ตอนที่ 376
บทที่ 695 : บริวารของหลิงหยุน!
October 22, 2026
บทที่ 695 : บริวารของหลิงหยุน! หลิงหยุนจ้องมองแวมไพร์ทั้งสองตนที่ออกมายืนนิ่งอยู่นอกรถดูเหมือนว่าทั้งคู่จะยอมรับชะตากรรม และรอคอยการได้เป็นบริวารของหลิงหยุน ‘ดวงจิตที่แข็งแกร่ง..กับสายเลือดที่แข็งแกร่ง..’ หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองแวมไพร์ทั้งสองตนแล้วจึงก้มมองดาบพายุในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด.. หลิงหยุนมั่นใจว่าจิตวิญญาณของตนเองนั้นแข็งแกร่งกว่าดวงจิตของราชาไดนาสท์ที่สถิตอยู่ในดาบเล่มนี้อย่างแน่นอนเพราะดวงจิตของเขาที่มาจุติใหม่บนโลกมนุษย์นั้น เป็นดวงจิตเดิมซึ่งอยู่ในขั้นอมตะแล้ว และเหลือเพียงแค่การทดสอบจากสวรรค์ด่านสุดท้าย ก็จะกลายเป็นอมตะอย่างแท้จริงแล้ว! อีกทั้งก่อนที่เข้าสู่ขั้นอมตะนั้นหลิงหยุนก็เข้าสู่ขั้นหลอมรวมกายแล้ว ในขั้นนี้จิตวิญญาณของเขานั้นจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าร่างกายเสียอีก เขาจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าดวงจิตของเขานั้นเหนือกว่าราชาไดนาสท์อย่างแน่นอน! แต่เนื่องจากในตอนนี้..จิตหยั่งรู้ของเขายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสำรวจความแข็งแกร่งของดวงจิตที่สถิตอยู่ในดาบเล่มนี้ได้.. ส่วนเรื่องความแข็งแกร่งของสายเลือดนั้น..เป็นเรื่องที่หลิงหยุนค่อนข้างสับสนและไม่มั่นใจอย่างมาก เพราะเมื่อครั้งอยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ เขาก็เป็นเด็กกำพร้าจึงไม่รู้ว่าตนสืบสายเลือดมาจากผู้ใดกันแน่ และถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในร่างของหลิงหยุนซึ่งเป็นทายาทตระกูลหลิง แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าสายเลือดตระกูลหลิงนั้นแข็งแกร่ง หรือว่าอ่อนแอกันแน่?! หลิงหยุนขมวดคิ้วและกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก จนลืมแวมไพร์ทั้งสองตนที่กำลังยืนกลั้นหายใจรออยู่.. “เจ้านายที่เคารพ..ท่านกำลังคิดอะไรอยู่ ท่านไม่ต้องการทำให้เราสองคนเป็นบริวารของท่านแล้วหรือยังไง? พวกเราสองคนเต็มใจและยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นบริวารที่จงรักภักดีของท่านตลอดไป..” พอลร้องเตือน.. เจสเตอร์เองก็จ้องมองหลิงหยุนที่กำลังครุ่นคิดพร้อมกับพึมพำเบาๆ“อย่าบอกนะว่าเจ้านายที่เคารพของพวกเราถูกดวงจิตของราชาไดนาสท์ควบคุมไว้แล้ว! ความจริงแล้วหากใครยังไม่เข้าสู่ขั้นไวส์เคานต์ ก็ไม่ควรไปแตะต้องดาบเล่มนี้เลย..” ในที่สุดหลิงหยุนก็หันไปมองเจสเตอร์กับพอลพร้อมกับพูดยิ้มๆ“พวกเจ้าทั้งสองอยากจะเป็นบริเวารของข้าจริงๆงั้นรึ!” “เจสเตอร์ยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งเจ้านาย!เจสเตอร์เชื่อว่าคงจะเป็นพระประสงค์ของท่านซาตานซึ่งเป็นเทพแห่งปีศาจ ท่านคงดลจิตใจให้พวกเราข้ามน้ำข้ามทะเลมาพบกับท่านในดินแดนที่แสนห่างไกลนี้ ดังนั้น.. ได้โปรดทำให้พวกเรากลายเป็นบริวารที่จงรักภักดีของท่านด้วยเถิด..” เจสเตอร์ร้องบอกหลิงหยุนด้วยหน้าตาและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ.. “ท่านหลิงที่เคารพ..ข้าเองก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่พิเศษและแข็งแกร่งในตัวของท่าน และพลังอำนาจนั้นก็ทำให้ข้ายอมตนที่จะติดตามเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์ของท่านไปตลอด..” หลิงหยุนไม่รู้ว่าแวมไพร์ทั้งสองตนนั้นพูดความจริงหรือไม่!แต่หากสามารถทำให้แวมไพร์สองตนนี้กลายเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์ของเขาได้ หลิงหยุนก็จะสามารถกำจัดปัญหาไปได้อีกมากมาย อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยพาพวกมันติดสอยห้อยตามไปใหนต่อใหนด้วยทุกครั้ง.. หลิงหยุนยิ้มเยือกเย็นพร้อมกับตอบไปว่า“เอาล่ะ.. ในเมื่อพวกเจ้ายินดีและเต็มใจ ข้าก็จะทำตามความต้องการของพวกเจ้า จะได้เป็นการพิสูจน์ด้วยว่าเลือดของข้านั้นจะแข็งแกร่งพอหรือไม่!”หลังจากพูดจบ..หลิงหยุนก็ไม่พล่ามไร้สาระอะไรอีก เขาหยิบดาบพายุขึ้นและใช้คมดาบกรีดลงบนแขนของพอล และเห็นว่ามีเลือดไหลออกมาจากบาดแผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหลังจากที่ดาบพายุกรีดลงไปบนแขนของพอลร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที แววตาของพอลเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และยอมจำนน!หลิงหยุนจงใจรออยู่ครู่หนึ่งเพื่อสังเกตุดูบาดแผลที่แขนของพอลเขาพบว่าถึงแม้บาดแผลนั้นจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่มันกลับไม่สมานกันในทันทีเหมือนเช่นทุกครั้ง และด้วยความแข็งแกร่งของพอลในเวลานี้ บาดแผลเพียงแค่นี้ควรต้องสมานกันในทันทีด้วยซ้ำไป!“เป็นเช่นนี้เองงั้นรึ..”หลิงหยุนเห็นว่าแวมไพร์ทั้งสองตนไม่ได้โกหก..เขาจึงเดินเข้าไปใกล้ร่างของพอล จัดการหยดเลือดจากนิ้วชี้ข้างขวาของตนเองลงไปในบาดแผลที่แขนของพอลเลือดของหลิงหยุนเพียงหยดเดียวนั้นนับว่าเพียงพออย่างมากแล้วเพราะเวลานี้ร่างกายของเขาได้เข้าสู่ระดับสิบสี่ของดาราคุ้มกายแล้ว อีกทั้งยังเข้าสู่ระดับสูงสุดของขั้นปรับร่างกาย-9 ด้วย เรียกได้ว่าร่างกายของหลิงหยุนเวลานี้ไม่เกรงกลัวพิษนานาชนิด หรือแม้กระทั่งไฟ ดังนั้นเลือดเพียงหยดเดียวของเขาจึงนับได้ว่าเปี่ยมไปด้วยพลังมากมายมหาศาล..และหลิงหยุนเองก็ยินยอมให้เลือดของเขาเพียงหยดเดียวเท่านั้นไม่มีทางที่เขาจะยอมให้มากกว่านี้แน่..เลือดของหลิงหยุนที่หยดลงบนบาดแผลของพอลนั้นได้ซึมหายเข้าไปทันที!และในเวลาเดียวกันนั้นเอง..หลิงหยุนก็ถึงกับตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นแววตาหวาดกลัวเมื่อครู่ของพอลหายไปในทันที เหลือเพียงแววตาที่บ่งบอกว่ายินดียอมตนเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์เผยออกมาให้เห็นเท่านั้น..และนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของกระบวนการถ่ายเทเลือด..แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่ใช่แวมไพร์ แต่ดาบพายุวิเศษเล่มนี้ก็ได้ทำหน้าที่นั้นแทนเขาแล้ว!กระบวนการสร้างบริวารที่จงรักภักดีเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านี้กำลังจะเริ่มขึ้น..สายตาของหลิงหยุนจับจ้องอยู่ที่ร่างของพอลไม่กระพริบนี่เป็นการถ่ายเทเลือดของเขาให้กับพอลเป็นครั้งแรก และสิ่งหลิงหยุนได้เห็นหลังจากนี้ ก็ทำให้เขาต้องจดจำไปตลอดชีวิต..สิ่งแรกที่เกิดขึ้นกับพอลก็คือ..บาดแผลที่แขนของพอลนั้นสมานกันในทันทีอย่างรวดเร็วจนยากที่จะสังเกตุเห็นได้ทันจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพอลต่อมา..แม้แต่เจสเตอร์เองก็ถึงกับตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นดวงตาของพอลเริ่มมีสีเข้มขึ้น และนั่นเป็นสัญญาณของการพัฒนาร่าง!ระหว่างที่ร่างกายของพอลยังไม่มีการพัฒนาใดๆนั้นสิ่งที่ทำให้เจสเตอร์ถึงกับตกใจสุดขีดก็คือ.. ใบหน้าที่ซีดขาวของพอลนั้นกลับมีสีเลือดขึ้นมา!“โอ้พระเจ้า!นี่.. นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เจสเตอร์ไม่สามารถเก็บซ่อนอาการตกอกตกใจไว้ได้ เขาร้องอุทานออกมาเสียงดับ และอยู่ในอาการตกใจสุดขีด!