ตอนที่ 396
บทที่ 715 : สายสัมพันธ์!
October 22, 2026
บทที่ 715 : สายสัมพันธ์! “หลิงหยุน..ปู่บาดเจ็บไม่มากนัก เจ้าไปดูลุงสองก่อนจะดีกว่า!” ดังคำพูดที่ว่าจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว..หลิงลี่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยหลานชายของเขากลับมาอยู่ทุกวันทุกคืน เมื่อได้เห็นหลิงหยุนยืนต่อหน้าเช่นนี้ เขาจับมือของหลิงหยุนไว้อย่างมีความสุข ทำให้ลืมเรื่องอาการบาดเจ็บภายในไปจนหมดสิ้น ในเวลาเดียวกันนั้นเองหลิงเจิ้นกับหลิงเย่วก็มายืนตรงหน้าหลิงหยุนแล้วเช่นกัน หลิงลี่ปล่อยมือที่จับแขนของหลิงหยุนไว้พร้อมกับชี้ไปทางหลิงเจิ้น “นั่นคือท่านลุงของเจ้า..และเป็นผู้นำตระกูลหลิงคนปัจจุบัน..” จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนนั้นครอบคลุมไปทั่วทั้งสวนชั้นที่หกและเจ็ดของบ้านตระกูลหลิงเขาจึงเห็นหลิงเจิ้นตั้งนานแล้ว หลิงหยุนลุกขึ้นยืนพร้อมกับโน้มตัวลงเล็กน้อยต่อหน้าหลิงเจิ้น แล้วเอ่ยทักทาย.. “หลิงหยุนยินดีที่ได้พบลุงใหญ่!” หลิงหยุนเพียงแค่โน้มตัวลงเล็กน้อยแต่ไม่ได้ทำการคาราวะหลิงเจิ้น! ในสายตาของหลิงหยุนนั้น..มีเพียงสองคนในตระกูลหลิงที่เขาจะทำการคาราวะให้ นั่นก็คือหลิงลี่ซึ่งเป็นท่านปู่ และหลิงเสี่ยวซึ่งเป็นท่านพ่อของเขาเท่านั้น คนอื่นอย่าได้หวัง! แววตาของหลิงเจิ้นนั้นปรากฏร่องรอยของความไม่พอใจขึ้นมาวูบหนึ่งในใจได้แต่นึกขุ่นเคือง แต่ด้วยบุคลิกของเขา หลิงเจิ้นจึงรีบเข้าไปตบบ่าหลิงหยุนพร้อมกับพูดคุยอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส “หลิงหยุน..เจ้าเป็นลูกชายของน้องสาม ดีๆ ดีๆ!” จากนั้นหลิงเจิ้นก็พูดต่อว่า“เจ้าเพิ่งมาถึงปักกิ่งไม่ใช่รึ! มาถึงก็ย่องเข้าบ้านตระกูลเฉินไปช่วยลุงสอง ตระกูลหลิงเกือบจะต้องล่มสลายไปแล้ว ขอบใจที่เจ้าเข้ามาช่วยพวกเราได้ทันเวลา เจ้าทำได้ดีมากจริงๆ!” “เพียงแค่ก้าวเข้ามาบ้านตระกูลหลิงวันแรกเจ้าก็เสียสละตัวเองครั้งใหญ่ ทำให้เจ้าต้องลำบาก! เวลานี้เจ้าไม่ต่างจากฮีโร่ของตระกูลหลิงไปแล้ว!” หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “ท่านลุงกล่วชมเกินไปแล้ว..” หลิงลี่สังเกตุเห็นว่าหลิงหยุนไม่ยอมทำการคาราวะหลิงเจิ้นแต่เขาเองก็เคยได้ยินได้ฟังมาเรื่องอุปนิสัยและอารมณ์ของหลิงหยุนมาจากเหล่ากุ่ยบ้างแล้ว ทำให้พอเข้าใจนิสัยของหลิงหยุนได้ดี อีกอย่างหลิงหยุนเองก็เพิ่งกลับเข้าตระกูลเป็นวันแรก เขาจึงไม่ต้องการจะตำหนิหลิงหยุน! และหากหลิงเจิ้นต้องการจะทำเช่นนั้นหลิงลี่ก็คงไม่ยินยอมเช่นกัน! เพราะกว่าเขาจะหาหลานชายพบและพากลับมาได้นั้น ช่างยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน! อย่าว่าแต่หลิงหยุนไม่ยอมคาราวะหลิงเจิ้นเลย ต่อให้หลิงหยุนไม่ทำการคาราวะเขา เขาก็ไม่คิดที่จะถือสาด้วยซ้ำไป! จากนั้นหลิงลี่ก็แนะนำให้หลิงหยุนรู้จักหลิงเย่วด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“หลิงหยุน.. นี่หลิงเย่ว เป็นลุงสองของเจ้า” “หลิงหยุนยินดีที่ได้พบท่านลุงสอง!”หลิงหยุนเพียงแค่โน้มตัวลงเล็กน้อยเช่นเดียวกันพร้อมกับส่งยิ้มให้หลิงเย่ว.. “เด็กน้อย..ในที่สุดเจ้าก็กลับมา! หลายปีเหลือเกินที่เจ้าต้องทนทุกข์อยู่ข้างนอกเพียงลำพัง! เจ้าเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยลุงที่บ้านตระกูลเฉิน ลุงต้องขอบใจเจ้ามาก!” หลิงเย่วนั้นเปรียบเหมือนมันสมองของตระกูลหลิงเขาเป็นคนที่เฉลียวฉลาดที่สุด และไม่คิดถือสาหลิงหยุนที่ไม่ยอมคาราวะตนเองแม้แต่น้อย หลิงหยุนได้ช่วยชีวิตของเขาถึงสองครั้งภายในคืนเดียว ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก! ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้กลับเข้าสู่อ้อมอกตระกูลหลิง ยังไม่ทันได้เข้าห้องโถงตระกูลหลิงด้วยซ้ำ ก็ต้องมาอยู่ท่ามกลางซากศพมากมาย เขายังจะต้องสร้างปัญหาอะไรให้หลิงหยุนมากไปกว่านี้อีก! คำพูดของหลิงเย่วนั้นเปี่ยมไปด้วยความจริงใจสงบเยือกเย็น กระตุ้นให้รู้สึกถึงความผูกพันทางสายเลือดที่มี“น่าเสียดายที่น้องสามไม่…”หลิงเย่วจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับคิดในใจว่าหากน้องสามของเขาอยู่ที่นี่และได้พบกับลูกชายที่เก่งกาจของตนเองเช่นนี้ เขาจะรู้สึกมีความสุขมากเช่นใด!“หลิงซิ่วหลิงเฟิง หลิงเลี่วย พวกเจ้าทั้งสามคนมานี่เร็วเข้า! นี่คือลูกชายของท่านลุงสามชื่อว่าหลิงหยุน!”“หลิงหยุน..นี่เป็นน้องชายกับพี่สาวของเจ้า!”หลิงเย่วหันไปดึงหลิงซิ่วหลิงเฟิง และหลิงเลี่วยมายืนด้านหน้าตนเอง และรีบแนะนำให้หลิงหยุนได้รู้จัก“หลิงหยุน..เจ้าอายุสิบแปดแล้วใช่หรือไม่”หลิงลี่ถามหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดูและแววตาที่มองก็เต็มไปด้วยความชื่นชมหลิงซิ่วที่ได้เห็นอากัปกิริยาของท่านปู่ก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาริษยาหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อยนางมองหลิงหยุนราวกับว่าหลิงหยุนเป็นน้องชายแท้ๆของตนเองในบรรดาทายาทรุ่นใหม่ของตระกูลหลิงนั้นมีเพียงสามคนนี้ที่แม้จะมีบาดแผลภายนอกมากมาย แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บภายในสาหัสอะไร อีกทั้งพวกเขายังได้ใช้ยันต์บำบัดของหลิงหยุนที่ให้ไว้รักษาไปบ้างแล้ว“เจ้าอายุแค่สิบแปดปีก็ต้องเรียกข้าว่าพี่นะ..” หลิงซิ่วเดินเข้าไปตบบ่าหลิงหยุน พร้อมกับวางตัวเป็นพี่สาวของเขาทันที“พี่ก็พี่สิ..”หลิงหยุนเห็นหลิงเสี่ยวแสดงความสนิทสนมกับเขาเช่นนี้ เขารู้สึกไม่เคยชินจึงได้แต่เกาศรีษะแก้เก้อ“นั่นคือหลิงเฟิง..เขาอายุยีสิบปีแล้ว แก่กว่าเจ้า.. เจ้าก็ต้องเรียกเขาว่าพี่เหมือนกัน!”หลิงซิ่วชี้ไปทางหลิงเฟิงที่กำลังตื่นเต้นอย่างออกหน้าออกตาระหว่างที่ได้รับการแนะนำตัว“พี่หลิงเฟิง..”และนี่เป็นการนับลำดับความอาวุโสกันด้วยอายุไม่ใช่ขั้นของกำลังภายใน!หลิงเฟิงนั้นตื่นเต้นอย่างมากเขายิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “เรียกข้าว่าพี่สามก็ได้ เพราะเจ้าเป็นน้องชายคนที่สี่ ว่าแต่เจ้าเก่งมากจริงๆ!”และระหว่างที่รอคอยให้หลิงหยุนเรียกอยู่นั้นหลิงซิ่วก็พุ่งเข้าไปหาหลิงเฟิ่งพร้อมกับขยิบตาและพูดว่า“น้องคนที่สี่ที่ใหนกัน!พี่สาวคนนี้ของเจ้าก็เป็นคนเหมือนกันนะ ต้องนับรวมข้าไปด้วยถึงจะถูก!”“หลิงหยุน..เจ้าเป็นน้องคนที่ห้า!”ในบรรดาทายาทตระกูลหลิงนั้นหากเรียงลำดับตามอายุแล้ว หลิงห่าวคือหลานชายคนโต ตามมาด้วยหลิงหย่ง หลิงซิ่ว หลิงเฟิง หลิงหยุน หลิงเลี่วย และหลิงซวี่ดังนั้นในจำนวนทายาททั้งเจ็ดคน..หลิงหยุนจึงนับว่าเป็นหลานคนที่ห้าของตระกูล!