ตอนที่ 347
บทที่ 666 : วัดหลิงเจี๋วย!
October 22, 2026
บทที่ 666 : วัดหลิงเจี๋วย! ที่ผ่านมานั้นมู่หลงเฟยจื่อมองหลิงหยุนไม่ดีสักอย่าง เขาจึงจำเป็นต้องแสดงความเก่งกาจของตนเองออกมาให้เธอได้เห็นบ้าง และเมื่อเห็นว่าเธอคิดว่าเขาเป็นเซียน ก็ย่อมหมายความว่าภารกิจของเขาประสบความสำเร็จแล้ว จึงได้แต่พยักหน้าและตอบกลับไปว่า “ไม่ใช่แค่เซียน..แต่เก่งกว่าเซียนนิดหน่อย!” หลิงหยุนพูดยิ้มๆ “เธอนี่จริงๆเลย!เรื่องการเรียนกลับไม่สนใจ เอาแต่สนใจเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติพวกนี้!” มู่หลงเฟยจื่อนั้นจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศอังกฤษแน่นอนว่าเธอย่อมจะไม่เชื่อในเรื่องพลังเหนือธรรมชาติพวกนี้ แต่เพราะความสามารถของหลิงหยุน ทำให้ความเชื่อมั่นของเธอเริ่มสั่นคลอน และเมื่อเห็นว่าหลิงหยุนสามารถทำนายสีและแบบชุดชั้นในของเธอได้มู่หลงเฟยจื่อจึงได้แต่หวาดระแวงว่าหลิงหยุนจะสามารถคำนวณขนาดหน้าอกของเธอได้ด้วยเช่นกัน “นี่หมายความว่าที่เธอรู้ว่าจูหย่งหวังกับฮู๋เย่าจงป่วยเป็นโรคอะไรนั้นก็เพราะความสามารถในการทำนายนี่น่ะเหรอ” “แล้วยังหินดิบหยกที่เธอเลือกมาแต่ละก้อนอีกทุกอย่างล้วนเป็นเพราะ..” มู่หลงเฟยจื่อยิงคำถามใส่หลิงหยุนรัวๆ แต่หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย.. “แม่นยำขนาดนี้เชียวเหรอ!” มู่หลงเฟยจื่อร้องอุทานออกมาด้วยความอัศจรรย์ใจดวงตาของเธอเบิกกว้างจ้องมองหลิงหยุนราวกับเห็นปีศาจ และแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อรู้สึกตัว..เธอก็พบว่าเวลานี้ใบหน้าของหลิงหยุนอยู่ห่างจากใบหน้าของเธอไม่ถึงหนึ่งฟุต จนสามารถได้ยินเสียงและสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขา แววตาของหลิงหยุนที่จ้องมองมานั้นทำให้มู่หลงเฟยจื่อถึงกับหัวใจเต้นรัว.. แต่ครั้งนี้เธอไม่ถามว่าหลิงหยุนจะทำอะไรและได้แต่แอบคาดหวังอยู่ในใจว่าเขาจะทำในสิ่งที่เธอคิด ดวงตาของมู่หลงเฟยจื่อจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของหลิงหยุนที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้.. “เอ่อ..” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังออกมาจากริมฝีปากแดงระเรื่อของมู่หลงเฟยจื่อคล้ายกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วกลับถูกริมฝีปากของหลิงหยุนหยุดไว้เสียก่อน.. จากนั้นร่างของมู่หลงเฟยจื่อที่ดิ้นรนขัดขืนพอเป็นพิธีนั้นก็ถึงกับอ่อนระทวยอยู่ภายใต้ริมฝีปากเร่าร้อนของหลิงหยุน และนี่เป็นจูบแรกของเธอ เธอต้องการที่จะเก็บเกี่ยวความสุขและดื่มด่ำกับมัน..หลังจากระดมจูบมู่หลงเฟยจื่ออยู่เนิ่นนานหลิงหยุนก็ถอนริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาออกเพราะเกรงว่ามู่หลงเฟยจื่อจะหายใจไม่ทัน จากนั้นจึงยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“ผมคิดว่าคุณจะโมโหผมซะอีก!”หลิงหยุนเย้าแหย่มู่หลงเฟยจื่อจ้องหน้าหลิงหยุนพร้อมกับตอบไปว่า“มรกดกล้ำค่าประจำตระกูลก็ยกให้เธอไปแล้ว จะช้าหรือเร็วฉันก็ต้องเป็นของเธออยู่ดี แล้วจะต้องโมโหไปทำไมกัน!”“แต่คิดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าหาญชาญชัยแบบนี้!กล้ารังแกฉันกลางวันแสกๆ ไม่กลัวว่าท่านปู่จะมาเห็นเข้าหรือยังไง”หลิงหยุนถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับตอบไปว่า“ก็คุณสวยจนผมอดใจไม่ไหวนี่นา! อีกอย่างคุณลืมไปแล้วเหรอว่าตอนเปิดประตูรั้วเข้ามา คุณเป็นคนบอกผมเองว่าท่านปู่มู่หลงไปประชุม และจะกลับในวันพรุ่งนี้! ผมจำไม่ผิดใช่มั๊ย”“หรือจะมาเป็นภรรยาของผมตอนนี้เลย..”หลิงหยุนถามหยอกเย้า“เมื่อครู่เธอเพิ่งบอกเองว่าให้ฉันเป็นแฟนเธอไปก่อน!รอให้ฉันพบคนที่เก่งกว่าเธอแล้วค่อยไปแต่งงานกับเขา!” มู่หลงเฟยจื่อสวนกลับทันทีหลิงหยุนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขแล้วจึงเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ถามจริงๆเมื่อครู่เธอทำให้ตราหยกจักรพรรดิหายไป แล้วก็กลับมาอีกครั้งได้ยังไง เธอทำยังไงเหรอ?” มู่หลงเฟยจื่อถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นหลิงหยุนจึงอธิบายเรื่องแหวนพื้นที่ให้กับมู่หลงเฟยจื่อฟังแต่หลังจากที่ได้ฟังเธอก็ถึงกับร้องถามออกมา“แล้วแหวนพื้นที่อะไรนั่น..มันเหมือนกับมิติอื่นหรือเปล่า”“มิติอื่นงั้นเหรอ!”นี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้ยินคำนี้ เขาจึงได้แต่ร้องถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ“มันก็คล้ายๆกับพื้นที่คู่ขนานในจักรวาลไงล่ะ!พูดง่ายๆก็คือว่านอกจากโลกเราแล้ว ในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้ยังมีมิติอื่นๆทับซ้อนกันอยู่ น่าจะคล้ายๆหลักเกณฑ์ของแหวนที่ที่เธออธิบายให้ฉันฟังเมื่อครู่นี้..”มู่หลงเฟยจื่อไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่ระดับมัทธยมปลายดังนั้นเมื่อหลิงหยุนเล่าเรื่องแหวนพื้นที่ของเขาให้ฟัง เธอจึงได้นำเสนอทฤษฎีเรื่องมิติคู่ขนานในจักรวาล..แน่นอว่าในโลกยุคปัจจุบันนั้นเป็นโลกที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเมื่อพูดถึงเรื่องทฤษฏีมิติคู่ขนานนั้น คนส่วนใหญ่จึงสามารถเข้าใจได้ไม่ยากนัก เพียงแต่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครนำขึ้นมาพูดกันเท่านั้นเอง