนั่นทำให้ซูปิงหยานข้องใจอย่างมาก! ช่างแตกต่างกันกับครั้งนั้นราวฟ้ากับดิน! ซูปิงหยานยังจำคืนนั้นได้ดีหลิงหยุนถูกคนซ้อมจนใบหน้าบวมปูด และเนื้อตัวเขียวช้ำไปหมดจนไม่สามารถกลับไปที่โรงเรียนได้ แต่ก็ยังยืนยันไม่ยอมไปโรงพยาบาล จนในที่สุดซูปิงหยานจึงต้องพาหลิงหยุนกลับไปที่บ้านของตนเอง และช่วยประคบร้อนตามบาดแผลให้กับเขา ร่างอ้วนๆที่เต็มไปด้วยไขมันของหลิงหยุนนั้นทั้งบวมและเป็นสีม่วงช้ำเต็มไปหมด ทำให้ซูปิงหยานรู้สึกสงสารจับใจ.. “ผมกำลังจะตาย..ผมกำลังจะตาย..” คืนนั้น..หลิงหยุนพูดประโยคเดิมซ้ำๆอยู่เช่นนี้ แม้แต่ซูปิงหยานเองก็คิดว่าหลิงหยุนคงถูกซ้อมจนประสาทเสียไปแล้ว จึงได้พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระเช่นนั้น และเขาก็พูดประโยคเดิมนั้นซ้ำๆจนกระทั่งหลับไป.. ตั้งแต่นั้นมา..สิ่งหนึ่งที่ซูปิงหยานเข้าใจหลิงหยุนมากก็คือ เขารู้สึกโดดเดี่ยวอย่างที่สุด! ในคืนที่หลิงหยุนนอนสลบไสลอยู่บนเตียงของเธอนั้นซูปิงหยานได้โอบกอดร่างของหลิงหยุนไว้ในอ้อมแขนไม่ต่างจากพี่สาวที่ใจดีคนหนึ่ง เธอคอยเช็ดเหงื่อที่ไหลโชกให้กับเขา และคอยปลอบปะโลมเขาไปจนกระทั่งหลับ ส่วนตัวเธอเองนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดใจอย่างบอกไม่ถูก แน่นอนว่าหลิงหยุนเองก็ไม่รู้เรื่องนี้แต่ถึงแม้หลิงหยุนคนก่อนอาจจะรู้เรื่องนี้ แต่หลิงหยุนคนปัจจุบันย่อมไม่รู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน ตั้งแต่นั้นมาซูปิงหยานก็คอยเอาใจใส่ดูแลหลิงหยุนไม่ต่างจากพี่สาวคนหนึ่ง และไม่ว่าทั้งคู่จะไปใหนมาใหนด้วยกัน หรือมองตากัน ต่างคนต่างก็รู้สึกว่ามีบางอย่างในดวงตาของอีกฝ่าย แต่ทั้งคู่ต่างก็ไม่มีใครก้าวข้าม แต่ตอนนี้หลิงหยุนไม่เพียงผอมลงเท่านั้นแต่ยังทั้งหล่อและเก่งกาจไปเสียทุกเรื่องอีกด้วย เขากลายเป็นคนที่มีความสามารถรอบตัวอย่างน่าอัศจรรย์ หลิงหยุนคนเดิมได้หายไปแล้ว!แต่เมื่อเธอต้องพบกับการก่อกวนอีกครั้งหลิงหยุนก็ยังมาช่วยเธออีก แต่ครั้งนี้เขากลับจัดการปัญหาทุกอย่างได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ อีกทั้งยังเป็นฝ่ายปลอบโยนเธอ แววตาของเขาที่มองเธอนั้นไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มเลือดร้อน แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็นราวกับสายน้ำ..ซูปิงหยานเชื่อว่า..หากเธอไม่ใช้ข้ออ้างเรื่องการนำค่าจ้างไปให้กับหลิงหยุนที่โรงเรียนในวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอคงต้องจบลงไปแล้วอย่างแน่นอน และสิ่งที่ผ่านมาก็คงเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้นและเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาซูปิงหยานที่กำลังมองตาหลิงหยุนก็ถึงกับหัวใจเต้นแรง หูของเธออื้อไปหมดจนไม่ได้ยินสิ่งที่อาปิงพูดกับจ้าวเผยเฟิงแม้แต่คำเดียวถึงตอนนี้ฮู๋เหล่าลิ่วก็ได้พาลูกน้องมาอีกสี่คันรถรวมแล้วก็มากกว่ายี่สิบคน และแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่หน้าตาดุร้ายทั้งสิ้น“ใครใครกล้าทำร้ายน้องชายของฉัน นี่มันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่มั๊ย?”เมื่อร่างผอมแห้งของฮู๋เหล่าลิ่วก้าวลงมาจากรถเขาก็ร้องตะโกนเสียงดังข่มคู่ต่อสู้ขึ้นมาทันที!เมื่อผู้คนที่มุงดูอยู่เห็นว่าคนของแก๊งมังกรเขียวตัวจริงมาแล้วแทบไม่ต้องร้องสั่ง ทุกคนต่างก็หลบออกเป็นสองแถวเปิดทางให้ทันที และนี่คืออำนาจของแก๊งมังกรเขียว!“ห๊ะ..!”ทันทีที่ฮู๋เหล่าลิ่วเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปด้านในและมองเห็นตี้เสี่ยวอู๋ยืนอยู่ เขาก็ถึงกับยืนนิ่งด้วยความตกตะลึงอยู่ที่หน้าร้านทันที“ท่านหัวหน้า!”ฮู๋เหล่าลิ่วดวงตาเบิกโพลงพร้อมกับร้องอุทานออกมาเสียงดัง!ลูกน้องที่วิ่งตามฮู๋เหล่าลิ่วเข้ามาในร้านต่างก็รู้ว่าตี้เสี่ยวอู๋คือหัวหน้าแก๊งมังกรเขียวไม้บาสเก็ตบอลในมือถึงกับร่วงลงพื้นทันทีหลังจากหายตกใจฮู๋เหล่าลิ่วก็ไม่ลังเลที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง เขารีบเดินตรงเข้าไปคำนับให้ตี้เสี่ยวอู๋ถึงสามครั้งพร้อมกับพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น“ท่านหัวหน้า..คิดไม่ถึงว่าท่านจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง ใครกันที่กล้ามาหาเรื่องกับแก๊งมังกรเขียวของเรา? ฉันจะจัดการกับมันเอง!”ฮู๋เหล่าลิ่วคิดว่านับว่าเป็นเรื่องดีที่ท่านหัวหน้ามาปรากฏตัวในเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้ด้วยตัวเองและเป็นความโชคดีของเขาที่จะได้แสดงความสามารถต่อหน้าท่านหัวหน้า“พี่..พี่หก.. คือฉัน..!”ครั้งแรกที่จ้าวเผิงเฟยเห็นฮู๋เหล่าลิ่วเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องอีกมากมายนั้นเขาเองก็นึกดีใจอย่างมาก แต่ภาพเหตุการณ์ต่อมากลับทำให้เขาถึงนึกโมโหตัวเองอย่างมากที่มีตาแต่กลับไม่มีแวว และแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปทันที!ท่านหัวหน้า!ฮู๋เหล่าลิ่วเรียกเขาว่าท่านหัวหน้า?! และแก๊งมังกรเขียวก็มีหัวหน้าอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น! เมื่อคิดได้เช่นนี้จ้าวเผิงเฟยก็ถึงกับหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาทันที!แต่ไม่ใช่เขียวคล้ำเพราะความโกรธแต่เขียวคล้ำเพราะความตกใจกลัวต่างหาก!ฮู๋เหล่าลิ่วสังเกตุเห็นว่าจ้าวเผิงเฟยนั่งกองอยู่กับพื้นเขาจึงหันไปมองตี้เสี่ยวอู๋อีกครั้ง และก็ถึงกับตกใจสุดขีดเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่า นี่จ้าวเผิงเฟยถูกหัวหน้าแก๊งมังกรเขียวทำร้ายหรือนี่!