ตอนที่ 351
บทที่ 670 : สาบาน!
October 22, 2026
บทที่ 670 : สาบาน! “อามิตตาพุทธ..กุฏินี้ล่ะประสก!” ใบหน้าของหลวงจีนเฉวียนจื้อเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองระหว่างที่บอกกับหลิงหยุนว่ากุฏิที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังนั่งอยู่นี้ก็คือกุฏิที่หลวงจีนเฉวียนหมิงเคยพำนักอาศัยอยู่นั่นเอง หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจดูไปทั่วทั้งห้องภายในกุฏิมีเพียงความเงียบสงบ หลิงหยุนค่อยๆหันร่างของตนเองไปทางเตียงที่วางอยู่ จากนั้นจึงค่อยๆโน้มตัวลงโค้งคำนับไปทางเตียงที่ว่างเปล่าถึงสามครั้งเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ.. สีหน้าของหลิงหยุนเคร่งขรึมและดูจริงจังขึ้นอย่างมากราวกับว่าหลวงจีนเฉวียนหมิงกำลังนั่งอยู่บนเตียงที่ว่างเปล่านั่น ‘ข้าขอบคุณท่านอาจารย์สำหรับความช่วยเหลือของท่านในครั้งนั้น!’หลิงหยุนได้แต่นึกขอบคุณอยู่ในใจเงียบๆ แม้ว่าฉินจิวยื่อจะเป็นผู้ที่พบหลิงหยุนก่อนที่หลวงจีนเฉวียนหมิงจะไปถึงก็จริงแต่หากไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากหลวงจีนเฉวียนหมิง ซือกงถูที่มีทั้งวรยุทธและกำลังภายในที่สูงส่ง ก็อาจหาหลิงหยุนพบ และจัดการสังหารเขาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้ และในครั้งนั้นแม้แต่ฉินจิวยื่อเองก็อาจได้รับอันตรายไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นหลิงหยุนจึงรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของหลวงจีนเฉวียนหมิงจากใจ! “ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์ทั้งสองมาจากสำนักใด” หลังจากที่ทำความเคารพหลวงจีนเฉวียนหมิงเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนก็หันไปถามหลวงจีนเฉวียนจื้อ.. หลวงจีนเฉวียนจื้อตอบไปว่า“อามิตตาพุทธ.. ข้ากับศิษย์พี่เป็นศิษย์อารามเฉวียนกงที่อยู่บนเขาเหิงซันในไป่เยี่วย” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“บุญคุณที่ช่วยชีวิตข้าในครั้งนั้น หลิงหยุนจะตอบแทนพวกท่านในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน!” หลวงจีนเฉวียนจื้อส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า“ประสกหลิงหยุน.. พระพุทธองค์กล่าวไว้ว่าการช่วยชีวิตสรรพสัตว์นั้น ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นเสียอีก ศิษย์พี่ของข้าช่วยชีวิตเจ้า เป็นเรื่องที่สมควรยิ่งแล้ว ตอนนั้นเจ้ายังเป็นเพียงทารกน้อย การที่ข้านำเรื่องนี้มาบอกกล่าวกับเจ้านั้น จุดประสงค์ก็เพียงเพื่อต้องการทำความปรารถนาของศิษย์พี่ข้าให้เป็นจริงเท่านั้นเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบแทนอะไรเลย.. ไม่จำเป็น..” หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีก.. “ไม่ทราบว่าท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าหน้าผาที่ท่านป้าจินเหยียวของข้ากับซือกงถูต่อสู้กันนั้นอยู่ที่ใดข้าอยากจะไปดูด้วยตาตัวเอง..” “อ่อ..เจ้าตามข้ามา..” ทั้งสองคนต่างก็เดินออกจากกุฏิของหลวงจีนเฉวียนหมิงหลิงหยุนได้ส่งกระแสจิตบอกกับมู่หลงเฟยจื่อว่าให้เดินตามเขากับหลวงจีนเฉวียนจื้อไปที่ด้านนอกของวัดหลิงเจี๋วย หลวงจีนเฉวียนจื้อพาหลิงหยุนกับมู่หลงเฟยจื่อเดินออกนอกประตูวัดหลิงเจี๋วยไปและเดินไปตามถนนหนทางขึ้นเขาทางด้านตะวันออกที่ค่อนข้างขรุขระ จากนั้นหลวงจีนเฉวียนจื้อก็ปีนนำขึ้นไปบนหน้าผาที่ค่อนข้างสูงชันแห่งหนึ่ง ซึ่งแม้แต่ผู้ที่มาเยี่ยมชมวัดยังไม่กล้าขึ้นไป หลิงหยุนปีนตามขึ้นไปและไปยืนสำรวจหน้าผาที่จินเหยี่ยวและซือกงถูต่อสู้กันด้วยตาตัวเอง..หน้าผาแห่งนี้ยื่นออกไปนอกเขาและมีพื้นที่เพียงแค่เก้าเมตร จากภาพที่เห็นนั้นทำให้หลิงหยุนคาดเดาเอาเองว่า ในคืนนั้นจินเหยี่ยวน่าจะถูกบีบให้จนมุมจนไม่มีหนทางหนี จึงต้องต่อสู้กับซือกงถูจนตัวตาย‘ท่านป้าจินเหยี่ยว..ข้า-หลิงหยุนขอสาบานว่าหากพบว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ ข้าจะต้องตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างแน่นอน แต่หากท่านโชคร้ายถูกคนโฉดสังหารตาย ข้า-หลิงหยุนขอสาบานว่าจะสังหารคนของพรรคมารทุกคนที่เกี่ยวข้องกับซือกงถู เพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับท่านอย่างแน่นอน!’หลิงหยุนสาบานกับตัวเองอยู่ในใจเงียบๆจากนั้นจึงหันไปมองมู่หลงเฟยจื่อ และพูดกับหลวงจีนเฉวียนจื้อว่า“ท่านอาจารย์เฉวียนจื้อ..ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปอารามเฉวียนกงจะอยู่ในการดูแลของข้า – หลิงหยุน! ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง หรือสิ่งของเครื่องใช้ ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ขอท่านอย่าได้ปฏิเสธ..!”หลวงจีนเฉวียนจื้อตอบกลับมายิ้มๆ“ในเมื่อประสกมีเมตตา อาตมาก็ไม่ขัดศรัทธา..”มู่หลงเฟยจื่อเอ่ยขอบคุณหลวงจีนเฉวียนจื้อเช่นกันแล้วจึงเดินตามหลิงหยุนออกจากวัดหลิงเจี๋วย และเดินลงเขาไประหว่างทางที่กลับนั้นมู่หลงเฟยจื่อเห็นว่าหลิงหยุนอารมณ์ไม่สู้ดี จึงไม่ยอมให้เขาขับรถกลับ เธอจึงให้หลิงหยุนไปนั่งข้างคนขับ ส่วนเธอเป็นคนขับรถกลับเอง“หลิงหยุน..ฉันไม่คิดว่าเธอจะ..” มู่หลงเฟยจื่อพูดได้เพียงแค่ครึ่งเดียวก็ต้องกล้ำกลืนประโยคสุดท้ายไว้ในลำคอ“ถูกเก็บมาเลี้ยง..”หลิงหยุนตอบยิ้มๆอย่างไม่ใส่ใจ“พี่มู่หลง..ผมมีบางเรื่องอยากจะบอกกับคุณ แต่คุณต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ..” หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหันไปพูดกับมู่หลงเฟยจื่อเมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนต้องการจะบอกเล่าความลับของตนเองให้เธอได้ล่วงรู้ในใจก็ถึงกับอึ้งไป เธอจ้องมองหลิงหยุนตาโตก่อนจะร้องถามออกไปทันที“ความลับอะไร”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“คุณเคยได้ยินชื่อตระกูลหลิงแห่งปักกิ่งบ้างมั๊ย”“ฉันได้ยินตอนที่จูหย่งหวังพูดถึง!”มู่หลงเฟยจื่อรำพึงรำพันออกมาในขณะที่สมองของเธอดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่หลิงหยุนหัวเราะหึหึพร้อมกับตอบไปว่า“นั่นล่ะ.. ผมเป็นทายาทของตระกูลหลิง! พ่อแท้ๆของผมก็คือคุณชายสามแห่งตระกูลหลิง – ชื่อว่าหลิงเสี่ยว!”มู่หลงเฟยจื่อถึงกับกระทืบเบรกหยุดรถอย่างแรงจากนั้นใบหน้าสวยงามก็หันไปมองหลิงหยุนด้วยความตกใจพร้อมกับถามเสียงดัง“อะไรนะ!”ถึงแม้ว่ามู่หลงเฟยจื่อจะไม่ใช่ผู้ที่ฝึกวรยุทธและกำลังภายในแต่ด้วยฐานะของตระกูลมู่หลง แน่นอนว่าเธอต้องเคยได้ยินเรื่องราวของเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่งอย่างแน่นอน!“นี่เธอ..เธอเป็นทายาทตระกูลหลิงจริงๆเหรอ!” มู่หลงเฟยจื่อถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ น้ำเสียงของเธอบ่งบอกว่ากำลังตกใจสุดขีด