ตอนที่ 345
บทที่ 664 : บอกลา!
October 22, 2026
บทที่ 664 : บอกลา! “พี่มู่หลง..” หลิงหยุนร้องทักมู่หลงเฟยจื่อระหว่างที่ผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของเธอภาพที่มู่หลงรีบเร่งเติมเครื่องสำอางค์นั้น หลิงหยุนได้ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจเห็นตั้งแต่อยู่ด้านนอกแล้ว เขาอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ที่เคยคิดว่ามู่หลงเฟยจื่อเป็นผู้หญิงเย็นชา “นี่เธอยังจำฉันได้ด้วยเหรอแล้วมาทำอะไรที่นี่? สอบเอนทรานซ์เป็นยังไงบ้าง?” มู่หลงเฟยจื่อยืนหันข้างพูดกับหลิงหยุนเธอเลี่ยงที่หันมาจะเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง เพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอเพิ่งจะผ่านการร้องไห้มา และแสร้งทำเป็นถามอย่างไม่สนใจใยดีนัก หลิงหยุนยิ้มและพูดขึ้นว่า“พี่มู่หลง.. ความจริงผมเองก็คิดถึงคุณอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีเวลามาเยี่ยมเยียน เพราะต้องเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์ ผมเดิมพันกับคนอื่นไว้ถึงหนึ่งร้อยล้าน ถ้าผมสอบไม่ผ่านคงต้องสูญเงินฟรีๆอย่างแน่นอน ดูสิ.. พอสอบเสร็จ วันนี้ผมก็รีบมาหาคุณเลย!” เมื่อใดก็ตามที่หลิงหยุนต้องการงอนง้อ..ปากของเขาก็จะหวานจนใครก็คาดไม่ถึง และคำพูดของเขาล้วนเต็มไปด้วยเหตุผลที่แม้แต่มู่หลงเฟยจื่อก็ยังยากที่จะโต้แย้งได้ มู่หลงเฟยจื่อรีบสวนขึ้นทันที“ฉันถามเรื่องการสอบเอนทรานซ์ของเธอ นี่เธอพูดเรื่องอะไรไร้สาระ” หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งมู่หลงเฟยจื่อจึงถามขึ้นว่า“แล้วทำไมไม่มาตั้งแต่เมื่อวาน” มู่หลงเฟยจื่อรู้ว่าหลิงหยุนกำลังพูดโกหกเพราะเธอเห็นว่าเมื่อวานตอนบ่ายหลิงหยุนก็มาที่ตลาดค้าของเก่า และอยู่กับซ่งเจิ้งหยานเป็นนานสองนาน อีกทั้งยังมีเสี่ยวเม่ยหนิงตามมาด้วย หลิงหยุนเดินผ่านศาลาเทียนสี่แต่กลับไม่ยอมแวะเข้ามา ทำให้เธอรู้สึกเสียใจมาก! เมื่อวานที่มู่หลงเวิ่นฉีนั่งรับประทานอาหารเย็นพร้อมกับหลานสาวสุดที่รักเขาก็สังเกตุเห็นดวงตาที่บวมช้ำของเธอ แทบไม่ต้องพูดถึงว่าเขาทุกข์อกทุกข์ใจมากเพียงใด มู่หลงเวิ่นฉีคำนวณว่าหลิงหยุนน่าจะสอบเอนทรานซ์เสร็จแล้ว จึงได้ไปหาซ่งเจิ้งหยางที่หอไข่มุก และได้ขอให้ซ่งเจิ้งหยางไปบอกหลิงหยุนให้มารับมรดกของตระกูลหลงไปได้แล้ว! “เอ่อ..เมื่อวานนี้!” หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘เมื่อวานข้าพาเด็กสาวตัวแสบมาด้วย ขืนข้าแวะมาหาเจ้า เจ้าคงจับข้าโยนออกจากร้านแน่!’ มู่หลงเฟยจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยและเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหลิงหยุนนิ่งเงียบระหว่างที่รอคอยคำตอบจากหลิงหยุน หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและตอบไปว่า“เมื่อวานนี้ผมก็มาที่ตลาดค้าของเก่าตอนบ่ายเพื่อหาซื้อหิน แต่เพราะเมื่อวานตอนเย็นผมมีธุระด่วน จึงไม่มีเวลาแวะเข้ามาหาคุณที่ศาลาเทียนสี่..” มู่หลงเฟยจื่อเห็นว่าหลิงหยุนไม่ได้พูดโกหกเธอเธอจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง หลังจากยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงตอบไปว่า “นี่..แล้วจะมัวยืนทำอะไร มีเก้าอี้ทำไมไม่นั่งล่ะ..?”ทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่ในห้องผ่านไปครู่หนึ่งและไม่รู้ว่าจะคุยกันเรื่องอะไรต่ออีก ต่างฝ่ายต่างก็เงียบไป สถานการณ์ภายในห้องจึงเริ่มกระอักกระอ่วน แต่มู่หลงเฟยจื่อเป็นฝ่ายทนไม่ได้ จึงได้แต่อ้าปากพูดขึ้นว่า“เมื่อครู่ฉันถามเรื่องการสอบเอนทรานซ์เธอยังไม่ตอบฉันเลย”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า“ก็ไม่เห็นมีอะไรยากนี่ ยังไงก็สอบเข้าได้อยู่แล้ว..”“ห๊ะ!โดดเรียนทุกวันนี่นะจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เพ้อฝันเกินไปหรือเปล่า?” มู่หลงเฟยจื่อร้องถามพร้อมกับยิ้มให้หลิงหยุนหลิงหยุนหัวเราะเสียงดังพร้อมกับตอบไปว่า“เดี๋ยวผลสอบออกก็รู้เอง..”แต่จู่ๆหลิงหยุนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเดินตรงเข้าไปหามู่หลงเฟยจื่อ มู่หลงเฟยจื่อได้แต่จ้องมองร่างสูงใหญ่ของหลิงหยุนที่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจของเธอถึงกับเต้นแรงขณะที่ร้องถามออกมา“เธอ..นี่เธอจัทำอะไร”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปด้วยน้ำเสียงอย่างอ่อนโยน“วันนี้ดวงตาของคุณบวมช้ำ ผมจะช่วยรักษารอยบวมช้ำรอบดวงตาให้คุณไงล่ะ!”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นเรียกยันต์บำบัดระดับสี่ออกมา แล้วจัดการวางลงบนใบหน้าของมู่หลงเฟยจื่อ และหลังจากร้องสั่งยันต์ให้ทำงาน ใบหน้าและดวงตาของมู่หลงเฟยจื่อก็กลับมาสวยงามสดใสเหมือนเดิมหลิงหยุนตกตะลึงจนถึงกับร้องอุทานออกมา“โอ้โห.. คุณนี่สวยมากเลย!”ทั้งคู่อยู่ใกล้ชิดกันจนมู่หลงเฟยจื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจากร่างกายของหลิงหยุนและได้แต่แอบคิดว่ากลิ่นตัวผู้ชายเหตุใดจึงได้หอมเช่นนี้จิตใจของเธอสั่นรัว..ใบหน้าแดงก่ำ และรีบร้องสวนออกมา “สวยอะไรกัน! ถ้าสวยจริง เธอก็คงไม่ลืมฉันหรอก?”หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“สวยจริง! แล้วก็สวยมากด้วย แต่วันนี้คุณดูผอมลงมากเลย!”มู่หลงเฟยจื่อซูบผอมลงมากจริงๆตอนนี้เอวของเธอบางลงมาก แต่ไม่ถึงกับดูทรุดโทรม โดยเฉพาะหน้าอกก็ยังคงใหญ่โตเหมือนเดิม“เอ่อ..ฉัน.. ฉันลดน้ำหนักน่ะ..” มู่หลงเฟยจื่อรีบตอบทันทีเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนยังคงยืนตรงหน้าเธอนิ่งเธอจึงเลี่ยงลุกขึ้นเดินไปที่โซฟา และพูดกับหลิงหยุนว่า“มานั่งที่โซฟาสิ!วันนี้อากาศร้อนมาก ฉันจะไปชงน้ำชามาให้เธอดื่ม!”