ตอนที่ 426
บทที่ 763-764
October 22, 2026
บทที่ 763 : ผลสอบเอนทรานซ์! ‘เรื่องใหญ่งั้นรึ!’ หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกตื่นตกใจสำหรับเขาแล้วยังจะมีเรื่องอะไรใหญ่โต และน่าตกใจมากไปกว่าการสังหารแวมไพร์หลายร้อยตน สังหารเฉินเจี้ยนจื่อ และจับตัวเฉินเจี้ยนกุ่ย แล้วช่วยเกาเฉินเฉินออกมาได้อีกเล่า “ถังเมิ่ง..นายมีเรื่องใหญ่โตอะไรก็รีบพูดมาเร็วเข้า! น้ำเสียงตื่นเต้นขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องซื้อบริษัทขนส่ง” หลิงหยุนตอบกลับอย่างอารมณ์ดี สำหรับหลิงหยุนนั้นการช่วยเกาเฉินเฉินออกมาได้สำเร็จนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาแล้ว! “ไม่ใช่เรื่องบริษัทขนส่งหรอกพี่หยุน..ที่ฉันบอกว่าเรื่องใหญ่น่ะ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวพี่เลยล่ะ ผลสอบเอนทรานซ์ของพี่ออกมาแล้วนะ!” เวลานี้ผ่านการสอบเอนทรานซ์มาถึงสามอาทิตย์แล้วอีกทั้งผลการสอบก็ได้ประกาศออกมาแล้ว และสามารถตรวจสอบได้ทางออนไลน์ น้ำเสียงของถังเมิ่งนั้นฟังดูร้อนใจและดูเหมือนจะมีแววขุ่นเคืองอยู่ไม่น้อย.. “อ่อ..ผลสอบเอนทรานซ์ออกแล้วเหรอ!” จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปมองเกาเฉินเฉินเขาสังเกตเห็นว่าสีหน้าของเกาเฉินเฉินนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วจึงถามต่อว่า “ผลสอบออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแล้วหลิงยู่ล่ะเป็นไงบ้าง?” แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลเพียงใดแต่คนที่หลิงหยุนยังคงเป็นห่วงเป็นใยมากที่สุดก็คือหนิงหลิงยู่น้องสาวของเขาอยู่ดี สำหรับหนิงหลิงยู่นั้นไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง และสำหรับตัวเขาเองนั้น แม้จะไม่ได้คะแนนเต็มร้อย แต่ก็มั่นใจว่าต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตั้งเป้าไว้ได้อย่างแน่นอน ถังเมิ่งตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีก“พี่หยุน.. หลิงยู่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของโรงเรียน และขาดอีกเพียงแค่สามคะแนนก็จะได้เต็ม แต่พี่น่ะสิ..” ถังเมิ่งหยุดพูดอยู่เพียงแค่นั้นก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “คะแนนสอบเอนทรานซ์ของพี่เป็น.. ศูนย์!” เรื่องผลการเรียนของหนิงหลิงยู่นั้นเธอเป็นที่หนึ่งในโรงเรียนมัธยมจิงฉูซึ่งใครๆต่างก็รู้ดี จึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจ แต่เมื่อได้ฟังประโยคสุดท้ายจากถังเมิ่ง หลิงหยุนก็ถึงกับอึ้งไปทันที.. ‘นี่คะแนนสอบของข้าเป็นศูนย์งั้นรึนี่พระอาทิตย์จะขึ้นทางตะวันตกหรือยังไงกัน? เป็นไปไม่ได้!’ “อะไรนะ!ได้ศูนย์คะแนน.. เป็นไปได้ยังไงกัน?!” เสียงพูดของถังเมิ่งนั้นดังมากแม้กระทั่งเกาเฉินเฉินที่นั่งอยู่ข้างหลิงหยุนยังได้ยินอย่างชัดเจน สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที! ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมาหลิงหยุนได้เปลี่ยนไปอย่างมาก แต่ต่อให้ยังคงเป็นหลิงหยุนคนเดิม หากทำข้อสอบมั่วๆ อย่างน้อยก็ต้องได้สักสองสามคะแนน อีกทั้งในการสอบก็มีข้อสอบแบบปรนัยจำนวนหลายร้อยข้อ หากจะกาคำตอบส่งๆไป ก็ต้องมีถูกบ้าง.. “หลิงหยุน..นี่มันเกิดอะไรขึ้น นายเพิ่งจะเล่าให้ฉันว่าก่อนสอบสองอาทิตย์ นายไปโรงเรียนทุกวันเลยไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมผลสอบถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้ล่ะ?” เกาเฉินเฉินแทบอยากจะร้องไห้ในขณะที่หลิงหยุนยังคงสงบเยือกเย็น พร้อมกับครุ่นคิดถึงความผิดปกติในเรื่องนี้ สีหน้าของหลิงหยุนสงบนิ่งราวกับกำลังครุ่นคิดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตนเอง ‘ดูท่าเสียเจิ้นเหยินกับกู่หยุนฟะจะยังไม่ยอมตัดใจจากเงินเดิมพันสินะ..ฮ่า.. ฮ่า..’ ‘แต่ถ้าไม่ใช่พวกมันสองคน..ก็ต้องเป็นตระกูลซันที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่ๆ เพราะนอกเหนือจากนี้ ก็เป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว..’ ในที่สุด..หลิงหยุนก็ยิ้มพร้อมตอบถังเมิ่งด้วยท่าทีสบายๆ “คะแนนสอบเอนทรานซ์ของฉันเป็นศูนย์งั้นเหรอ! น่าสนใจดีนี่! เอาล่ะฉันรู้แล้ว..” ระหว่างที่หลิงหยุนกำลังคุยอยู่กับถังเมิ่งนั้นเบอร์ของหนิงหลิงยู่ก็ปรากฏขั้นมาที่หน้าจอโทรศัพท์ หลิงหยุนจึงรีบบอกถังเมิ่งว่า “ถังเมิ่ง..ฉันต้องวางสายนายก่อน หลิงยู่โทรเข้ามาพอดี!” พูดจบหลิงหยุนก็วางสายจากถังเมิ่งทันทีและรีบกดรับสายของหนิงหลิงยู่.. “พี่ใหญ่…นี่พี่ทำอะไรอยู่กันแน่ เมื่อคืนทั้งคืนทำไมถึงไม่เปิดโทรศัพท์? ฉันเป็นห่วงแทบตายรู้มั๊ย?”ทันทีที่หลิงหยุนกดรับสายน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจของหนิงหลิงยู่ก็ดังขึ้น และตามมาอีกชุดใหญ่ผลสอบของหลิงหยุนนั้นนับว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหนิงหลิงยู่เป็นอย่างมากสำคัญยิ่งกว่าผลสอบของตัวเธอเองเสียอีก ทันทีที่ประกาศผล.. หนิงหลิงยู่ก็เข้าไปดูคะแนนสอบของหลิงหยุนก่อนของตัวเองเสียอีก และหนิงหลิงยู่จำเลขประจำตัวสอบของหลิงหยุนได้ดีกว่าตัวหลิงหยุนเองเสียอีก“อ่อ..เมื่อคืนพี่เพลียเลยเผลอหลับไปตลอดทั้งคืนเลย ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ได้เป็นอะไร..”หลิงหยุนรู้ดีว่าเหตุใดน้ำเสียงของหนิงหลิงยู่จึงเต็มไปด้วยความกระวนกระวายร้อนใจเช่นนี้เขาจึงได้แต่พูดปลอบปะโลมไป“ไม่เป็นอะไรกันเล่า!พี่ใหญ่.. คือพี่.. พี่..”เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนสบายดีในใจของหนิงหลิงยู่ก็รู้สึกโล่งอก แต่ปากก็อยากจะบอกหลิงหยุนเรื่องผลสอบของเขาที่มีคะแนนเป็นศูนย์ แต่เกรงว่าเมื่อหลิงหยุนได้ฟังแล้วจะหงุดหงิดโมโห จึงได้แต่กล้ำกลืนไม่พูดออกมาหลิงหยุนยิ้มพร้อมกับเป็นฝ่ายพูดขึ้นเองว่า“หลิงยู่.. เธอไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ พี่รู้เรื่องผลสอบเอนทรานซ์ที่ได้ศูนย์คะแนนแล้ว ถังเมิ่งเพิ่งจะโทรบอกพี่เมื่อครู่..”“ห๊ะ..ถังเมิ่งบอกพี่แล้วงั้นเหรอ พี่ใหญ่.. นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พี่ลืมเขียนชื่อและหมายเลขประจำตัวผู้สอบลงไปในกระดาษคำตอบหรือยังไง? คะแนนถึงได้ออกมาเป็นศูนย์แบบนี้..”หนิงหลิงยู่นั้นพยายามโทรหาหลิงหยุนตั้งแต่ตอนเย็นหลังจากที่รู้ผลสอบเอนทรานซ์แต่ช่วงเวลานั้นหลิงหยุนเองก็อยู่ในระหว่างภารกิจช่วยเกาเฉินเฉิน และเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในแหวนพื้นที่ จึงไม่ได้รับสายของผู้ใดเลย..หนิงหลิงยู่ติดต่อหลิงหยุนไม่ได้เธอจึงรีบโทรหาถังเมิ่ง เพราะถังเมิ่งนั้นอยู่ปักกิ่งพอดี ดังนั้นถังเมิ่งจึงเป็นคนแรกที่รู้ผลสอบของหลิงหยุนต่อจากหนิงหลิงยู่ และฉินตงเฉี่วยหลิงหยุนยิ้มพร้อมกับอธิบายให้หนิงหลิงยู่ฟังอย่างใจเย็น“หลิงยู่.. ไม่ต้องกังวลใจเรื่องคะแนนสอบเอนทรานซ์ของพี่ นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เธอสงบสติอารมณ์ก่อน ไว้พี่จะเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เธอฟัง แล้วเธอก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง..”หลังจากที่ปลอบปะโลมหนิงหลิงยู่ให้คลายกังวลได้แล้วหลิงหยุนก็พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ไม่ใช่ว่าพี่จัลืมเขียนชื่อหรือว่าหมายเลขประจำตัวสอบของตัวเองลงในกระดาษคำตอบ พี่ใหญ่ของเธอไม่สะเพร่าถึงขนาดนั้นแน่ แต่เรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง พวกมันต้องการจัดการกับพี่!”“พี่ใหญ่..ตอนแรกฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่การสอบเอนทรานซ์เป็นการสอบระดับประเทศ และทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษา แล้วใครกันที่จะกล้าใช้วิธีสกปรกทำเรื่องแบบนี้ได้!”“กระทรวงศึกษาแล้วยังไง!เธอคิดว่าทุกอย่างเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาก็จะโปร่งใสและขาวสะอาดอย่างงั้นเหรอ?”การตรวจข้อสอบเอนทรานซ์ก็ต้องใช้ครูจากโรงเรียนต่างๆเป็นผู้ตรวจและให้คะแนน การจะทำให้หลิงหยุนมีผลสอบออกมาเป็นศูนย์ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง!“แต่..ทำไมพี่ถึงดูไม่กังวลกับเรื่องนี้เลยล่ะ”หนิงหลิงยู่ร้องถามออกไปตรงๆเพราะสำหรับเด็กเรียนที่ตั้งใจเรียนมาตลอดหลายปี และมีเป้าหมายที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างหนิงหลิงยู่นั้น คะแนนสอบเอนทรานซ์จึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่อย่างมากในใจของเธอหลิงหยุนได้แต่ยิ้มพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ผลสอบก็ออกมาแล้ว จำเป็นต้องกังวลอะไรอีก หลิงยู่.. เธอไม่ต้องกังวลใจไป พี่รับปากว่าจะต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิงให้ได้อย่างแน่นอน!”ต่อให้ผลการสอบเอนทรานซ์ของหลิงหยุนเป็นศูนย์เขาก็มั่นใจว่าจะต้องเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิงได้อย่างแน่นอน!เวลานี้หลิงหยุนเป็นใครน่ะหรือเขาเป็นถึงนายน้อยสี่แห่งตระกูลหลิง และด้วยฐานะของเขาเวลานี้ การจะเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิงนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยาก!หลังจากนั้นหลิงหยุนก็ถามหนิงหลิงยู่ว่า“หลิงยู่.. น้าหญิงกับป้าเม่ยเป็นไงบ้าง พวกท่านสบายดีมั๊ย?”แล้วเสียงหัวเราะของฉินตงเฉี่วยก็ดังขึ้นจากปลายสายนางดึงโทรศัพท์มือถือไปจากมือของหนิงหลิงยู่พร้อมกับประชดประชัน“เจ้าเด็กตัวแสบ..ในที่สุดก็อุตส่าห์นึกถึงข้าได้สินะ! อยู่ปักกิ่งเป็นไงบ้างล่ะ กินได้นอนหลับดีหรือไม่? แล้วนี่เจ้าไปมีเรื่องกับใครบ้างหรือไม่?”ฉินตงเฉี่วยเองก็เป็นยอดฝีมือคนหนึ่งฐานะและขั้นของนางในเวลานี้ ทำให้นางแทบไม่ใส่ใจกับผลสอบเอนทรานซ์ของหลิงหยุนหลิงหยุนเข้าใจในน้ำเสียงของฉินตงเฉี่วยดีเขาจึงยิ้มออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า “น้าหญิง.. ข้าอยู่ที่นี่นอนหลับสนิทดี แล้วก็เล่นสนุกสนาน ท่านอย่าได้กังวลใจไป..”ฉินตงเฉี่วยเองก็ได้แต่ยิ้มและรู้ดีว่าที่หลิงหยุนบอกว่าสบายดีนั้น ก็เพื่อไม่ให้นางต้องเป็นห่วง นางจึงไม่พูดไม่ถามอะไรอีก และเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน“เจ้าเด็กดื้อ..น้าหญิงมีเรื่องจะบอกเจ้า การชุมนุมหารือปราบพรรคมารที่หุบเขาหลงเฟยบนเขาหลงหู่นั้นได้ถูกเลื่อนออกไป..”บทที่ 764 : เลื่อนงานชุมนุม!