ตอนที่ 370
บทที่ 689 : ค่ายกลเขาวงกต!
October 22, 2026
บทที่ 689 : ค่ายกลเขาวงกต! พอลกับเจสเตอร์ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ถึงกับตกใจสุดขีด! การที่เฉินเจี้ยนกุ่ยสามารถใช้เนตรปีศาจได้นั้นย่อมหมายความว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นอยู่ในระดับไวส์เคานต์แล้ว แม้ว่าไวส์เคานต์จะสูงกว่าบารอนเพียงแค่หนึ่งระดับ แต่พลังอำนาจนั้นกลับเพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสิบเท่าเลยทีเดียว.. แต่ถึงกระนั้น..เนตรปีศาจของเฉินเจี้ยนกุ่ยกลับถูกหลิงหยุนทำลายลงจนได้! แม้ว่าทักษะทางการแพทย์ที่ล้ำเลิศของหลิงหยุนจะยังไม่สามารถกำจัดเลือดแวมไพร์ในตัวของคนตระกูลเกาออกไปได้แต่เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้พอลกับเจสเตอร์ตกตะลึงและทึ่งในความสามารถของหลิงหยุนได้อย่างมากแล้ว! “ซาตาน..นี่พวกเรามีเจ้านายเป็นอะไรกันแน่! เจ้านายที่เคารพของพวกเราช่างเกิดมาเพื่อจองล้างจองผลาญแวมไพร์อย่างพวกเราจริงๆ” “แต่ตอนนี้ในสายตาของฉัน..เจ้านายที่เคารพของพวกเราคือซาตาน..” พอลกับเจสเตอร์ต่างก็กระซิบกระซาบกัน.. หลิงหยุนเดินมาหยุดอยู่ข้างแวมไพร์ทั้งสองตนพร้อมกับถามขึ้นว่า“นี่พวกเจ้า.. ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้.. เจ้าคนชั่วเฉินเจี้ยนกุ่ยมันจะสามารถใช้เลือดแวมไพร์ที่อยู่ในร่างของทุกคนตามมาถึงที่นี่ได้หรือไม่!” เจสเตอร์ส่ายหัวและรีบตอบกลับไปทันที“เจ้านายที่เคารพ..ท่านสบายใจได้ ไม่ว่าจะเลือดแวมไพร์ในตัว หรือแม้แต่เนตรปีศาจก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้..” พอลรีบเสริมต่อว่า“เจ้านายที่เคาพ.. ไม่ต้องกังวลใจไป ในขั้นไวส์เคานต์ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แวมไพร์ที่จะสามารถทำแบบนั้นได้อย่างน้อยก็ต้องเป็นแวมไพร์สายเลือดแท้ และอยู่ในขั้นแกรนด์ดุ๊คขึ้นไปเท่านั้น..” หลิงหยุนค่อยรู้สึกโล่งใจเพราะอย่างน้อยก็สบายใจได้ว่าอีกสิบชีวิตภายในบ้านหลังนี้จะยังคงปลอดภัย จู่ๆจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็สำรวจพบว่าเกาจิ้นสงกับเกาซิงฉางดูเหมือนจะกำลังปรึกษาหารืออะไรกันบางอย่าง จากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องใต้ดินมาหาหลิงหยุน.. “หลิงหยุน..เจ้าช่วยจี้จุดพวกเราไว้ และช่วยมัดพวกเราไว้เช่นเดิมด้วยเถิด..” หลิงหยุนเข้าใจดีว่าทั้งคู่เกรงว่าตนเองจะสูญเสียการควบคุมจิตใจไปอีกครั้งและเกรงว่าเมื่อถึงตอนนั้นอาจจะเผลอทำร้ายเกาเทียนหลงเข้า หลิงหยุนเองก็เห็นด้วย จึงพาทั้งคู่กลับไปที่ห้องใต้ดิน และจัดการควบคุมคนทั้งคู่ไว้เช่นเดิม หลิงหยุนจัดการมัดทุกคนไว้ด้วยผ้าแพรไหมดำเพื่อความปลอดภัย! “เทียนหลง..เจ้าก็อยู่คุยกับคนในครอบครัวของเจ้าไปก่อน ข้าจะให้ยันต์ชำระจิตกับเจ้าไว้ เจ้าก็พิจารณาใช้ตามแต่สถานการณ์ก็แล้วกัน..” “ถ้าพวกเขาต้องการดื่มเลือดเจ้าก็ให้เลือดพวกเขาดื่ม เพราะหากพวกเขาได้ดื่มเลือดจนพอใจ ก็จะไม่สร้างปัญหาอะไร..” “ส่วนศิลาก้อนนี้..เจ้าก็ใช้มันเพื่อรักษาท่านปู่เกากับท่านลุงเกาไปก่อน”หลิงหยุนได้มอบศิลาเกลาใจให้เกาเทียนหลงไว้สำหรับใช้ในการรักษาเพราะเขารู้ดีว่าศิลาเกลาใจนี้คือกุญแจสำคัญในการสะกดเลือดแวมไพร์ในตัวของทุกคนส่วนยันต์ชำระใจที่หลิงหยุนปลุกเสกขึ้นมานั้นเป็นเพียงตัวช่วยเร่งให้จิตใจของพวกเขาเข้าสู่ความสงบมีสติเร็วขึ้นเท่านั้นหลิงหยุนส่งศิลาเกลาใจใส่มือของเกาเทียนหลงพร้อมกับย้ำว่า“จำไว้ว่า.. มีเพียงศิลาก้อนนี้เท่านั้นที่จะช่วยรักษาคนตระกูลเกาทั้งสิบคนนี้ได้ จงอย่าได้ทำมันสูญหาย!”ไม่บ่อยครั้งนักที่หลิงหยุนจะยอมปล่อยให้สิ่งของสำคัญหรือสมบัติล้ำค่าของตนเองตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น แต่ครั้งนี้ตระกูลเกานับว่าต้องเผชิญทุกข์อย่างหนักหนาสาหัส และเพราะความรักของเกาเฉินเฉินที่มีต่อเขา ทำให้เขาไม่รู้สึกกังวลใจมากนัก“หลิงหยุน..ขอบคุณเจ้ามาก ข้าเข้าใจและจะรักษามันอย่างดี!” เกาเทียนหลงอุ้มศิลาเกาใจไว้ด้วยสองมือพร้อมกับพยักหน้าอย่างเข้าใจหลิงหยุนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาพร้อมกับสั่งเกาเทียนหลงว่า“เจ้าอยู่ที่นี่ดูแลทุกคนไปก่อน ข้าจะออกไปสำรวจและหาข่าวคราวของเฉินเฉิน หากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นให้รีบโทรหาข้า และข้าจะกลับมาทันที!”หลิงหยุนหันไปสั่งพอลกับเจสเตอร์“พวกเจ้าทั้งสองคนไปที่สวนนอกบ้าน ไปหาหินก้อนใหญ่มา.. เอาก้อนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้มาทั้งหมดสามสิบหกก้อน..”พอลกับเจสเตอร์ไม่รู้ว่าหลิงหยุนจะต้องการหินมากมายไปทำอะไรแต่ทั้งคู่ก็ไปหาหินสีดำก้อนขนาดเท่าชามข้าวมาให้จนได้ท่ามกลางความงุนงงของทุกคนหลิงหยุนใช้หินทั้งสามสิบหกก้อนนี้สร้างค่ายกลเขาวงกตขึ้นมา!พอลกับเจสเตอร์กำลังยืนอยู่ตรงบันไดของห้องใต้ดินแต่จู่ๆก็ห้องใต้ดินก็หายวับไปกับตารวมทั้งตัวหลิงหยุนเองด้วย“โอ้..นี่เจ้านายที่เคารพกำลังทำอะไรกันแน่ ทุกคนหายไปใหนหมด?!” เจสเตอร์ร้องอุทานออกมาและตกตะลึงกับสิ่งที่ได้พบเห็น..“เหลือเชื่อ!”พอลเองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน และได้แต่พึมพำกับตัวเองหลิงหยุนยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าห้องใต้ดินเขาบอกกับเกาเทียนหลงที่กำลังยืนตกตะลึงอยู่ข้างๆว่า“นี่เรียกว่าค่ายกลเขาวงกตข้าจะสอนวิธีเข้าและออกให้กับเจ้า..”จากนั้นหลิงหยุนก็บอกวิธีเข้าออกค่ายกลเขาวงกตนี้ให้กับเกาเทียนหลงรู้พร้อมกับกำชับอีกว่า“เจ้าต้องจำไว้ให้ดี..หากเดินพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ค่ายกลเขาวงกตจะเปลี่ยนเป็นค่ายกลสังหารทันที และถึงเวลานั้นเจ้าจะถูกค่ายกลโจมตี เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังอย่าให้ก้าวพลาดได้..”เกาเทียนหลงได้แต่อึ้งไปในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าน้องเขยของเขานั้นช่างเก่งกาจอย่างน่าเหลือเชื่อ จึงได้แต่ร้องถามหลิงหยุนไปว่า“หลิงหยุน..มีอะไรที่เจ้าทำไม่ได้บ้างหรือไม่!”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมตอบกลับไปว่า“ก็แค่ค่ายกลง่ายๆ.. ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้าเองก็ทำไม่ได้ อย่างเช่นบินได้..”