ตอนที่ 397
บทที่ 716 : ผู้นำตระกูลหลิงในวันข้างหน้า!
October 22, 2026
บทที่ 716 : ผู้นำตระกูลหลิงในวันข้างหน้า! เหล่ากุ่ยรับใช้ตระกูลหลิงมานานกว่าสามสิบปีเขาเป็นบ่าวที่จงรักภักดีต่อตระกูลหลิงอย่างที่สุด อีกทั้งยังเป็นหัวหน้าของนักรบตระกูลหลิงอีกด้วย ในเมื่อเหล่ากุ่ยทำการคาราวะหลิงหยุนเช่นนี้ แล้วบรรดานักรบตระกูลหลิงจะยืนนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไรกัน ยิ่งไปกว่านั้น..หลิงหยุนเองก็ได้ช่วยชีวิตคนตระกูลหลิง และนักรบทั้งสามสิบหกคนไว้อีกด้วย เหล่านักรบตระกูลหลิงเองก็รอคอยเวลาที่จะได้ทำการคำนับขอบคุณหลิงหยุนอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ยังหาเวลาที่เหมาะสมไม่ได้เท่านั้น! แต่เมื่อเหล่ากุ่ยซึ่งเป็นหัวหน้าของลุกขึ้นทำการคำนับหลิงหยุนเช่นนั้น มีหรือที่พวกเขาจะไม่ใช้โอกาสนี้ลุกขึ้นทำการคำนับหลิงหยุนด้วยเล่า! การลุกขึ้นทำการคำนับอย่างพร้อมเพรียงกันของเหล่านักรบตระกูลหลิงนั้นนอกเหนือจากหลิงลี่แล้ว ก็ยังไม่มีใครในตระกูลหลิงได้รับเกียรติเช่นนั้นแม้แต่ท่านผู้นำตระกูลคนปัจจุบันอย่างหลิงเจิ้น นักรบเดนตายทั้งหมดนี้ล้วนเป็นหลิงลี่กับเหล่ากุ่ยที่ฝึกฝนมาทั้งสิ้นพวกเขาทั้งหมดจึงมอบกายถวายชีวิตให้กับหลิงลี่เพียงคนเดียวเท่านั้น และแน่นอนว่าแม้แต่หลิงเจิ้นก็ไม่สามารถออกคำสั่งกับนักรบเดนตายเหล่านี้ได้หากไม่ได้รับการถ่ายทอดคำสั่งจากชายชราผู้นี้.. และในเมื่อหลิงหยุนเองก็ได้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้เหล่ากุ่ยถึงสองครั้งสองคราแล้วเหตุใดเหล่ากุ่ยจะไม่คุกเข่าทำการคาราวะหลิงหยุนได้เล่า! อีกทั้งการคาราวะของเหล่ากุ่ยในครั้งนี้ก็มีจุดประสงค์บางอย่างซ่อนอยู่! เขาต้องการใช้โอกาสนี้สร้างความน่าเชื่อถือและศรัทธาให้เกิดขึ้นกับหลิงหยุนนั่นเอง! และตั้งใจที่จะดันหลิงหยุนให้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไป! เมื่อสิบแปดปีก่อน..หากไม่ใช่เพราะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับตระกูลหลิงในครั้งนั้น ตำแหน่งผู้นำตระกูลคงต้องตกเป็นของคุณชายสาม – หลิงเสี่ยวอย่างแน่นอน ไม่มีทางเป็นหลิงเจิ้นไปได้! หากหลิงเสี่ยวไม่สูญเสียวรยุทธและกำลังภายในไปด้วยพรสวรรค์ในตัวของเขา อย่างน้อยก็คงสามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-6 ได้แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย! ในตอนนั้น..แม้แต่ผู้นำตระกูลอย่างหลิงลี่ที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน-4 หากไม่ใช่เพราะได้รับบาดเจ็บภายในสาหัส เวลานี้ก็คงจะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 หรือไม่ก็ 8 ได้แล้วอย่างแน่นอน และตระกูลหลิงก็จะยังคงเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของประเทศจีนเช่นเดิม! แต่ช่างน่าเสียใจที่ทุกอย่างกลับพลิกผลันภายในคืนเดียวและตระกูลหลิงก็ตกต่ำมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เพียงเหล่ากุ่ยเท่านั้น คนในตระกูลหลิงทุกคนต่างก็เคียดแค้นและอดสูใจอย่างที่สุด! คนอื่นแทบไม่ต้องพูดถึงเพราะแม้แต่หลิงเจิ้นเองก็นึกยังนึกเสียใจอยู่ตลอดเวลา ใช่! เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหลิงตามที่ปรารถนา แต่ก็ต้องเผชิญกับความอัปยศอดสูทุกครั้งที่ต้องอยู่ต่อหน้าผู้นำตระกูลใหญ่ตระกูลอื่นๆ เขาแทบจะไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมองทุกคนได้! แม้แต่ลูกชายของเขา– หลิงหย่ง ยังอับอายจนแทบไม่อยากจะออกไปเจอผู้คนข้างนอก! ตลอดระยะเวลาสิบแปดปีที่ผ่านมานั้นทุกครั้งที่เหล่ากุ่ยกับหลิงเสี่ยวได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เขาก็มักจะพบเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ระทมของหลิงเสี่ยว จึงได้แต่รู้สึกสงสาร! หลายต่อหลายครั้งที่ฝึกฝนวิชาเสร็จแล้วเหล่ากุ่ยก็มักจะมองเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของหลิงเสี่ยว และแววตาเช่นนั้นของเขาก็ไม่ต่างจากมีดคมที่กรีดลงไปในหัวใจของเหล่ากุ่ย! คำพูดเดียวที่จะอธิบายความรู้สึกของหลิงเสี่ยวได้นั่นก็คือทุกข์ทรมานใจ!ในเมื่อจิตใจของเขาได้ตายไปแล้ว ชีวิตที่เหลือก็เป็นเพียงเปลือกนอกที่ว่างเปล่าเท่านั้น!ทุกครั้งที่มองเห็นคุณชายสามซึ่งเคยเป็นที่โจษจันในเมืองหลวงเพราะพรสวรรค์ที่เก่งกาจต้องตกอยู่ในสภาพเหมือนคนไร้วิญญาณเช่นนี้ เหล่ากุ่ยก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก!แต่แล้วในวันนี้อีกสิบแปดปีต่อมา..หลิงหยุนซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหลิงเสี่ยวกับธิดาพรรคมาร ก็ได้กลับเข้าสู่อ้อมอกตระกูลหลิง!หลิงหยุนไม่เพียงแค่กลับเข้าตระกูลหลิงแต่การมาของเขายังช่วยให้ตระกูลหลิงรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นซ้ำรอยเมื่อสิบแปดปีก่อน ในเสี้ยวนาทีที่ตระกูลหลิงกำลังจะถึงจุดจบนั้น หลิงหยุนเพียงแค่คนเดียว กลับสามารถฉุดดึงตระกูลหลิงให้พ้นจากวิกฤติใหญ่หลวงได้!โอกาสที่ดีเช่นนี้!สถานการณ์ที่ดีเช่นนี้! หากเหล่ากุ่ยไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็เท่ากับว่าความพยายามในการพาหลิงหยุนมาจากเมืองจิงฉูของเขาคงต้องเสียเปล่าเป็นแน่!หลิงห่าว– หลานชายคนโตของตระกูลหลิงเองก็มาดมั่นที่จะได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป แต่หลิงห่าวเป็นผู้ที่มีจิตใจไม่ต่างจากซือหม่าเจา (ซือหม่าเจา – เป็นโอรสองค์ที่สองของสุมาอี้ เป็นคนเหี้ยมโหด ฉลาดแกมโกง และมีควาทะเยอทะยานเป็นนิจ) ซึ่งทุกคนในตระกูลต่างก็รู้เรื่องนี้ดี เหล่ากุ่ยเองก็รู้ว่าด้วยสถานะการเป็นหลานชายคนโต ทำให้หลิงห่าวมีโอกาสที่จะได้ขึ้นเป็นผู้นำคนตระกูลคนต่อไปส่วนหลิงหย่งน้องชายของหลิงห่าวนั้นไม่ได้มีความต้องงการที่จะเป็นผู้นำตระกูลหลิง ส่วนหลิงเฟิงนั้นก็สนใจกีฬาเคนโดเป็นชีวิตจิตใจ หลิงเลี่วยเองก็มีอุปนิสัยคล้ายผู้เป็นพ่อคือเฉลียวฉลาดล้ำลึก ทั้งสามคนต่างก็ไม่มีใครต้องการแก่งแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลกับหลิงห่าว จึงเรียกได้ว่าตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลิงห่าว!แต่เมื่อหลิงหยุนปรากฏตัวทุกอย่างก็เปลี่ยนไป!เพียงแค่ความสามารถและศักยภาพของหลิงหยุนเมื่อครู่นี้หากไม่ใช่คนโง่มากมายอะไรนัก ก็ต้องมองออกว่าหลิงหยุนนั้นเหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำตระกูลมากกว่าหลิงห่าวเป็นใหนๆ!และไม่ว่าจะเปรียบเทียบด้วยเรื่องใดหลิงหยุนก็เหนือกว่าหลิงห่าวเป็นร้อยเป็นพันเท่า!ยิ่งไปกว่านั้นผู้เฒ่าตระกูลหลิงเองก็ได้รับการยืนยันจากเหล่ากุ่ยก่อนที่จะเดินทางไปเมืองจิงฉูเป็นครั้งที่สองว่า หากหลิงหยุนเต็มใจ และยินยอมที่จะกลับเข้าตระกูลหลิงแล้วล่ะก็ เขาจะเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไปอย่างมาก!ไม่เช่นนั้นแล้ว..หลิงลี่จะสั่งให้เหล่ากุ่ยนำมรดกตระกูลหลิงไปมอบให้กับหลิงหยุนเพื่ออะไรผู้เฒ่าตระกูลหลิงเองก็มีใจเหล่ากุ่ยเองก็สนับสนุน และยิ่งความสามารถของหลิงหยุนนั้นก็แทบไม่ต้องพูดถึง เมื่อโอกาสที่ดีเช่นนี้มาถึง เหล่ากุ่ยจึงรีบฉวยไว้ และถือโอกาสผลักดันหลิงหยุนทันที!เมื่อเห็นเหล่านักรบตระกูลหลิงพากันคุกเข่าคาราวะหลิงหยุนเช่นนี้หลิงเจิ้นก็ยิ่งโกรธเคืองและไม่พอใจมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงรักษาสีหน้าได้เป็นปกติ ในขณะที่หลิงเย่วยังคงหลบตามองอยู่ที่ปลายจมูกของตนเอง และไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่!ดวงตาของหลิงลี่เปี่ยมไปด้วยความสุขเขาไม่พูดและไม่ห้ามหลิงหยุน แต่ต้องการดูว่าหลิงหยุนต้องการทำอะไรกันแน่!แต่สำหรับหลิงหยุนนั้น..ตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยแม้แต่จะอยู่ในความคิดของเขา!ธุรกิจของเขาในจิงฉูที่มอบให้ถังเมิ่งตี้เสี่ยวอู่ และอาปิงเป็นผู้ดูแลนั้น สามารถทำให้เขาช้อปปิ้งได้อย่างอิสระ เช่นนี้แล้วเขายังจะต้องสนใจตำแหน่งผู้นำตระกูลหลิงไปเพื่ออะไรกัน