ตอนที่ 379
บทที่ 698 : คลังแสงตระกูลหลิง!
October 22, 2026
บทที่ 698 : คลังแสงตระกูลหลิง! การจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของประเทศจีนได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีทรัพยากรครบถ้วน.. ทรัพยากรอะไรบ้างอย่างนั้นน่ะหรือ นอกเหนือจากอำนาจบารมีของตระกูลแล้วก็จำเป็นต้องมีเงินทอง บุคลากร เส้นสาย และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องวัดความแข็งแกร่ง และความยิ่งใหญ่ของตระกูลไม่ใช่หรือ แต่ถึงกระนั้น..สิ่งเหล่านี้ยังนับว่าเป็นเรื่องพื้นๆเท่านั้น หากมีเพียงสิ่งเหล่านี้ ชนชั้นสูงร่ำรวยทั่วประเทศ ก็คงสามารก้าวขึ้นเป็นตระกูลใหญ่ได้มากมาย และไม่ว่าจะเป็นในอินเทอร์เน็ตและสื่อต่างๆอย่างทีวีวิทยุ หนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ ก็มักจะพบเห็นตระกูลที่มีทรัพยากรที่ว่ามานั้นอยู่มากมายไม่น้อย แต่ยากนักที่จะพบเห็นคนที่มีพลังอำนาจที่แท้จริงปรากฏอยู่ในสื่อต่างๆเช่นนี้พวกเขาล้วนแล้วแต่คอยชักใยในเรื่องต่างๆอยู่เบื้องหลังเท่านั้น และเป็นผู้ที่คอยจัดการทุกอย่างอยู่เงียบๆ ยากนักที่คนธรรมดาทั่วไปจะได้รู้จัก หรือว่าพบเจอ.. ผู้คนที่พวกเราต่างได้พบเห็นอยู่ตามสื่อต่างๆนั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทน หรือหุ่นกระบอกที่พวกเขาเชิดไว้เท่านั้น แต่ผู้สั่งการตัวจริงมักจะควบคุมเกม และสั่งการอยู่อย่างเงียบๆ และสิ่งที่ทำให้ตระกูลใหญ่เป็นที่นับหน้าถือตานั้นก็ไม่ใช่เงินทอง หรือเส้นสายอย่างที่สายตาชาวโลกมอง แต่มันคือสิ่งอื่น.. มันคือยอดฝีมือที่มีวรยุทธต่างหากที่ทำให้ตระกูลนั้นๆได้รับการนับหน้าถือตาอย่างแท้จริง! และนอกเหนือยจากยอดฝีมือแล้วก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นก็คือคลังแสงอาวุธของตระกูล! ในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่งนั้นแต่ละตระกูลล้วนมีคลังแสงอาวุธของตัวเองทั้งนั้น และจะมีทั้งช่างผลิตอาวุธที่สืบทอดวิชามาจากต้นตระกูลบ้าง และช่างที่ใช้เทคโนโลยีในยุคสมัยปัจจุบันบ้าง หลิงหยุนเดินตามเหล่ากุ่ยเข้าไปในประตูเล็กๆที่มีป้ายเขียนว่า‘ห้ามผู้ที่ไม่มีกิจเกี่ยวข้องเข้า’ และเดินไปตามสนามหญ้าเล็กๆ จากนั้นเขาก็เห็นเหล่ากุ่ยกดรหัสที่อยู่หน้าประตู เมื่อประตูลับเปิดขึ้น และทั้งคู่ก้าวผ่านประตูลับเข้าไปแล้ว ประตูลับก็ปิดลงทันที ภายในเป็นโรงงานขนาดใหญ่ซึ่งมีความกว้างเท่ากับสนามฟุตบอลด้านในถึงแม้จะร้อน แต่ก็มีการถ่ายเทหมุนเวียนอากาศได้ดี.. ภายในกับภายนอกนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง! “ข้านึกไม่ถึงจริงๆ!” ด้านในมีเตาเผาชนิดต่างๆรวมถึงสายการผลิตอาวุธหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ ดาบ ขวาน ตะขอ และอีกมากมาย หลิงหยุนถึงกับตกใจสุดขีด! ทุกคนที่ทำงานอยู่ในโรงงานลับแห่งนี้ล้วนแล้วแต่กำลังง่วนและยุ่งอยู่กับงานของตนเอง เสียงเคร้งคร้างของโลหะดังกระทบกันไม่หยุด บางคนก็กำลังวุ่นอยู่กับการทดสอบประสิทธิภาพของโลหะ บางคนก็วุ่นอยู่กับการหลอมเหล็กและโลหะต่างๆ ทุกคนที่อยู่ด้านในล้วนแล้วแต่ต้องสวมใส่เสื้อนิรภัยที่สามารถป้องกันเหล็กร้อนได้ และดูเหมือนการมาของทั้งคนทั้งคู่จะไม่สามารถดึงดูดความสนใจของคนงานได้เลยแม้แต่น้อยเหล่ากุ่ยพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย“นายน้อย.. นี่เป็นคลังผลิตอาวุธของตระกูลหลิง ความจริงแล้วคลังผลิตอาวุธเดิมของตระกูลหลิงใหญ่กว่านี้ถึงสิบเท่า แต่ถูกตระกูลเย่ยึดไป..”“ตระกูลเย่งั้นรึ”หลิงหยุนร้องถามพร้อมกับขมวดคิ้วเขาได้แต่คิดในใจว่า.. สุนัขกัดมักจะไม่เห่าก่อน! ตระกูลเย่นั้นทำตัวเงียบๆ ไม่ยุ่งกับใคร แต่ความจริงแล้วชั่วร้ายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีเดินกะเผลกเข้ามาหาเหล่ากุ่ยกับหลิงหยุนขาซ้ายของเขาขาด หลิงหยุนมองออกว่าชายพิการผู้นี้อยู่ในระดับกลางขั้นโฮ่วเทียน-7 และมีอาการบาดเจ็บภายในเช่นเดียวกับเหล่ากุ่ย และเส้นลมปราณถูกทำลายเสียหายเช่นกันเหล่ากุ่ยยิ้มพร้อมกับหันไปพูดกับหลิงหยุนว่า“หลังจากการต่อสู้อย่างโหดร้ายของตระกูลหลิงในครั้งนั้น เขาคือหนึ่งในยอดฝีมือของตระกูลหลิงที่รอดมาได้ แต่ก็ต้องสูญเสียขาข้างซ้ายไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น นายน้อยเรียกเขาว่าหลิงสือชีก็แล้วกัน” (สือชีในภาษาจีนแปลว่าสิบเจ็ด)“หลิงสือชีคาราวะเหล่ากุ่ยไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่ต้องการอาวุธชนิดใด”หน้าตาของหลิงสือชีดูแก่กว่าวัยดวงตาของเขาดูหม่นหมอง และท่าทางดูเหมือนคนธรรมดาๆ ขณะที่เอ่ยถามเหล่ากุ่ยเสียงเบาเหล่ากุ่ยยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า“เจ้าพาข้าไปที่ผลิตคันธนูหน่อย..”หลิงสือชีเงยหน้ามองหลิงหยุนเงียบๆแต่ไม่พูดอะไร และหันหลังเดินนำหน้าทั้งคู่ไป..หลิงหยุนเองก็ไม่พูดไม่จาเช่นกันเขาเดินตามหลิงสือชีไปอย่างเงียบๆ และเมื่อไปถึงมุมด้านหนึ่งของโรงงาน หลิงหยุนก็เห็นแม่พิมพ์สำหรับผลิตคันธนูยาวหลิงหยุนไม่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับผลิตคันธนูและลูกศรอีกทั้งไม่ต้องการรบกวนผู้อื่น เขาเพียงต้องการขอยืมใช้เตาหลอมโลหะ และแม่พิมพ์ที่จำเป็นเท่านั้นหลิงหยุนเพียงแค่ต้องการทำคันธนูและลูกธนูเท่านั้นส่วนสายธนูเขาได้จัดการตัดจากผ้าแพรไหมดำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วด้านหน้าของหลิงสือชีและคนทั้งคู่มีคันธนูยาวชนิดต่างๆเรียงรายอยู่มากมาย และจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย“คันธนูทั้งหมดนี้ทำเสร็จแล้วมีตั้งแต่แรงน้าว 50 ถึง 500 ปอนด์ ไม่ทราบว่าเหล่ากุ่ยต้องการธนูชนิดใด”หลิงสือชีจ้องมองธนูนิ่งราวกับกำลังคิดถึงเรื่องเมื่อสิบแปดปีที่แล้วเขากำลังนึกถึงภาพเปื้อนเลือดของพี่น้องร่วมสองร้อยคนที่ร่วมเป็นร่วมตายกับเขาในการต่อสู้ครั้งนั้น และริมฝีปากของเขาก็เม้มเข้าหากันแน่น..ในที่สุดหลิงหยุนก็เอ่ยปากพูด“คันธนูพวกนี้เบาเกินไป ข้าต้องการทำขึ้นมาใหม่..”“เอ่อ..”หลิงสือชีเหลือบมองหลิงหยุนเล็กน้อยแววตาของเขาดูตกใจ แม้เขาจะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คือใคร และไม่กล้าที่จะเอ่ยถามเหล่ากุ่ย แต่ดูจากลักษณะท่าทางของหลิงหยุนแล้ว หลิงสือชีก็พอจะเดาได้ว่าหลิงหยุนน่าจะต้องเป็นหนึ่งในทายาทตระกูลหลิงอย่างแน่นอน