ตอนที่ 350
บทที่ 669 : คืนฝนตกเมื่อสิบแปดปีก่อน!
October 22, 2026
บทที่ 669 : คืนฝนตกเมื่อสิบแปดปีก่อน! หลังจากที่ได้รับการยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นคือหลิงหยุนหลวงจีนเฉวียนจื้อก็มีท่าทางตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด และไม่ลังเลที่จะเผยตัวตนที่แท้จริงต่อหน้าหลิงหยุน ลมปราณที่เก็บซ่อนไว้ได้พวยพุ่งออกมาจนจีวรของหลวงจีนชราปลิวไสว.. หลิงหยุนยังคงนั่งนิ่งจ้องมองหลวงจีนชราด้วยสีหน้าท่าทางที่สงบเป็นปกติถึงแม้ว่าดวงตาของหลิงหยุนจะสงบนิ่ง แต่ฝ่ามือของเขาก็เอื้อมไปตบบ่าของมู่หลงเฟยจื่ออย่างอ่อนโยนเพื่อเป็นการปลอบปะโลมว่าไม่มีอะไรน่ากังวล.. นั่นเพราะหลิงหยุนสัมผัสได้ว่าภายใต้ท่าทางตื่นเต้นของหลวงจีนเฉวียนจื้อนั้น ไม่มีร่องรอยหรือวี่แววของการจ้องโจมตี และไม่มีรังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างของหลวงจีนชรารูปนี้เลยแม้แต่น้อย “ประสกมู่หลง..อาตมามีเรื่องต้องคุยกับประสกหนุ่มท่านนี้เพียงลำพัง เจ้านั่งคอยอยู่ที่นี่ประเดี๋ยวจะได้หรือไม่” หลวงจีนเฉวียนจื้อมองมู่หลงเฟยจื่อพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเล็กน้อย มู่หลงเฟยจื่อตัดสินใจไม่ถูกจึงได้แต่หันไปมองหน้าหลิงหยุนหลิงหยุนลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดออกไปว่า “คุณรอผมอยู่ที่นี่เดี๋ยวนะ..” จากนั้นทั้งหลิงหยุนและหลวงจีนเฉวียนจื้อก็เดินออกจากกุฏิไปท่ามกลางสายตาที่งุนงงและตกตะลึงของมู่หลงเฟยจื่อ ทั้งคู่เดินตรงเข้าไปยังกุฏิที่เงียบสงบแห่งหนึ่งและเมื่อหลิงหยุนเดินเข้าไปด้านในแล้ว หลวงจีนเฉวียนจื้อก็ค่อยๆปิดประตูอย่างระมัดระวัง หลังจากที่เดินเข้าไปนั่งนิ่งอยู่กลางห้องแล้วหลิงหยุนก็ใช้กระแสจิตถามหลวงจีนชราว่า -ท่านเฉวียนจื้อ..ท่านคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์คืนพายุฝนเมื่อสิบแปดปีก่อนใช่หรือไม่– แต่หลวงจีนเฉวียนจื้อกลับส่ายหน้าไปมาช้าๆ“คืนนั้นข้าไม่ได้อยู่ที่วัดหลิงเจี๋วย..” “แล้วเหตุใดท่านจึงรู้เรื่องราวของข้าได้ละเอียดนัก” แววตาของหลวงจีนเฉวียนจื้อปรากฎร่องรอยของความทุกข์ระทมริมฝีปากเม้มแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพูดขึ้นว่า “ประสกหลิงหยุน..เรื่องของเจ้านั้น เป็นศิษย์พี่ของข้า – เฉวียนหมิงเล่าให้ข้าฟังด้วยตัวเอง” หลังจากพูดจบ..หลวงจีนเฉวียนจื้อก็ไม่ปกปิดกำลังภายในของตนเองอีก เพราะเขาเองก็เห็นกำลังภายในของหลิงหยุนเช่นกัน เพียงแค่พริบตาเดียวร่างของเขาก็เคลื่อนเข้าไปใกล้หลิงหยุน หลิงหยุนนั่งนิ่งอย่างไม่รู้สึกหวาดกลัวพร้อมกับถามขึ้นว่า“ขอท่านได้โปรดเล่าเหตุการณ์ในคืนวันนั้นให้ข้าฟังด้วยเถิด!” เพราะเหตุการณ์ในคืนนั้นไม่เพียงเกี่ยวข้องกับแม่ของหลิงหยุนแต่ยังเกี่ยวพันไปถึงตระกูลหลิงของเขาอีกด้วย เขาจึงต้องการรู้รายละเอียดและความจริงเป็นอย่างมาก เวลานี้..หลวงจีนเฉวียนจื้อไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก เขาพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“คิดไม่ถึงว่าสหายน้อยจะเติบโตมาเป็นผู้ที่มีกำลังภายในสูงส่งถึงเพียงนี้เรื่องใดที่หลวงจีนชราอย่างข้ารู้ ก็จะเล่าให้กับประสกฟังจนหมด!”จากนั้นหลวงจีนเฉวียนจื้อก็ใช้กระแสจิตเล่าเรื่องทั้งหมดที่เขารู้มาให้หลิงหยุนฟัง..ในคืนที่พายุฝนตกหนักเมื่อสิบแปดปีที่แล้ว..หลวงจีนเฉวียนหมิงได้นั่งสมาธิอยู่ในกุฏิของตนเองแต่แล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงต่อสู้กันอย่างดุเดือดดังขึ้นที่ด้านนอกวัดหลิงเจี๋วยตอนนั้น..หลวงจีนเฉวียนหมิงอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นเซียงเทียน-5 เขาจึงสัมผัสได้ว่ายอดฝีมือที่ต่อสู้กันอยู่ด้านนอกวัดนั้น ล้วนเป็นผู้ที่มีวรยุทธและกำลังภายในสูงส่งทั้งคู่ จึงได้แต่คิดในใจว่าจะต้องออกไปดูให้เห็นกับตาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงใช้วิชาตัวเบากระโจนออกนอกกุฏิไปทันที..และเมื่อไปถึง..เขาก็เห็นยอดฝีมือสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดอยู่ในหน้าผาสูงชันนอกวัดหลิงเจี๋วย ทั้งคู่ต่างก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่กันอย่างรุนแรงยอดฝีมือทั้งสองคนล้วนแต่งกายชุดดำและมีผ้าคลุมปิดบังใบหน้า จากรูปร่างของคนทั้งคู่ทำให้พอจะคาดเดาได้ว่าคนหนึ่งเป็นชายร่างสูงผอม และมีช่วงแขนที่ยาวอย่างน่าประหลาด ส่วนอีกคนเป็นหญิงรูปร่างบอบบบางอ้อนแอ้น แต่มีวิชาตัวเบาเป็นเลิศแต่ดูเหมือนวรยุทธของจอมยุทธหญิงจะไม่สามารถสู้จอมยุทธชายได้จึงถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และกำลังตกอยู่ในอันตรายหลวงจีนเฉวียนหมิงไม่เพียงมีกำลังภายในที่สูงส่งแต่ยังเคยพบเห็นจอมยุทธ และยอดฝีมือมามากมาย เพียงแค่ได้เห็นวรยุทธของคนทั้งคู่ ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาทั้งสองคนล้วนเป็นยอดฝีมือของพรรคมารแต่สิ่งหนึ่งที่หลวงจีนเฉวียนหมิงไม่รู้ก็คือว่า..เหตุใดในคืนที่มีพายุฝนกระหน่ำอย่างหนักนั้น จึงได้มียอดฝีมือของพรรคมารมาปรากฏตัวอยู่นอกวัดหลิงเจี๋วยได้ เพราะโดยปกติแล้ว.. การจะได้พบเห็นยอดฝีมือของพรรคมารนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากยิ่งนัก!แต่ระหว่างที่ซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ครู่ใหญ่และจากบทสนทนาของชายและหญิงชุดดำนั้น ทำให้หลวงจีนเฉวียนหมิงพอจะคาดเดาได้ว่า การต่อสู้อย่างดุเดือดในคืนพายุฝนกระหน่ำนั้นล้วนเกิดจากเด็กทารกคนหนึ่งชายชุดดำได้ติดตามหญิงชุดดำมาที่วัดหลิงเจี๋วยแห่งนี้แต่เมื่อรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอก และพยายามถามหาเด็กทารกผู้นั้น และเมื่อไม่ได้คำตอบจึงรู้สึกโกรธมาก และต้องการจัดการกับหญิงชุดดำให้ได้หลวงจีนเฉวียนหมิงได้ยินเสียงร้องตะโกนของหญิงชุดดำ..“ซือกงถู..ในเมื่อเจ้าได้แอบทำลายเส้นลมปราณหยางเจี๋วยของเด็กน้อยไปแล้ว และเขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินยี่สิบปีเท่านั้น เหตุใดเจ้ายังต้องการใจคอโหดเหี้ยมไม่ยอมปล่อยเขาไปอีก! เจ้าก็รู้นี่ว่าเขาคือบุตรชายแท้ๆของท่านเทพธิดา!”ซือกงถูตอบกลับด้วยเสียงที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน“ก็เพราะเด็กนั่นมีสายเลือดที่ชั่วร้ายอยู่ในตัวยังไงล่ะ! ต่อให้เป็นบุตรชายของท่านเทพธิดา ข้าก็ต้องสังหารมันด้วยมือข้าเอง!”“ธิดาพรรคมารแอบสั่งให้เจ้าพาเด็กนั่นออกมาเพื่อหวังให้มันได้มีชีวิตเติบโตอยู่ในโลกภายนอกอย่างเงียบๆ เจ้าอย่าได้ฝันไปเลย!”ร่างของหญิงชุดดำสั่นเทิ้มด้วยความโกรธนางร้องตะโกนสาปแช่งชายชุดดำเสียงดัง“เจ้ามันสารเลว!นี่เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะไปรายงานให้ท่านเทพธิดารู้หรือยังไง หากนางรู้เข้า นางต้องจัดการเผาจนเจ้ากลายเป็นเถ้าถ่านแน่!”