ตอนที่ 355
บทที่ 674 : น้ำตาลูกผู้ชาย!
October 22, 2026
บทที่ 674 : น้ำตาลูกผู้ชาย! “โธ่เว้ย!เจ้างั่งสองคนนั่นปล่อยให้เหยื่อหนีไปจนได้ ถ้าเป็นฉันไล่ตาม มันไม่มีทางรอดแน่!” เจสเตอร์ที่ขับรถตามมานั้นได้แต่บ่นพึมพำด้วยความโมโหเขาขับตรงไปรอจิมกับพอลอยู่ที่สามแยกด้านหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆ และทันทีที่จิมกับพอลขึ้นรถมา เขาก็ตะโกนด่าอย่างไม่พอใจ “เจ้างั่งเอ๊ย!ตอนนี้พวกแกสองคนจะทำยังไง” “ที่ปั๊มนั่นมีกล้องวงจรปิดอยู่แกจะให้ฉันตามมันเข้าไปได้ยังไง แต่มันคงยังหนีไปได้ไม่ไกลนักหรอกน่า และต่อให้มันหนีเข้าไปในตัวเมืองจิงฉูได้ พวกเราก็มีวิธีที่จะตามหามันเจออยู่ดี ถึงตอนนั้นค่อยไล่ล่ามันใหม่ได้!” จิมพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก ทางด้านเกาเทียนหลงนั้นเขาได้วิ่งหนีการไล่ล่าของแวมไพร์ทั้งสองตัวมาอย่างกระหืดกระหอบ และเวลานี้แทบไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่อีกเลย แม้แต่แรงที่จะเหยียบคันเร่งยังแทบไม่มีด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความมุ่งมั่นและเชื่อว่าตนเองจะต้องมีชีวิตรอดไปถึงตัวเมืองจิงฉูให้ได้ จึงได้รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย! ในเมื่อยังคงเป็นเวลาค่ำคื่น..เกาเทียนหลงจึงต้องอาศัยกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ เป็นเครื่องป้องกันและเฝ้าระวังแวมไพร์ทั้งสามตัว เพียงแค่สองสามนาทีต่อมาเกาเทียนหลงก็ขับรถมาถึงแยกถนนกู่เฟิง และตามท้องถนนก็มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดอยู่แทบทุกหนทุกแห่ง และนั่นทำให้เกาเทียนหลงค่อยรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้อย่างมาก “บ้านของหลิงหยุนอยู่โครงการสี่..คงจะอยู่ไม่ห่างจากบ้านของน้องเฉินเฉินมากนัก..” เกาเทียนหลงครุ่นคิดอยู่เงียบๆคนเดียวและแน่นอนว่าเขาต้องรู้ว่าน้องสาวของตนเองนั้นอยู่ที่ใหน ไม่ช้า..เกาเทียนหลงก็ขับรถมาถึงสี่แยกถนนกู่เฟิงที่ตัดกับถนนจิงฉี เขาเหลือบมองป้ายบอกทางก่อนจะขับตรงไปด้านหน้า อีกเพียงสามหรือสี่กิโลเมตรก็จะถึงหมู่บ้านที่หลิงหยุนอยู่แล้ว.. เมื่อเกาเทียนหลงขับรถมาถึงหน้าหมู่บ้านเขาก็ขับเข้าไปหาพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่หน้าหมู่บ้าน และเลือกที่จะไม่ลงจากรถ “สวัสดีครับ..ไม่ทราบว่าบ้านเลขที่-1 ในโครงการสี่ของหมู่บ้านไปทางใหนเหรอครับ” ที่เกาเทียนหลงไม่กล้าลงจากรถนั้นก็เพราะชุดเครื่องแบบทหารของเขาเปื้อนไปด้วยเลือดและขาดรุ่งริ่ง หากพนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นเข้า เขาอาจะถูกต้องสงสัยว่าเป็นขโมย และความจริงแล้วเขาเองก็เพิ่งจะเป็นขโมยที่ฉกชิงรถคันนี้มาหมาดๆ “ทำไมใบหน้าของคุณถึงได้มีรอยขีดข่วนเต็มไปหมดไม่ทราบว่าคุณจะเข้าไปทำอะไรที่บ้านเลขที่-1 เหรอครับ? ที่นั่นเป็นบ้านของคุณหลิงหยุน ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไป..” ทุกๆวันจะมีคนมาถามหาบ้านเลขที่-1ของหลิงหยุนไม่เว้นแต่ละวัน ตอนนี้บ้านเลขที่-1 จึงเป็นที่โด่งดัง และแน่นอนว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยต่างก็รู้กฎของบ้านเลขที่-1 ดี.. เกาเทียนหลงรีบตอบกลับไปทันที“หลิงหยุนเป็นน้องเขยของผมเอง!”เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนที่อยู่บ้านเลขที่-1เป็นผู้ที่โด่งดังถึงเพียงนี้! แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยยังรู้จัก ในใจของเกาเทียนหลงก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น และคิดว่าตนเองคงตัดสินใจถูกต้องแล้วที่รีบมาพบหลิงหยุนเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ฟังก็ได้แต่คิดในใจว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นพี่ชายของหญิงสาวคนใหนกันแน่ เพราะรอบตัวหลิงหยุนมีผู้หญิงอยู่มากมาย แต่เมื่อเห็นหน้าตาหล่อเหลาของชายหนุ่ม ก็คิดว่าเขาคงจะไม่พูดโกหก..เมื่อคิดได้เช่นนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยจึงเปิดเครื่องกั้นพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ขับตรงไปทางทะเลสาบนะครับ แล้วบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดนั่นล่ะเป็นบ้านของคุณหลิงหยุน..”เกาเทียนหลงเอ่ยขอบคุณแล้วรีบเหยีบคันเร่งขับตรงเข้าไปยังบ้านเลขที่-1 ทันที!เสียงดังของเครื่องยนต์ทำให้ตี้เสี่ยวอู๋นึกประหลาดใจเขากำลังฝึกวิชาดาราคุ้มกายอยู่ที่สวนในบ้าน จึงรีบลุกขึ้นมาดูทันทีว่าใครกันที่มาที่นี่..“นั่นใคร!”ตี้เสี่ยวอู่ร้องถาม“ผม..ผมมาหาหลิงหยุน ช่วยผมด้วย! ผมเป็นพี่ชายของเกาเฉินเฉิน! ผม…”ในที่สุดเกาเทียนหลงก็มาถึงบ้านของหลิงหยุนแต่หลังจากที่อ้าปากพูดกับตี้เสี่ยวอู๋ได้เพียงแค่สองสามประโยค เขาก็เป็นลมหมดสติ และล้มฟุบลงกับพื้นต่อหน้าตี้เสี่ยวอู๋!ภายใต้แรงกดดันระหว่างความเป็นความตายและภายใต้วิกฤติของตระกูลเกา เกาเทียนหลงต้องหนีตายออกมา และสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากแล้ว และตอนนี้ด้วยความดีใจสุดขีด เขาถึงกับเป็นลมล้มฟุบไปในทันที!“อะไรกัน!พี่ชายของเกาเฉินเฉินงั้นเหรอ?!”ตี้เสี่ยวอู๋ได้ฟังก็ถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเขารู้ว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะดีอย่างแน่นอน และแทนที่จะรีบพาเกาเทียนหลงที่ล้มฟุบอยู่กับพื้นเข้าไปด้านในก่อน แต่กลับรีบกดโทรศัพท์หาหลิงหยุนแทนพรุ่งนี้หลิงหยุนต้องออกเดินทางจากจิงฉูแล้วเขาจึงมีเรื่องต้องปรึกษาหารือกับเหล่ากุ่ยมากมาย ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น หลิงหยุนจึงหยิบออกมาดู ในใจได้แต่คิดว่าเป็นภรรยาคนใหนของเขาโทรมากันแน่ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นตี้เสี่ยวอู๋ เขาก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้‘อะไรกันข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าข้าออกมาหารือธุระกับเหล่ากุ่ย เจ้าจะโทรมารบกวนข้าทำไมกัน?!’หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับกดรับสายแล้วตอบกลับไปเสียงดัง“เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว.. นี่นายมีอะไรนักหนา”ทันทีที่หลิงหยุนรับสายตี้เสี่ยวอู๋ก็ไม่รออะไรทั้งนั้น และรีบร้องตะโกนใส่โทรศัพท์ “พี่หยุน.. มีผู้ชายคนหนึ่งขับรถมาหาที่พี่บ้าน เขาบอกว่าเขาเป็นพี่ชายของเกาเฉินเฉินชื่อว่าเกาเทียนหลง! เขาบอกให้พี่ช่วยเขาด้วย!”“อะไรนะ!”หลิงหยุนได้ยินถึงกับใจหล่นไปที่ตาตุ่มและรีบตอบกลับไปว่า “ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!”เกิดเรื่องไม่ดีกับตระกูลเกาอย่างที่เขาจริงๆด้วย!