ตอนที่ 428
บทที่ 767-768
October 22, 2026
บทที่ 767 : คุกเข่า! “เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นรึ!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับลุกขึ้นจากม้านั่งใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง และเต็มไปด้วยความมั่นใจ เวลานี้ตระกูลเฉินกำลังโกลาหลวุ่นวายส่วนตระกูลเกาก็ค่อยๆดีขึ้น และตอนนี้คนตระกูลเกาทั้งสิบที่ถูกมัดไว้ก็ได้เดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์แล้ว แต่ก็ไม่สามารถเดินออกไปนอกบ้านได้ และนี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ออกมาเดินเล่นข้างนอกเช่นนี้หลิงหยุนจึงยังไม่วางใจนัก และต้องคอยระแวดระวังอยู่ใกล้ๆ ไม่กล้าไปใหนไกล เกาเทียนหลงจึงหาเขาพบได้ง่ายๆ เกาเทียนหลงเข้าใจความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ในคำถามของหลิงหยุนดีเขาจึงยิ้มอย่างซาบซึ้งใจพร้อมกับบอกหลิงหยุนว่า “ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอกข้าให้พวกเขาดื่มเลือดก่อนที่เจ้าจะกลับมาแล้ว!” ระหว่างที่เกาเทียนหลงพูดเรื่องนำเลือดไปให้คนในครอบครัวดื่มนั้นสีหน้าของเขากลับดูเคร่งเครียด เพราะนั่นไม่ใช่พฤติกรรมของมนุษย์ปกติ อีกทั้งคนเหล่านั้นก็ล้วนแล้วแต่เป็นท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ และญาติสนิทของเขาเองทั้งสิ้น การที่เกาเทียนหลงต้องเตรียมเลือดสัตว์ให้ทุกคนดื่มเช่นนี้ทุกวันราวกับว่าเป็นการเตรียมอาหารและเครื่องดื่มให้ทุกคนก่อนที่จะพาเข้านอน อีกทั้งเพื่อความปลอดภัยของตนเอง จึงต้องจับพวกเขามัดไว้ตลอดเวลานั้น สำหรับเกาเทียนหลงแล้วนับว่าเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด เพราะการทำเช่นนั้นไม่ต่างจากการทรมานทั้งคนที่เขารัก และตัวเขาเอง! “มันไม่ง่ายเลย..แต่เจ้าต้องอดทน แต่เดี๋ยวมันจะผ่านไป!” ชายหนุ่มสองคนยืนมองหน้ากันมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หลิงหยุนมองสีหน้าของเกาเทียนหลง และรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงก้าวเท้าเขาไปพร้อมกับยกมือขึ้นตบบ่าเกาเทียนหลง ตั้งแต่หลิงหยุนก้าวขาเหยียบปักกิ่งเขาก็ต้องต่อสู้ และต้องเผชิญหน้ากับความเป็นความตายในสนามรบแทบทุกวัน แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อช่วยเกาเฉินเฉินออกมา การต่อสู้ของหลิงหยุนก็ไม่ต่างจากการที่เกาเทียนหลงต้องต่อสู้ในห้องใต้ดินแห่งนี้.. เพียงแต่การต่อสู้ของเกาเทียนหลงมันคือการต่อสู้กับจิตใจของตนเอง! หลิงหยุนตบบ่าเกาเทียนหลงอย่างเข้าใจมีเสียงสะอื้นดังออกมาจากเกาเทียนหลงเล็กน้อย เขากัดฟันแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปลึกเพื่อกลั้นน้ำตาไว้ แลละบังคับตัวเองให้เดินกลับเข้าไปข้างใน “มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย..ข้าแทบคิดไม่ออกว่าเจ้าทำเรื่องเหล่านี้ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไรกัน” เมื่อครั้งที่เกาเทียนหลงเดินทางไปหาหลิงหยุนที่เมืองจิงฉูนั้นเขาไปโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหลิงหยุนเลย อาจจะเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าก็ได้! เพราะในสภาพที่ตระกูลของเขาถูกทำลายย่อยยับและในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนั้น หลิงหยุนเป็นคนเดียวที่เขานึกถึง! ช่วงเวลานั้นเกาเทียนหลงคิดเพียงแค่ว่า ขอเพียงแค่มีคนเชื่อคำพูดของเขา และให้เขาพักอาศัยอยู่ด้วยเท่านั้นก็พอแล้ว! จัดการกับตระกูลเฉินอย่างนั้นหรือหรือจะจัดการกับเหล่าแวมไพร์? ช่วยเหลือคนตระกูลเกา? เกาเทียนนหลงไม่เคยคิดถึงขั้นนั้นเพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย! แต่เกาเทียนหลงกลับไม่คิดว่า..เขามาหาหลิงหยุนตั้งใจที่จะขอความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ใครจะคิดว่าเขาขอความช่วยเหลือจากหลิงหยุนเพียงแค่หยดน้ำ แต่หลิงหยุนมอบคืนมาดั่งทะเล.. เพื่อช่วยเหลือตระกูลเกา..ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน หลิงหยุนต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก และความกดดันที่คนธรรมดายากจะทานทนได้ อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งมากมาย และในที่สุดก็สามารถช่วยเหลือตระกูลเกาได้ด้วยตัวเขาเองเพียงคนเดียว! บุญคุณและน้ำใจของหลิงหยุนนั้นแทบไม่สามาถเอ่ยออกมาได้หมด และยากที่จะตอบแทนได้! ดังนั้นทั้งเกาจิ้งสงเกาซิงฉาง รวมทั้งตัวเกาเทียนหลง พวกเขาต่างก็สำนึกในบุญคุณครั้งนี้ของหลิงหยุน และรู้สึกละอายใจอย่างมาก.. เพราะสิ่งที่หลิงหยุนทำให้กับตระกูลเกานั้นมากมายเกินไปหลิงหยุนไม่จำเป็นต้องทำเพื่อตระกูลเกามากมายเช่นนี้ อีกทั้งหลิงหยุนทำทุกอย่างโดยที่พวกเขาไม่ได้ร้องขอด้วยซ้ำไป! “เป็นเพราะน้องสาวของข้าเฉินเฉินเท่านั้นจริงๆหรือ” เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาหลิงหยุนเองก็ได้เล่าความคืบหน้าให้กับเกาเทียนหลงฟัง และเขาเองก็เฝ้าถามคำถามนี้กับหลิงหยุนอยู่หลายครั้งหลายครา.. เกาเทียนหลงยังจำได้ว่าเมื่อครั้งที่เกาเฉินเฉินโทรมาชื่นชมหลิงหยุนให้เขาฟังมากมายนั้น เขาเองยังนึกหัวเราะเยาะน้องสาวตนเอง และไม่เชื่อว่าเพื่อนในชั้นเรียนของเกาเฉินเฉินจะแข็งแกร่งกว่าตัวเขาซึ่งเป็นผู้ฝึกวรยุทธได้ แต่เมื่อเขาได้พบกับหลิงหยุนจริงๆเกาเทียนหลงจึงได้กระจ่างแก่ใจว่าหลิงหยุนนั้นเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ เขาจึงต่างกับหลิงหยุนราวฟ้ากับดิน และฝีมือยังห่างไกลหลิงหยุนเป็นหมื่นเป็นแสนเท่า.. แต่ความจริงแล้วต้องพูดว่าเทียบกันไม่ได้..จึงจะถูกต้อง! หลิงหยุนยิ้มอย่างจริงใจให้กับเกาเทียนหลงอีกครั้งลักยิ้มในแก้มซ้ายเป็นรอยบุ๋มพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องบางเรื่องก็แค่ต้องพยายามและตั้งใจอย่างหนักเท่านั้น แล้วผลก็จะออกมาดีเอง..” “ไปกันได้แล้วล่ะ!”พูดจบหลิงหยุนก็เดินนำเกาเทียนหลงออกไป..เกาเทียนหลงนิ่งอึ้งไปพร้อมกับคิดทวนคำพูดของหลิงหยุนในใจ‘แค่พยายามเท่านั้น..’หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งเกาเทียนหลงก็พยักหน้าหงึกๆ ดวงตามุ่งมั่นของเขาจ้องมองไปยังหลิงหยุนที่เดินนำหน้าไปเมื่อเดินไปถึง..หลิงหยุนก็ได้แต่ตกตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้า!หลิงหยุนเห็นคนทั้งสิบเอ็ดคนรวมทั้งเกาเฉินเฉินยืนเข้าแถวอยู่ในสวนเกาจิ้งสงและเกาซิงฉางยืนอยู่ด้านหน้า ส่วนที่เหลืออีกเก้าคนนั้นยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ด้านหลังสีหน้าของทุกคนดูสงบนิ่งราวกลับกำลังยืนร่วมงานวันชาติและเวลานี้ทุกคนก็กำลังรอคอยให้หลิงหยุนเดินเข้ามา..‘นี่มันอะไรกัน!’หลิงหยุนได้แต่คิดอยู่ในใจเงียบๆหลิงหยุนตกใจพร้อมกับหันไปมองเกาเฉินเฉินแต่ปรากฏว่าสีหน้าของเกาเฉินเฉินกลับดูมีความสุขอย่างมาก“เกาเทียนหลง..เจ้ามานี่!”แทบไม่ต้องรอให้หลิงหยุนมีปฏิกิริยาใดๆเกาจิ้นสงก็สั่งให้เกาเทียนหลงเดินเข้าไปหา และดูเหมือนว่าเกาเทียนหลงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าปู่ของเขากำลังคิดที่จะทำอะไร“ท่านลุง..เข้าไปคุยกันในห้องดีกว่า บอกข้ามาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”สีหน้าของหลิงหยุนเต็มไปด้วยความประหลาดใจเพราะไม่สามารถคาดเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่“คุกเข่า!”เกาจิ้นสงไม่ตอบแต่กลับร้องตะโกนสั่งทุกคนด้วยสีหน้าตื่นเต้น และซาบซึ้งใจ..สิ้นคำสั่งของเกาจิ้นสงคนตระกูลเกาทั้งสิบสองคนก็คุกเข่าหันหน้าไปทางหลิงหยุนทันที!“นี่..นี่มัน..”หลิงหยุนเห็นสีหน้าของชายชราเขาก็กังวลใจจนต้องใช้มังกรพรางร่างถอยออกไปไกลถึงสิบแปดเมตร และกระโดดขึ้นไปยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของกำแพงบ้านในเวลาเดียวกันนั้นหลิงหยุนก็ร้องตะโกนออกมาว่า“ทุกท่านทำเช่นนี้ข้ารับไม่ไหว!”เกาจิ้นสงเกาซิงฉาง หลู่เฉียวฟาง เกาเทียนหลง เกาเฉินเฉิน และคนอื่นๆที่หลิงหยุนไม่รู้จักชื่อ ต่างก็คุกเข่าลงที่พื้นทำการคาราวะเขา เขาไม่อาจรับได้จริงๆ!เกาจิ้นสงนั้นเห็นแล้วว่าหลิงหยุนเคลื่อนที่ได้รวดเร็วอย่างมาก และยังไม่ทันที่คนตระกูลเกาจะคุกเข่าลงที่พื้น ร่างของหลิงหยุนก็ไปยืนอยู่บนกำแพงเรียบร้อยแล้วมีเพียงเงาของหลิงหยุนเท่านั้นที่ยังอยู่ที่เดิม..“หลิงหยุน..ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องรับการคาราวะจากพวกเราตระกูลเกา ครั้งนี้น้ำใจของเจ้าที่มีต่อตระกูลเกานั้น ยิ่งใหญ่มากเหลือเกิน!”อาวุโสเกาจิ้นสงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองไปทางที่ซ่อนตัวของหลิงหยุนใบหน้าเหี่ยวย่นซีดขาวพูดขึ้นอย่างช้าๆว่า..สำหรับหลิงหยุนที่มีรูปร่างสูงใหญ่และมีนิสัยดุดันนั้น ตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ เขาเองก็ไม่คุ้นเคย และไม่มีประสบการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน จึงมีท่าทีเอียงอายไม่ต่างจากสาวน้อย..ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่คุกเข่าอยูทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่อาวุโสกว่าเขาแทบทั้งสิ้น หลิงหยุนจึงไม่อาจที่จะรับไว้ได้!“ท่านลุงได้โปรดลุกขึ้นเร็วเข้าทุกคนลุกขึ้นเร็วเข้า ข้าหลิงหยุนไม่สามารถรับไว้ได้จริงๆ นี่มันมากเกินไปสำหรับข้า!”หลิงหยุนรีบร้องบอกเกาจิ้นสงและทุกคนบอกในขณะที่ยังซ่อนตัวอยู่ที่มุมกำแพง..แต่คำขอร้องของหลิงหยุนกลับไม่เป็นผลเพราะเกาจิ้นสงซึ่งอาวุโสที่สุดกำลังคุกเข่าอยู่ด้านหน้า และหากเขาไม่ลุกขึ้น ทุกคนในตระกูลเกาก็ไม่กล้าลุกขึ้นเช่นกัน!ยิ่งไปกว่านั้น..ทุกคนในตระกูลเกาต่างก็รู้ดีว่า หลิงหยุนคือผู้ที่มีพระคุณ และเป็นผู้ที่ช่วยพวกเขาทุกคนในตระกูลเกาด้วยตัวเองเพียงคนเดียว พวกเขาจึงต้องการคาราวะหลิงหยุนเพื่อเป็นการสำนึกในบุญคุณของเขาที่มีต่อตระกูลเกา!“หลิงหยุน..เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดว่าใครอาวุโสกว่าใคร ข้าในฐานะที่อาวุโสที่สุดในตระกูลเกา ต้องขอขอบคุณเจ้าที่ได้ช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้นตระกูลเกาคงจะต้องล่มสลายไปแล้ว..”“แต่ว่า..”แม้ว่าเกาจิ้นสงจะเอ่ยปากแต่หลิงหยุนก็ยังไม่อาจรับได้อยู่ดี เขาแทบอยากจะกระโดดออกจากกำแพงบ้าน แล้วหนีไปทันที..แต่เมื่อใคร่ครวญดูแล้วหลิงหยุนก็ตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ “ท่านปู่เกา.. ข้าช่วยทุกคนด้วยใจ และเป็นสิ่งที่ข้าสมควรต้องทำ อีกอย่างข้าเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากอย่างที่ท่านคิด พวกเรายังมีเรื่องต้องจัดการอีกมากมาย หากอยากจะขอบคุณข้า ก็ไม่ต้องรีบร้อนนัก!”บทที่ 768 : พิสูจน์ฉายาหมออมตะ!