ตอนที่ 374
บทที่ 693 : ชัยชนะในสนามต่อสู้
October 22, 2026
บทที่ 693 : ชัยชนะในสนามต่อสู้ หลิงหยุนร่ายรำเพลงกระบี่นวสังหารพร้อมกับเดินพลังหยินบริสุทธิ์ไปทั่วร่างกายหลิงหยุนถ่ายเทพลังหยินบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวกระบี่ และเปลี่ยนกระบี่ในมือของตนเองให้มีอุณหภูมิที่ติดลบซึ่งจะเป็นฝันร้ายของเหล่าแวมไพร์เลยทีเดียว ครั้งนี้เขาไม่เปิดโอกาสให้เฉินเจี้ยนกุ่ยได้มีโอกาสหนีรอดแน่..! ไม่น่าเชื่อว่าเหล่าแวมไพร์ที่อาศัยอยู่แต่ในที่มืดนั้นจะไม่ชอบและถึงขั้นเกลียดกลัวความหนาวเย็นเช่นนี้ ซึ่งไม่ต่างจากวิสัยของค้างคาว.. ในฤดูหนาวนั้นมีใครเคยพบเห็นค้างคาวออกมาบินเพ่นพ่านอยู่นอกถ้ำบ้าง กระบี่ในมือของหลิงหยุนนั้นทั้งดุดันและยากที่จะต้านทานแม้ว่าเฉินเจี้ยนกุ่ยจะใช้พลังขั้นสุดของตนเองแล้ว ก็ยังยากที่จะต้านทานความรุนแรงของหลิงหยุนได้ และด้วยความเย็นที่ติดลบ ทำให้ความสามารถในการหลบหลีกของเฉินเจี้ยนกุ่ยใช้การได้ไม่ดีนัก อีกทั้งแต่ละดาบที่ฟาดฟันลงมานั้นก็มุ่งหมายเพื่อเอาชีวิต! หลิงหยุนต้องการจบเกมนี้ด้วยชัยชนะเท่านั้น! แต่ถึงกระนั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ไม่ใช่หมูในอวยเช่นกันแม้ว่าเลือดในตัวของมันจะเริ่มแข็งตัว แต่เฉินเจี้ยนกุ่ยก็ได้ใช้วิชาโลหิตมารทำให้เลือดภายในตัวมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ในขณะที่สองมือก็ต้องยกดาบขึ้นรับกระบี่ที่หมายเอาชีวิตของหลิงหยุน! “รับมือได้ไม่เลวนี่..แต่แกพลาดแล้วเจ้าโง่!” หลิงหยุนเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและจู่ๆมือข้างซ้ายของเขาก็ปรากฏกระบี่อ่อนขึ้นมาเล่มหนึ่ง มันกวัดแกว่งไปมาราวกับมังกรเต้นรำ! -สะบั้นนิมิต- -พิชิตไร้เงา- -เผาลนจิตใจ- -ขับไสวิญญาณ- -ห้ำหั่นสวรรค์- -สังหารชีวิต- -จิตนิ่งดั่งหินผา- -นภาสังหาร- -ผลาญเทวะ- -นวสังหาร- และนี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนใช้เพลงกระบี่นวสังหารครบทั้งสิบกระบวนท่านับตั้งแต่กลับออกมาจากเกาะเตียวหยูในครั้งนั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยถึงกับต้องพ่นลมออกจากปากด้วยความโมโหถึงแม้ว่าในมือของเขาจะถือดาบพายุอยู่ก็ตาม แต่เพลงกระบี่นวสังหารของหลิงหยุนนั้นทั้งรวดเร็วและล้ำลึกจนยากที่จะต้านทานได้ง่ายๆระหว่างที่เป็นฝ่ายตั้งรับการจู่โจมของหลิงหยุนนั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ไม่ลืมที่จะหลบหลีกปีกของเขาจากการโจมตีของหลิงหยุนเช่นกัน มันรู้ดีว่าเป้าหมายของหลิงหยุนนั้นคือปีกที่ใหญ่โตของตัวเอง!แคว๊ก..เสียงคล้ายกับเสื้อผ้าฉีกขาดดังขึ้นและเฉินเจี้ยนกุ่ยก็กรีดร้องออกมา หลังจากที่เฉินเจี้ยนกุ่ยรับมือหลิงหยุนได้เพียงเจ็ดกระบวนท่า ในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับสามกระบวนท่าสุดท้ายกระบี่มังกรขาวในมือของหลิงหยุนนั้นๆไม่ต่างจากมังกรสีขาวที่มีชีวิต และกำลังบินวนอยู่รอบๆกายของเฉินเจี้ยนกุ่ย และในสามกระบวนท่าสุดท้าย ปีกใหญ่โตของเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ถูกหลิงหยุนฟันขาด ไม่เพียงเท่านั้น.. มือทั้งสองข้างของมันยังถูกกระบี่ของหลิงหยุนตัดขาดเช่นกัน!เฉินเจี้ยนกุ่ยสูญเสียปีกได้สูญเสียมือทั้งสองข้างได้.. แต่มันต้องต่อสู้ปกป้องจุดสำคัญของตนเองอย่างสุดชีวิต จุดแรกคือที่ลำคอ และจุดที่สองคือหัวใจ! จุดสำคัญทั้งสองจุดนี้ เฉินเจี้ยนกุ่ยไม่มีวันยอมให้เกิดอันตรายใดๆขึ้นอย่างเด็ดขาด..ในที่สุดเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่เรียกว่าอยู่ระหว่างความเป็นความตายและเมื่อความเย็นจากกระบี่ของหลิงหยุนค่อยๆลดลง เฉินเจี้ยนกุ่ยจึงสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้น มันจึงกระโดดถอยหลังออกห่างจากหลิงหยุนไปไกลถึงสามสิบเมตรหลิงหยุนไม่รีบร้อนที่จะตามไปมากนักเขารีบก้มลงเก็บกระบี่สีดำที่ตกอยู่บนพื้นเข้าไปไว้ในแหวนพื้นที่เสียก่อน จากนั้นจึงยกกระบี่มังกรขาว และกระบี่โลหิตแดนใต้ที่อยู่ในมือชี้ไปทางเฉินเจี้ยนกุ่ยซึ่งกำลังบาดเจ็บสาหัสพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า“เจ้าหนู..เจ้าบอกจะดีกว่าว่าตอนนี้เกาเฉินเฉินอยู่ที่ใหน แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!”เฉินเจี้ยนกุ่ยที่ตอนนี้ไม่มีทั้งปีกและมือ เหลือเพียงเขี้ยวยาวทั้งสองข้างงอกออกมา เพราะเล็บที่แหลมคมของมันก็ถูกตัดทิ้งไปพร้อมกับมือแล้ว ในสายตาของหลิงหยุนเวลานี้ เฉินเจี้ยนกุ่ยจึงไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้นเฉินเจี้ยนกุ่ยไม่สามารถทนอยู่ในสภาพน่าสังเวชเช่นนี้ได้แน่..มันต้องการใช้ความสามารถในการงอกอวัยวะของแวมไพร์สร้างปีกและมือขึ้นมาใหม่ให้เร็วที่สุด แต่ในเมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ จะสามารถฟื้นตัวโดยเร็วได้อย่างไรกันแต่หลิงหยุนก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้!เพราะแม้ว่าเฉินเจี้ยนกุ่ยจะได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ แต่บาดแผลของมันกลับไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว ซึ่งแตกต่างจากพอลกับเจสเตอร์..“เจ้า..กระบี่อ่อนในมือของเจ้าโผล่มาจากใหน!”เฉินเจี้ยนกุ่ยร้องถามออกมาด้วยความหวาดผวาพร้อมกับชี้แขนที่ไร้มือไปทางกระบี่มังกรขาวที่อยู่ในมือซ้ายของหลิงหยุนไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่รู้เรื่องแหวนพื้นที่ของหลิงหยุนนั้นหากได้ประมือกับหลิงหยุนครั้งแรก ก็มักจะพ่ายแพ้ให้กับเขาได้ง่ายๆ เพราะจากที่สู้กันด้วยมือเปล่า แต่จู่ๆกลับมีกระบี่เล่มยาวโผล่ออกมา เช่นนี้แล้วใครกันเล่าจะหลบได้ทันท่วงที!ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้หลิงหยุนเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-9 แล้ว ความเร็วในการเคลื่อนที่นั้นแทบไม่ต้องพูดถึง อีกทั้งยังมีกระบี่สองเล่มที่คมกริบอยู่ในมือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เฉินเจี้ยนกุ่ยจะพ่ายแพ้ให้แก่เขาแววตาของเฉินเจี้ยนกุ่ยเต็มไปด้วยความประหลาดใจเขานึกเสียใจที่ไม่ได้กลายร่างขั้นสมบูรณ์ หากเขากลายร่างได้ทันเวลา ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว และคงไม่พ่ายแพ้ยับเยินเช่นนี้หลิงหยุนพุ่งเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าเฉินเจี้ยนกุ่ยและอยู่ห่างไปราวสามเมตรพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจว่ากระบี่ในมือข้ามาจากใหนแล้วก็ไม่ต้องพยายามถ่วงเวลาข้าด้วย แผนตื้นๆเช่นนี้ใช้กับข้าไม่ได้ผลแน่.. แล้วก็อย่าคิดหนีล่ะ! เจ้าคงไม่มีปัญญาหนีได้ เพราะตอนนี้ปีกของเจ้าถูกข้าตัดทิ้งไปแล้ว”