ตอนที่ 429
บทที่ 769-770
October 22, 2026
บทที่ 769 : ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด! “ท่านปู่..” เกาเฉินเฉินกับเกาเทียนหลงเมื่อได้ฟังคำพูดเช่นนั้นจากปากของเกาจิ้นสงก็ถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ.. ดวงตาสีแดงเข้มจ้องมองหลานสาวกับหลานชายด้วยความรู้สึกสงสารและรู้สึกผิด เกาจิ้นสงยกมือขึ้นประสานกันแสดงความเสียใจพร้อมกับพูดต่อว่า “ปู่รู้ดีว่า..ที่ตระกูลเกาต้องมาพบกับชะตากรรมเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะปู่ที่เลือกทางเดินผิดเอง ปู่นำตระกูลเกาไปในทางที่ผิด ตระกูลเกาจึงต้องมีวันนี้!” “ผ่านมาหลายวัน..ปู่จึงได้รู้และเข้าใจว่าตระกูลใหญ่อย่างเรานั้น สิ่งที่จะทำให้ตระกูลของเราสามารยืนหยัดอยู่ได้ มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้น!” “เวลานี้..ตระกูลใหญ่ต่างก็พากันต่อสู้แย่งชิงอำนาจกัน ต่อให้ภาพภายนอกดูยิ่งใหญ่มากมายเพียงใด แต่หากศัตรูจ้องจะเล่นงานแล้วล่ะก็ พวกเราก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเอง! ทำให้ตระกูลเกาของเราต้องเดินมาพบจุดจบเช่นนี้!” “อำนาจล้วนแล้วแต่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ตราบใดที่ถูกความตายพรากชีวิตไป ทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่อำนาจ ก็จะไม่ใช่ของเราอีกต่อไป!” “ไม่ว่าสังคมจะเจริญก้าวหน้าไปมากเพียงใดและไม่ว่าโลกจะพัฒนาไปไกลแค่ใหน? ความแข็งแกร่งก็ยังคงเป็นเพียงเสาหลักเดียวอย่างแท้จริง! แต่จะสร้างความแข็งแกร่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย..” “อำนาจเงิน และวัตถุสิ่งต่างๆ ล้วนเป็นเพียงแค่เครื่องประดับของความแข็งแกร่งเท่านั้น! ตราบใดที่มีความแข็งแกร่ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะตามมาเองตามธรรมชาติ..” หลิงหยุนนิ่งฟังพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วยและในใจก็คิดว่าชายชราเพิ่งจะมาคิดได้ในเวลานี้ มันก็สายไปเสียแล้ว! หลิงหยุนเป็นผู้ที่เข้าใจในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดไม่เช่นนั้นตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่เขาเสาะหาให้กับตนเองจึงมีเพียงแค่สิ่งเดียวนั่นก็คือ ‘ความแข็งแกร่ง’ หลิงหยุนจึงพยายามที่จะฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพัฒนาขั้นกำลังภายในของตนเองให้เหนือกว่า แข็งแกร่งกว่า และเก่งกว่าใครๆ แต่ถึงแม้เกาจิ้นสงจะพูดเรื่องนี้ในเวลานี้หลิงหยุนก็ยังเชื่อว่าเกาจิ้นสงนั้นไม่เข้าใจความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้งจริงๆ เพราะหลักการเรื่องคนอ่อนแอย่อมเป็นเหยื่อของคนที่แข็งแกร่งกว่านั้น เป็นเรื่องที่แม้แต่เด็กประถมก็รู้ แต่ปัญหาคือทุกคนใส่ใจกับมันมากเพียงใดต่างหาก ตระกูลเกาอยู่ในวังวนของเกมการเมืองมานานถึงหลายทศวรรษและเพิกเฉยต่อเสาหลักสำคัญข้อนี้ จึงพูดได้เต็มปากว่าการที่ตระกูลเกาต้องมีชะตากรรมเช่นในวันนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากความคิดที่ผิดพลาดของเกาจิ้นสง ลองจินตนาการดูว่าหากเฉินเจี้ยนกุ่ยกลับมาประเทศจีนแต่ตระกูลเกามีผู้นำตระกูลที่แข็งแกร่ง ต่อให้อยู่เพียงแค่ขั้นเซียงเทียน-7 เฉินเจี้ยนกุ่ยก็คงยากที่จะทำสำเร็จได้ง่ายๆ “ความแข็งแกร่งเท่านั้น!”เกาจิ้นสงกำหมัดแน่น “เทียนหลง..เฉินเฉิน.. เวลานี้เหลือเจ้าเพียงสองคนในตระกูลเกาเท่านั้นที่ยังเป็นมนุษย์ ปู่มีเรื่องต้องขอร้องพวกเจ้า.. ไม่สิ! ปู่มีภารกิจที่จะต้องขอให้พวกเจ้าทำให้สำเร็จ!” “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าต้องตั้งใจฝึกฝนกำลังภายใน และพัฒนาตนเองให้เข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-7 ให้ได้เป็นอย่างน้อย!” “พวกเจ้าทั้งคู่ตอบปู่มาว่าพวกเจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าจะทำได้” เกาจิ้นสงพูดในสิ่งที่ต้องการพูดจนหมดแล้วจึงหันไปสั่งหลานสาวและหลานชายพร้อมกับรอคอยคำตอบ.. เกาเทียนหลงและเกาเฉินเฉินถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งร่างสองพี่น้องกำหมัดแน่น ทั้งคู่พยักหน้าด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย จากนั้นจึงเดินตรงไปหาเกาจิ้นสงพร้อมกับคุกเข่าลงกับพื้น “ท่านปู่อย่าได้เป็นห่วงหลานทั้งสองจะทำตามความประสงค์ของท่านปู่ และจะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก!” เกาจิ้นสงได้ฟังก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกจากนั้นจึงพูดออกมาอย่างสบายอกสบายใจ “ดี..ดีมาก.. พวกเจ้าสองคนลุกขึ้นเถิด!” หลังจากที่เกาเทียนหลงและเกาเฉินเฉินลุกขึ้นและกลับไปยืนที่เดิมแล้ว เกาจิ้นสงก็หันไปมองหลิงหยุนที่นั่งนิ่งอยู่ตรงกลางพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย.. แม้ว่าหลิงหยุนจะนั่งหลับตาแต่จิตหยั่งรู้ของเขานั้นมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทุกการเคลื่อนไหวของเกาจิ้นสงจึงอยู่ในการรับรู้ของเขาทั้งหมด หลิงหยุนรับรู้ได้ว่าสายตาของชายชราเวลานี้ไม่ต่างจากสายตาของสุนัขจิ้งจอกเฒ่าที่เจ้าเล่ห์ และจู่ๆหลิงหยุนก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “เทียนหลง..เฉินเฉิน.. พวกเจ้าสองคนมุ่งมั่นเช่นนี้ ปู่ได้เห็นก็มีความสุขมากแล้ว แต่ตระกูลเกาของเราไม่ใช่ตระกูลจอมยุทธเก่าแก่ การจะฝึกวรยุทธจึงไม่ใช่เรื่องง่าย และสิ่งที่ยากที่สุดก็คือการเสาะหาอาจารย์ที่เป็นยอดฝีมือ..” “แต่นับว่าเป็นโชคดีของพวกเจ้าเพราะเวลานี้ยอดฝีมือที่ยากจะให้ใครเทียบนั้นได้อยู่ต่อหน้าพวกเจ้าทั้งคู่แล้ว เทียนหลง.. เฉินเฉิน.. ยังไม่รีบคาราวะเขาเป็นอาจารย์อีกรึ” เกาเทียนหลงเข้าใจความหมายของเกาจิ้นสงได้ในทันทีเขาหันไปมองหลิงหยุนจากนั้นจึงหันไปมองน้องสาวของตนเอง.. เกาเฉินเฉินถึงกับฮึมฮัมอยู่ในลำคอก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเมื่อหันไปมองหน้าหลิงหยุนจากนั้นจึงคุกเข่าลงพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“อาจารย์..ได้โปรดรับเกาเฉินเฉินเป็นศิษย์ด้วย!” เกาเฉินเฉินพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคักเกาเทียนหลงเองก็ขมวดคิ้วพร้อมกับทำตามเกาเฉินเฉิน..หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกแต่ก็ช้าเกินไปที่จะลุกขึ้นไปห้ามได้ เขาจึงรีบปล่อยมือที่กอดอกอยู่ และส่งกำลังภายในผ่านฝ่ามือไปยับยั้งร่างของเกาเทียนหลง และเกาเฉินเฉินไม่ให้คุกเข่าได้เกาจิ้นสงและเกาซิงฉางได้เห็นภาพนั้นก็ถึงกับตกใจจนแทบช็อค!การที่หลิงหยุนสามารถควบคุมลมปราณภายในร่างกายได้ดีถึงเพียงนี้เขาต้องอยู่ในขั้นใหนกันแน่!หลังจากนั้น..หลิงหยุนก็รีบลุกขึ้น และพุ่งตัวไปหาเกาจิ้นสงที่กำลังยืนงงอย่างรวดเร็ว“ท่านปู่เกา..ถึงอย่างไรข้าก็ต้องช่วยฝึกวรยุทธให้กับเฉินเฉินและพี่เทียนหลงอยู่แล้ว เพียงแต่ระหว่างพวกเราสามคนคงไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าอาจารย์.. และข้าเองก็ไม่ต้องการเช่นนั้น!”คนหนึ่งคือหญิงคนรักที่หลิงหยุนเพิ่งจะไปช่วยออกมาให้รอดพ้นจากความตายส่วนอีกคนก็คือพี่ชายของว่าที่ภรรยา หากทั้งคู่ต้องกราบเขาเป็นอาจารย์จริงๆ ก็คงจะสนุกสนานไม่น้อยเลยทีเดียว“ถ้าเช่นนั้นก็ยิ่งดี..ชายชราเช่นข้าก็จะไม่ฝืนใจเจ้าอีกแล้ว!” เกาจิ้นสงร้องบอกพร้อมหลิงหยุนด้วยรอยยิ้ม“ท่านปู่เกา..อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย!”สุนัขจิ้งจอกเฒ่าก็ย่อมเป็นสุนัขจิ้งจอกเฒ่าอยู่วันยังค่ำ! เกาจิ้นสงนั้นอยู่ในเกมการเมืองเช่นนี้มาหลายทศวรรษ มีหรือที่จะไม่มีเล่ห์เหลี่ยม และเพียงคำพูดไม่กี่คำก็สามารถต่อรองให้หลิงหยุนยอมสอนวรยุทธให้กับหลานชายและหลานสาวได้!เวลานี้คนตระกูลเกาทั้งสิบสองคนต่างก็รับรู้แล้วว่าในวันข้างหน้าไม่ช้าก็เร็วเกาเฉินเฉินก็จะต้องกลายเป็นผู้หญิงของหลิงหยุนอย่างแน่นอน เรื่องนี้แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออก แต่เกาจิ้นสงไม่ต้องการเพียงเท่านั้น เขายังมีอีกสองสามเรื่องที่ยังไม่ได้พูดกับหลิงหยุน..“เอาล่ะ..หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าก็ยังมีเรื่องที่ต้องพูดอีกสองสามเรื่อง”เมื่อเห็นว่าหลิงหยุนรับปากง่ายดายเช่นนี้เกาจิ้นสงก็พูดต่อด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข“หลิงหยุน..เวลลานี้ตระกูลเกาเองก็คงไม่ต้องปกปิดอะไรเจ้าอีกแล้ว!”เมื่อรับมาก็ย่อมต้องให้กลับคืน..คำพูดนี้เกาจิ้นสงเข้าใจดีกว่าใครๆ และสิ่งแรกที่เกาจิ้นสงมอบให้กับหลิงหยุนคือความไว้วางใจเพราะหากแม้แต่เรื่องแค่นี้ตระกูลเกายังไม่สามารถให้หลิงหยุนได้เขาก็คงจะไม่เสียเวลาทำอะไรให้กับตระกูลเกาอีก“ขอบอกกับเจ้าตามตรง..เรื่องที่คนตระกูลเกาได้กลายเป็นแวมไพร์นั้น ตระกูลใหญ่ในประเทศนี้ล้วนแล้วแต่รู้เรื่องหมดแล้ว!”หลิงหยุนคิดใคร่ครวญถึงเมื่อครั้งที่เหล่ากุ่ยได้ยินเรื่องแวมไพร์เป็นครั้งแรกแม้ว่าสีหน้าของเขาจะดูประหลาดใจสุดขีด แต่เพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวก็สามารถยอมรับได้เช่นเดียวกับที่หลิงหยุนพาเพียร์ซกับจอยซ์ไปช่วยคนตระกูลหลิงตระกูลหลิงเองต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้เห็นแวมไพร์ทั้งสี่ตนที่เป็นบริวารของเขาเช่นนั้นแล้ว..มีหรือที่ตระกูลใหญ่ในประเทศนี้จะไม่เคยล่วงรู้มาก่อนว่าในโลกใบนี้มีแวมไพร์อยู่จริง และหากพวกเขาตอบว่าไม่รู้ แน่นอนว่าพวกเขาก็ย่อมไม่ใช่ตระกูลใหญ่จริง..เกาจิ้นสงเองก็รู้ว่าหลิงหยุนได้สังหารแวมไพร์หลายร้อยตนมาแล้วเขาจึงไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรมาก“เฉินเฉินนั้นไม่เคยล่วงรู้เรื่องเกี่ยวกับปีศาจหรือแวมไพร์มาก่อน แต่สำหรับข้ากับพ่อของเฉินเฉินนั้น พวกเราต่างก็รู้เรื่องนี้กันดี”เกาเทียนหลงเองก็เป็นผู้ที่จะมาสืบทอดตระกูลเกาคนต่อไปเขาจึงรู้เรื่องนี้ดีเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเขากลับมาบ้านช่วงวันหยุด และได้พบกับความผิดปกติภายในครอบครัว เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าตระกูลเกาของตนเองนั้นได้ถูกแวมไพร์ควบคุมไว้หมดแล้ว เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปพบหลิงหยุนที่เมืองจิงฉู เพราะรู้ว่าเขาเป็นหมอที่เก่งที่สุด!“ขอบอกตามตรงไม่มีใครคิดว่าตระกูลเฉินจะกล้าใช้วิธีสกปรกเช่นนี้จัดการกับตระกูลเกา แม้แต่ตัวข้าเอง.. จนถึงตอนนี้ก็แทบไม่อยากจะเชื่อ! ตระกูลเฉินโอหังมากเกินไป กล้าพาแวมไพร์เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในประเทศจีน พวกมันเดินหมากเหนือมากทีเดียว..”จากนั้นเกาจิ้นสงก็เงยหน้าขึ้นถามหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน.. เวลานี้สถานการณ์ภายนอกเป็นเช่นไร สงบ หรือว่าโกลาหล?”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า“อาวุโส.. เวลานี้สถานการณ์ภายนอกเงียบสงัดไร้คลื่นลม แต่ตระกูลเฉินกลับตรงข้าม..”แน่นอนว่าเวลานี้ตระกูลเฉินต้องโกลาหลอย่างแน่นอนเพราะสองสามวันที่ผ่านมา คนของตระกูลเกาก็ถูกช่วยออกมาจนหมด ยอดฝีมือของตระกูลเฉินมากกว่าร้อยคนก็ถูกสังหาร อีกทั้งเฉินไห่คุนและเฉินเจี้ยนจื่อก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน ส่วนเฉินเจี้ยนกุ่ยก็ถูกจับตัวไป ครั้งนี้จึงนับว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของตระกูลเฉินหากพวกมันยังสามารถสงบนิ่งอยู่ได้ก็คงเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากเกาจิ้นสงพยักหน้าและมองด้วยสายตาเย็นชาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “สามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือได้เช่นนี้ ดูท่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังตระกูลเฉินคงจะไม่ใช่เล็กๆแล้วล่ะ!”