ตอนที่ 354
บทที่ 673 : เกาเทียนหลงหนีตาย!
October 22, 2026
บทที่ 673 : เกาเทียนหลงหนีตาย! หลิงหยุนนั้นได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ด้านการหลอมโอสถสมุนไพรและโอสถใดก็ตามที่อยู่ในมือของหลิงหยุนนั้น ล้วนแล้วแต่ต้องมีสรรพคุณที่เหนือกว่าโอสถที่ปรุงโดยนักหลอมโอสถคนอื่นๆอย่างแน่นอน จากนั้น..หลิงหยุนก็เริ่มทำการปลุกเสกยันต์ต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยันต์อัคนี ยันต์บำบัด ยันต์เกราะเพชร และอีกมากมาย ยันต์แต่ละชนิดที่หลิงหยุนปลุกเสกได้ในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นยันต์ระดับห้าทั้งสิ้น อีกทั้งครั้งนี้หลิงหยุนยังสามารถปลุกเสกยันต์ชำระใจได้สำเร็จอีกด้วย หลิงหยุนได้แบ่งยันต์จำนวนหนึ่งให้ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋และคนอื่นๆ เขาสั่งให้ทั้งคู่นำยันต์เหล่านี้ไปให้ และกำชับไว้ว่าให้ใช้สำหรับป้องกันตนเอง “เสี่ยวอู๋..ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ที่นี่ นายมาฝึกวิชาที่บ้านหลังนี้ และต้องตั้งใจฝึกฝนให้เข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7 ให้ได้โดยเร็วที่สุด และนายมีหน้าที่ดูแลปกป้องหญ้าที่ปลูกอยู่สวนด้านหลังทั้งสามต้นไว้ให้ดีด้วย นายเข้าใจมั๊ย” สมบัติล้ำค่าอย่างหญ้าหยินหญ้าหยาง และหญ้าน้ำลายมังกรนั้น หลิงหยุนไว้ใจให้ตี้เสี่ยวอู๋เป็นผู้ดูแลเท่านั้น! ตี้เสี่ยวอู๋มองตามมือของหลิงหยุนไปพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ! หลังจากที่จัดการสั่งงานทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนก็สั่งให้ถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋ออกไปจัดการธุระตามคำสั่งของเขา ส่วนตัวเขาก็เข้าไปนั่งในห้องรับแขกอย่างสบายใจ ผ่านไปครู่ใหญ่หลิงหยุนจึงโทรหากงเสี่ยวลู่ ซูปิงหยาน และคนอื่นๆ เขาบอกกับทุกคนว่าเขามีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกจิงฉูชั่วระยะเวลาหนึ่ง และบอกให้ทุกคนไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด คืนนั้น..หลิงหยุนขับรถอออกไปกินข้าวกับเหล่ากุ่ยเพียงแค่สองคนเท่านั้น เพื่อที่จะได้พูดคุยปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆ ………… ห่างจากตัวเมืองจิงฉูไปราวยี่สิบกิโลเมตรท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิด รถหรูสีดำคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูง และกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองจิงฉู! หากใครพบเห็นเข้าก็คงพอจะเดาได้ว่ารถหรูสีดำคันนั้นต้องขับมาด้วยความเร็วอย่างต่ำสองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างแน่นอน และด้วยความเร็วขนาดนี้..เพียงแค่เจ็ดหรือแปดนาทีก็จะเข้าสู่ตัวเมืองจิงฉูแล้ว แต่เพียงแค่สามนาทีต่อมา รถคันนั้นก็ค่อยๆชะลอและหยุดนิ่งในที่สุด.. ร่างที่อยู่ในเครื่องแบบทหารวิ่งลงมาจากรถทันทีและรีบหันไปมองถนนไฮเวย์ที่อยู่ด้านหลังของตนเองก่อนอย่างอื่น จากนั้นจึงหันไปมองไปที่ป่าข้างถนนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะวิ่งเข้าไปในป่าลึกนั้นทันที! ชายผู้นี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-8!ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดสลัวนี้แต่ก็สามารถมองออกว่าชายหนุ่มผู้นี้อายุราวยีสิบเอ็ดปี ร่างของเขาสูงราวหนึ่งเมตรแปดสิบเซนติเมตร ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วทั้งสองข้างดกดำ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับแข่งกับแสงดาว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบาง นอกเหนือจากใบหน้าแล้ว ตามร่างกายต่างก็มีคราบเลือดอยู่เต็มไปหมด ชุดเครื่องแบบทหารก็ฉีกขาดจนเผยให้เห็นแผลสดตามร่างกาย และกล้ามเนื้อที่งดงาม!หลังจากที่ชายหนุ่มวิ่งหนีเข้าไปในป่าลึกข้างทางแล้วเขาก็ยังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และไม่สนใจกิ่งไม้และหนามตามต้นไม้ที่เกี่ยวหน้าเกี่ยวตาเลยแม้แต่น้อย ในใจของเขาท่องอยู่เพียงคำเดียวเท่านั้นคือ ‘หนี!’หนึ่งนาทีต่อมา..ก็มีรถหรูสีเงินที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเช่นกัน และเมื่อคนที่อยู่ในรถเห็นรถหรูสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนไฮเวย์ หนึ่งในนั้นก็ร้องออกมาอย่างเหยียดหยัน“นี่พอล!เป็นไง.. ผิดจากที่ฉันพูดมั๊ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าน้ำมันในรถของมันไม่พอที่จะขับไปถึงตัวเมืองจิงฉูหรอก!” น้ำเสียงนั่นทั้งเย็นชาและดุดันชาวต่างชาติ!“แล้วแกยังจะคอยอะไรอยู่ล่ะยังไม่รีบลงไปหามันอีก! เดี๋ยวเหยื่อก็หนีไปได้หรอก! ไม่อยากดื่มเลือดสดๆกันหรือยังไง?!”น้ำเสียงที่พูดนั้นทั้งเย็นชาและดุดันหากใครได้ยินเข้าคงต้องถึงกับขนหัวลุกอย่างแน่นอน!“แกจะกังวลอะไรมากมายลืมไปแล้วหรือไงว่าพวกเราเป็นแวมไพร์ที่สามารถได้กลิ่นเลือดของเหยื่อในระยะสองกิโลเมตรน่ะ..”ส่วนคนที่สามที่อยู่ในรถนั้นไม่พูดอะไรมาก..ทันทีที่รถสีเงินของพวกมันจอดใกล้ๆกับรถหรูสีดำนั่น มันก็กระโจนออกมาจากรถทันทีพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิด แล้วจึงแลบลิ้นยาวเลียริมฝีปากของตนเอง..และนี่ก็คือชาวต่างชาติอีกหนึ่งคนรูปร่างของมันสูงใหญ่ ดวงตาสีฟ้า จมูกโด่งเป็นสัน หน้าตาหล่อเหลา แต่แววตากลับไม่ต่างจากปีศาจ ใบหน้าของมันซีดขาวอย่างน่าประหลาด อีกทั้งในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ มันยังแต่งกายด้วยชุดทักซิโด้สีดำ..“จิม..นี่แกพบร่องรอยของเหยื่อหรือยัง”พอลที่สวมชุดทักซิโด้สีดำเดินตามออกมาจากรถด้วยใบหน้าที่ซีดขาวเช่นกันลักษณะท่าทางและการแต่งกายของมันนั้นดูราวกับสุภาพบุรุษ พอลเคลื่อนที่ได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแค่การกระโดดครั้งเดียว มันก็มายืนอยู่ข้างจิมแล้ว“พบสิ!มันวิ่งหนีเข้าไปในป่านี้..” จิมพูดพร้อมกับเลียริมฝีปากอีกครั้ง“เจสเตอร์..แกขับรถตามมา พวกเราจะเข้าไปตามเหยื่อในป่า มันวิ่งได้เร็วมากเลยทีเดียว! แต่ถึงยังไงก็หนีพวกเราไม่พ้นอยู่ดีนั่นล่ะ”พอลร้องบอกเจสเตอร์ที่ทำหน้าที่คนขับรถแล้วก็วิ่งไปตามชายหนุ่มไปทันที และความเร็วของมันนั้นก็นับว่าเร็วกว่าชายหนุ่มที่วิ่งหนีไปก่อนหน้าเสียอีก!จิมเองก็รีบวิ่งตามไปเช่นกันและเพียงไม่นานก็ไล่ตามพอลทัน ทั้งคู่ไม่สนใจกิ่งไม้และขวากหนามที่อยู่ตรงหน้า พวกมันวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่าเจสเตอร์ซึ่งขับรถตามมาเสียอีก!