ตอนที่ 427
บทที่ 765-766
October 22, 2026
บทที่ 765 : พบหน้ากันอีกครั้ง! “งั้นก็ดี!” หลิงหยุนตกลงอย่างง่ายดายจากนั้นจึงถามขึ้นว่า “ครูกง.. มาปักกิ่งแล้วจะไปพักที่ใหน ถ้ายังไม่มีผมช่วยคุณได้!” “ไม่ล่ะ..” กงเสี่ยวลู่รีบปฏิเสธ พ่อแม่ของเธอก็อาศัยอยู่ที่ปักกิ่ง และเธอก็คงต้องไปพักที่นั่น แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ทำให้เธอต้องเจ็บปวดอย่างมากนั้นผ่านมาหกปีแล้วที่กงเสี่ยวลู่ไม่เคยกลับมาที่บ้านพ่อแม่ของเธออีกเลย หากต้องมาทำธุระที่ปักกิ่ง เธอก็เลือกที่จะพักอยู่ที่โรงแรมแทน หลิงหยุนรู้ดีว่ากงเสี่ยวลู่นั้นยังไม่มีที่พักในปักกิ่งเขาจึงตอบกลับไปว่า “ผมจะจัดการทุกอย่างให้กับคุณเอง คุณบอกเที่ยวบินผมมา แล้วผมจะไปรับคุณที่สนามบิน..” ใบหน้าของกงเสี่ยวลู่เปลี่ยนจากขาวเป็นแดงฟันสีขาวเป็นประกายกัดริมฝีปากสีชมพูไว้แน่น และพยักหน้าอย่างดีอกดีใจ หลิงหยุนหันไปถามเกาเฉินเฉินที่นั่งอยู่ทางขวามือพร้อมกับส่งสายตาแทนคำถามว่าเธออยากจะคุยกับครูประจำชั้นหรือไม่ เกาเฉินเฉินส่ายหน้าและโบกมือปฏิเสธเป็นการบอกว่าเธอไม่ต้องการคุยกับครูประจำชั้นในเวลานี้.. หลิงหยุนรู้ดีว่าเกาเฉินเฉินยังไม่พร้อมและคงไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับครูกงในตอนนี้ เขาจึงไม่คะยั้นคะยออีก และคุยกับกงเสี่ยวลู่ต่ออีกหน่อยแล้วจึงกดวางสาย หลังจากที่กดวางสายไปแล้วหลิงหยุนก็โทรหาถังเมิ่งสอบถามเรื่องโรงแรมที่เขาพักอยู่ จากนั้นก็บอกกับถังเมิ่งว่าเขากำลังเดินทางกลับ แล้วจึงกดวางสายไป หลิงหยุนรู้ดีว่าทั้งเสี่ยวเม่ยหนิงฉางหลิง เฉิงเมี่ยน และคนอื่นๆ ต่างก็เป็นห่วงเรื่องผลการสอบเอนทรานซ์ของหลิงหยุน และทุกคนก็จะต้องโทรเข้ามาหาเขาอย่างแน่นอน และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน เขาจึงโยนโทรศัพท์มือถือเข้าไปไว้ในแหวนพื้นที่ และโลกของเขาก็เงียบสงบขึ้นมาทันที.. หลิงหยุนหันไปมองสีหน้าสับสนของเกาเฉินเฉินอยู่นานในที่สุดเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “คะแนนออกมาเป็นศูนย์แบบนี้ก็ดีพวกเราสองคนจะได้เท่าเทียมกัน ฮ่า.. ฮ่า..” เกาเฉินเฉินรู้ดีว่าหลิงหยุนนั้นต้องการพูดปลอบใจเธอเธอจึงรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ แต่ก็พูดออกไปอย่างกังวลใจ “จะเหมือนกันได้ยังไงฉันไม่มีโอกาสเข้าสอบเอนทรานซ์ด้วยซ้ำไป แต่จากที่ฉันเห็นความสามารถของนาย ฉันเชื่อว่านายต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยหยานจิงได้พันเปอร์เซ็นต์ แล้วทำไมคะแนนสอบถึงออกมาเป็นศูนย์ได้ล่ะ?” การที่ผลสอบออกมาเป็นศูนย์เช่นนี้หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกอะไร และไม่สนใจ “เฉินเฉิน.. ผมบอกไปแล้วไงว่าเรื่องนี้ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง คุณไม่ต้องกังวลใจไป ผมจะสืบสาวหาความจริงเรื่องนี้เอง!” น้ำเสียงของหลิงหยุนเปลี่ยนเป็นเย็นชาและแววตาเป็นประกายดุดันขึ้นมาทันที.. หลิงหยุนนั้นไม่ได้สนใจผลสอบเลยแม้แต่น้อยเรียกว่าไม่ใส่ใจเลยด้วยซ้ำไปก็ได้ แต่ใครก็ตามที่คิดจะจัดการกับเขา และอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ต่างหาก ที่เขายอมไม่ได้ และเขาจะต้องจัดการสังหารพวกมันเสีย! “ใกล้ถึงแล้วล่ะเฉินเฉิน..คุณกำลังจะได้พบกับคนในครอบครัวของคุณแล้ว!” เมื่อรถเลี้ยวที่หัวมุมก็มาถึงบริเวณบ้านของหลิงหยุน หลิงหยุนยังไม่วางใจนัก ระหว่างทางเขาจึงหาวิธีทำให้เกาเฉินเฉินผ่อนคลายลง และไม่เครียดมาก แม้ว่าเกาเฉินเฉินจะแข็งแกร่งมากพอจิตใจของเธอก็ไม่น่าจะรับและทนต่ออะไรได้มาก เพราะคนเรานั้นหากเสียใจมากเกินไป ก็อาจจะล้มลงได้ เมื่อได้ฟังคำถามของหลิงหยุนเกาเฉินเฉินก็จ้องมองหน้าหลิงหยุนนิ่ง เธอกำมือแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจลึกเข้าไปสองสามอึกใหญ่ และพยายามสงบจิตสงบใจก่อนจะกัดฟันพูดออกไปว่า “หลิงหยุน..ไม่ต้องห่วงฉัน! ฉันได้เตรียมใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของฉันมาระดับหนึ่งแล้ว” หลิงหยุนพยักหน้าไม่พูดอะไรทุกคนบนโลกใบนี้ล้วนมีเรื่องที่ตนเองต้องเผชิญ และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้! แม้แต่ตัวหลิงหยุนเองก็เช่นกันตั้งแต่เขาผ่านบททดสอบไม่สำเร็จ และต้องมาเกิดใหม่บนโลกมนุษย์นั้น เขาเองก็ต้องเผชิญกับความลำบากมากมาย และคงไม่มีใครที่จะหนักหนาสาหัสไปกว่าเขาอีก และเวลานี้เขาเองก็มีศัตรูอยู่มากมาย.. แต่ไม่ว่าจะลำบากยากเย็นมากเพียใดหรือต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งมากเพียงใด สิ่งเดียวที่หลิงหยุนนึกอยู่ในใจตลอดก็คือ.. ต้องเผชิญหน้ากับมัน! และต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ!ในพจนานุกรมของหลิงหยุนจึงไม่มีคำว่า ‘ยากและไม่มีทางเป็นไปได้’! หลิงหยุนขับรถไปจอดอยู่หน้าบ้านแล้วจึงเรียกเกาเฉินเฉิน “เฉินเฉิน.. ลงมาได้แล้ว!” หลิงหยุนก้าวลงมาจากรถก่อนแล้วจึงร้องบอกให้เกาเฉินเฉินก้าวออกมา ใบหน้าที่ซีดขาวของเธอนั้นบ่งบอกว่าตื่นเต้นอย่างมาก และร่างกายก็กำลังสั่นเทิ้ม หลิงหยุนได้บอกเกาเฉินเฉินแล้วว่านอกเหนือจากเกาเทียนหลงแล้ว ก็ยังมีคนตระกูลเกาอีกสิบชีวิตที่รอดมาได้ แต่ก็มีสภาพครึ่งคนครึ่งแวมไพร์! แม้ว่าเกาเฉินเฉินจะเป็นดั่งเจ้าหญิงน้อยของตระกูลเกาและได้รับการอบรมมาอย่างดีตั้งแต่เด็กต่างจากคนธรรมดาทั่วไป แต่อายุเพียงแค่สิบแปดปีก็ต้องเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมที่ยากเกินกว่าจะยอมรับได้ “ผมจะเข้าไปเป็นเพื่อนคุณ..เฉินเฉินคุณมั่นใจได้มีผมอยู่ข้างๆทั้งคน!”หลิงหยุนพูดเพียงเท่านั้นและยื่นมือที่แข็งแกร่งของตนเองออกไปโอบรอบเอวของเกาเฉินเฉิน แล้วพากระโดดเข้าไปในบ้าน หลิงหยุนต้องการให้เกาเฉินเฉินรู้สึกปลอดภัย..เกาเฉินเฉินไม่ขัดขืนและเวลานี้เธอก็อยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุน ร่างที่เกร็งของเธอค่อยๆผ่อนคลายมากขึ้น จากนั้นจึงหันไปมองหลิงหยุนด้วยดวงตาที่รื้นไปด้วยน้ำตา เธอจ้องหน้าหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า“หลิงหยุน..ขอบคุณมาก!”หลิงหยุนไม่ตอบและโอบเอวเกาเฉินเฉินไว้แน่นเขาเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจไปรอบๆ ก็พบว่าไม่มีคนแปลกหน้าอยู่ด้านใน จึงรีบพาร่างของเกาเฉินเฉินกระโดดเข้าไปในลานบ้าน และตรงไปที่ทางเข้าชั้นใต้ดินเกาเฉินเฉินสัมผัสได้ถึงลมพัดเบาๆข้างหูจึงได้แต่หลับตาลง และหลังจากที่ลืมตาขึ้นภาพตรงหน้าก็มีเพียงหมอกหนาจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้และนี่คือค่ายกลเขาวงกต..“ทุกคนอยู่ข้างใน..ผมจะพาคุณเข้าไปข้างใน!”หลิงหยุนจับมือเกาเฉินเฉินเดินฝ่าหมอกสีขาวเข้าไปด้านในซึ่งเป็นชั้นใต้ดินและนี่ก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเหล่าแวมไพร์เกาเทียนหลงกำลังพูดคุยอยู่กับปู่และพ่อของเขาที่ห้องใต้ดิน เขาบอกข่าวดีที่หลิงหยุนเล่าให้ฟังวันนี้ให้เกาจิ้นสง และเกาซิงฉางฟัง ทั้งคู่ทั้งตกอกตกใจและดีใจไปพร้อมๆกัน!และได้เล่าเรื่องที่หลิงหยุนบุกเข้าไปสังหารยอดฝีมือหลายร้อยคนที่คฤหาสน์ตระกูลเฉินอีกทั้งยังสังหารนินจาไปจำนวนมาก..เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนจับตัวเฉินไห่คุนได้และฆ่ามันตายไปแล้ว เกาจิ้นสง เกาซิงหยาง และคนอื่นๆ ต่างก็กรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ!หลิงหยุนช่างแข็งแกร่งและเก่งกาจนักที่สามารถช่วยตระกูลเกาไว้ได้!“นั่นใคร!”เกาเทียนหลงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเมื่อได้ยินเสียงของหลิงหยุน และเกาเฉินเฉินเดินเข้ามา จึงรีบร้องตะโกนถามและกระโดดออกไปด้านนอกทันที“น้องพี่!”“พี่ใหญ่!”เกาเทียนหลงกระโดดออกมาที่ห้องเล็กๆในชั้นใต้ดินและพบเกาเฉินเฉินอยู่ในอ้อมแขนของหลิงหยุน เกาเฉินเฉินเองก็พุ่งตัวออกจากอ้อมแขนของหลิงหยุน และวิ่งเข้าไปหาเกาเทียนหลงทันทีสองพี่น้องได้พบกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ต่างฝ่ายต่างก็ร้องไห้ออกมาจนร่างกายสั่นเทิ้มไปหมด!ไม่เพียงเกาเฉินเฉินเท่านั้นครั้งนี้เกาเทียนหลงเองก็แทบล้มทั้งยืน นั่นเพราะตลอดหลายวันมานี้เขาต้องคอยป้อนเลือดให้ทุกคนดื่มทุกคืน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่สะเทือนอารมณ์เช่นนี้ เกาเทียนหลงเองก็แทบทรุดเช่นกัน“ร้องนะ..ร้องออกมาเลย จะได้รู้สึกดีขึ้น..”หลิงหยุนเฝ้ามองสองพี่น้องทั้งสองคนที่กำลังกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสงสารจับใจและได้แต่คิดในใจว่าช่างเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของตระกูลเกาจริงๆ!ในเวลาเดียวกันนั้นหลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้สำรวจภายในห้องใต้ดินทันที และเมื่อเห็นว่าทุกอย่างปกติดี จึงได้แต่โล่งอก..ผลของศิลาเกลาใจนั้นแม้ว่าจะไม่สามารถรักษาจนหายดีแต่หลิงหยุนก็พบว่าคนตระกูลเกาทั้งสิบคนนั้นแตกต่างจากที่เพิ่งช่วยกลับมาในครั้งแรกมาก สภาพของทุกคนเวลานี้ดูดีขึ้นมากอย่างน่าเหลือเชื่อ!เวลานี้ดูเหมือนว่าจิตใจของคนตระกูลเกาได้ถูกศิลาเกลาใจชำระล้างอย่างได้ผลพวกเขามีจิตใจที่แจ่มใสขึ้น..“เฉินเฉิน..เฉินเฉินกลับมาแล้วหรือนี่!”เกาเทียนหลงหันกลับไปมองหญิงสาวที่ร้องอุทานออกมาและนางก็คือแม่ของเกาเฉินเฉินนั่นเอง“ท่านแม่..”เมื่อได้ยินเสียงแม่ที่ร้องถามขึ้นอย่างกังวลใจเกาเฉินเฉินก็เงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพร่างพรูออกมา..“เป็นเฉินเฉินจริงๆเฉินเฉินปลอดภัยแล้ว!”“เฉินเฉินกลับมาแล้ว!”เสียงของเกาจิ้นสงและเกาซิงฉานดังขึ้นพร้อมกันและทั้งคุ่ต่างก็กระโดดออกมาจากประตูหลังจากคืนที่หลิงหยุนช่วยพวกเขาออกมาแล้วหลิงหยุนก็ได้คลายจุดให้กับทุกคน แต่เพื่อความปลอดภัยของเกาเทียนหลง หลิงหยุนจำเป็นต้องมัดพวกเขาไว้ด้วยผ้าแพรไหมดำ..ส่วนยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนทั้งสองคนของตระกูลเกานั้นการถูกมัดแขนทั้งสองข้างไว้ ยังคงทำให้ทั้งคู่สามารถเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างอิสระ“ท่านปู่”