ตอนที่ 430
บทที่ 771-772
October 22, 2026
บทที่ 771 : ความฉลาดของเกาจิ้นสง! หลิงหยุนสังเกตุเห็นรังสีสังหารเปล่งประกายออกมาจากดวงตาสีแดงเข้มของเกาจิ้นสงและจากแววตาของเกาจิ้นสงนั้น ทำให้หลิงหยุนรู้ว่าหลังจากนี้เกาจิ้นสงจะต้องนำลูกหลานตระกูลเกาตอบโต้ตระกูลเฉินอย่างสาสมแน่นอน และเมื่อเป็นเช่นนี้..ตระกูลเกาก็คือตระกูลแรกที่จะเป็นพันธมิตรกับตระกูลหลิง! “แต่มีบางอย่างที่ข้ากับเทียนหลงเองก็ไม่อาจรู้ได้..เพราะระหว่างที่พวกเราถูกเนตรปีศาจของเฉินเจี้ยนกุ่ยสะกดจิตไว้นั้น ไม่รู้ว่าได้เล่าความลับอะไรของตระกูลเกาอออกไปให้มันได้ล่วงรู้บ้าง” เนตรปีศาจนั้นสามารถใช้สะกดจิตเพื่อควบคุมความคิดจิตใจ และพฤติกรรมของมนุษย์ได้ ทำให้มนุษย์เหล่านั้นกลายเป็นบริวารที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีของเหล่าแวมไพร์.. และภายใต้การสะกดจิตของเนตรปีศาจจิตใจของคนผู้นั้นจะถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ หากอีกฝ่ายต้องการสังหารคนผู้นั้นก็ย่อมเป็นเรื่องง่ายเพียงนิดเดียว ผู้ที่ถูกสะกดจิตด้วยเนตรปีศาจจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าในช่วงเวลานั้นๆ ตนเองได้พูดและทำอะไรลงไปบ้าง! “แต่พวกเราตระกูลเกายังนับว่าโชคดีมากที่ได้เจ้าช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากการสะกดจิตและควบคุมของเนตรปีศาจ จนสามารถกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีกครั้ง!” ตั้งแต่ที่เกาจิ้นสงได้สติและหลุดพ้นจากการควบคุมของเนตรปีศาจนั้น เขาก็ครุ่นคิดถึงปัญหาข้อนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง เพราะแม้แต่เขาเองก็จำไม่ได้ว่าได้บอกเล่าสิ่งใดให้เฉินเจี้ยนกุ่ยล่วงรู้ไปแล้วบ้าง แววตาของเขาจึงดูสับสนอย่างมาก.. “ก่อนที่ข้าจะคิดทำการอะไรต่อไปสิ่งแรกที่ข้าต้องรู้ก็คือสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายนอก..” เกาจิ้นสงเลิกคิ้วขึ้นสูงแต่สีหน้านั้นกลับสงบนิ่ง.. และนี่เป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนได้เห็นอีกด้านของเกาจิ้นสงที่ทั้งดุดันสงบนิ่ง และไม่มีอาการตื่นตระหนกตกใจแม้แต่น้อย.. นี่คือลักษณะของผู้นำที่แท้จริง!ผู้ที่อยู่ในฐานะผู้นำนั้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงความรู้สึกใดๆออกมาให้ผู้อื่นได้เห็น.. “ท่านปู่เกา..ท่านคิดว่าต้องใช้เวลาในการสืบดูสถานการณ์ภายนอกนานเท่าไหร่” เมื่อได้ยินคำพูดของเกาจิ้นสงหลิงหยุนก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกาจิ้นสงนั้นต้องการที่จะกอบกู้อำนาจของตระกูลเกากลับคืนมา! การกระทำของเฉินเจี้ยนกุ่ยนั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตระกูลเกาเลยก็ว่าได้ เพราะมันตั้งใจที่จะทำให้ทุกคนในตระกูลเกาตกเป็นบริวารของมัน และสถาปนาตนเองเป็นเจ้าชีวิตของทุกคน! ระหว่างที่ถูกเฉินเจี้ยนกุ่ยใช้เนตรปีศาจสะกดจิตนั้นทั้งเกาจิ้นสง เกาซิงฉาง และคนอื่นๆ ต่างก็ได้บอกเล่าความลับของตระกูลเกา สถานที่สำคัญๆ รวมถึงรหัสต่างๆให้กับเฉินเจี้ยนกุ่ยได้รู้ อีกทั้งยังได้ออกคำสั่งภายใต้นามตระกูลเกาที่ตนเองก็คาดไม่ถึงด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่าคำสั่งเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ต้องไม่เป็นผลดีต่อตระกูลเกาแต่กลับเป็นผลดีต่อตระกูลเฉินทั้งสิ้น! “เรื่องนี้ข้าไม่สะดวกออกหน้าทำด้วยตัวเองคงต้องให้เทียนหลงเป็นตัวแทนไปจัดการ แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องทำอย่างลับๆเท่านั้น ห้ามไม่ให้ตระกูลเฉินล่วงรู้โดยเด็ดขาด คาดว่าน่าจะใช้เวลาอย่างเร็วที่สุดก็คงหนึ่งสัปดาห์ หรือไม่เกินสิบวันหากไม่มีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น!” เกาจิ้นสงตอบคำถามหลิงหยุนทุกอย่างโดยไม่คิดที่จะปิดบังอะไร.. การต่อสู้และสังหารศัตรูนั้นเป็นเพียงไพ่ใบสุดท้ายเท่านั้น ในเมืองหลวงเช่นนี้ยังมีเกมการเมืองที่เหนือกว่านี้อีกมาก ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ และการวางหมาก.. เวลานี้หลิงหยุนเองก็ได้ช่วยเกาเฉินเฉินออกมาแล้วเกาจิ้นสงจึงไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลหรือห่วงอะไรอีก เขาจึงคิดที่จะตอบโต้ตระกูลเฉินอย่างจริงจังเสียที! “หลิงหยุน..ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า!” ตั้งแต่ที่หลิงหยุนช่วยคนตระกูลเกาออกมาได้นั้นเกาจิ้นสงเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้พูดคุยกับหลิงหยุนอย่างเปิดอกเช่นนี้มาก่อน เกาจิ้นสง..ชายชราอายุเจ็ดสิบปีที่ไม่เพียงเป็นปู่ของเกาเฉินเฉิน แต่ยังเปรียบเสมือนหางเสือของตระกูลเกาอีกด้วยนั้น ระหว่างที่พูดคุยกับหลิงหยุน.. เขาก็ได้ทิ้งสถานะสูงส่งที่ว่าออกไปจนหมด และพูดคุยกับหลิงหยุนราวกับว่าหลิงหยุนเป็นสหายของเขาคนหนึ่งเพื่อไม่ให้หลิงหยุนรู้สึกอึดอัดเกรงใจ.. แต่แน่นอนว่าคนอย่างหลิงหยุนไม่มีทางรู้สึกเช่นนั้นแน่เพราะเขาคือผู้ที่ช่วยเหลือตระกูลเกา.. แต่ถึงแม้ว่าเขจะไม่ได้ช่วยเหลือตระกูลเกาหลิงหยุนก็ยังคงเป็นหลิงหยุนที่ไม่เคยถ่อมตน เป็นหลิงหยุนที่มีจิตใจสงบนิ่ง และพอใจในตัวเองเช่นนี้เสมอ! หลิงหยุนได้เห็นความเฉลียวฉลาดของเกาจิ้นสงเขาสังเกตุเห็นว่าเกาจิ้นสงนั้นสามารถเรียนรู้และเข้าใจอุปนิสัยของเขาได้อย่างรวดเร็ว สังเกตุได้จากการที่เกาจิ้นสงพูดคุยกับเขาอย่างเปิดเผย และไม่คิดที่จะปิดบัง หรือเสแสร้งใดๆ “ท่านปู่เกา..เชิญท่านพูดมาเถิด!” “หลิงหยุน..เวลานี้เฉินเจี้ยนกุ่ยก็ถูกเจ้าจับกุมตัวไว้แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ตระกูลเฉินก็คงจะโกลาหลวุ่นวายอย่างมาก คงไม่มีเวลาที่จะคิดกระทำการใดๆ แต่ต่อให้พวกมันคิดจะจัดการกับตระกูลเกาเวลานี้ ก็คงจะไม่สามรถสู้กับพวกเราที่เป็นแวมไพร์ได้อย่างแน่นอน!” “อีกทั้งเวลานี้พวกเราทั้งสิบคนก็ได้รับการรักษาจนสภาพจิตใจกลับมาเป็นปกติแล้วเลือดที่เหลืออยู่ก็มีเพียงพอ คงไม่จำเป็นต้องให้เทียนหลงกับเฉินเฉินอยู่ดูแลพวกเราที่นี่ต่อไปอีก พวกเราสามารถดูแลตัวเองได้!” “ข้าจึงอยากให้เทียนหลงกับเฉินเฉินไปอยู่ข้างนอกและอยากจะขอร้องให้เจ้าช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับหลานชาย และหลานสาวของข้าทั้งสองคนด้วย..” หลิงหยุนได้ฟังแล้วก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่าเมื่อครู่เขายังเป็นอาจารย์ของทั้งคู่อยู่เลย แต่เพียงแค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเขาก็ต้องกลายมาเป็นบอดี้การ์ดของทั้งคู่ไปแล้ว.. “ท่านปู่เกา..เรื่องนั้นเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว ท่านปู่อย่าได้กังวลใจไป ข้ารับรองว่าเทียนหลงกับเฉินเฉินจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน!” แม้ในใจจะนึกบ่นชายชราที่ทั้งฉลาดและมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายแต่ปากก็ร้องตะโกนออกไปอีกอย่าง อยู่ต่อหน้าเกาเฉินเฉินที่กำลังจ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตาเช่นนี้มีหรือที่หลิงหยุนจะกล้าลังเลอ้ำอึ้ง เพราะหากเขาปฏิเสธคำขอร้องของเกาจิ้นสง ก็เท่ากับปฏิเสธการร่วมหอลงโลงกับเกาเฉินเฉินในวันข้างหน้าด้วย.. “นี่หลิงหยุน..เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่จึงจะถูกต้อง..” เกาเทียนหลงที่ยืนอยู่ข้างๆแสร้งร้องตะโกนบอกหลิงหยุนอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินหลิงหยุนเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำนำหน้า..หลังจากที่ได้พูดคุยปรึกษาหารือกันมาครู่ใหญ่เกาเทียนหลงก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น จึงเพิ่งจะนึกถึงฐานะของตนเองกับหลิงหยุนซึ่งจะมาเป็นน้องเขยในวันข้างหน้าทุกคนในห้องได้ฟังต่างก็พากันหัวเราะเสียงดังออกมาอย่างมีความสุข..หลิงหยุนทำท่าทางกระอักกระอ่วนพร้อมตอบกลับไปอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้“นี่.. อยากจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าพี่ ก็ต้องถามความเห็นจากเฉินเฉินก่อนว่าจะยอมแต่งกับฉันหรือเปล่า”ดวงตาคู่งามมีเสน่ห์ของเกาเฉินเฉินจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นอายๆว่า“เกี่ยวอะไรกับฉัน!”ทุกคนในห้องต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดังอีกครั้งและเวลานี้บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนจากเคร่งเครียดเมาป็นผ่อนคลายและมีความสุข..หลังจากหัวเราะสนุกสนานกันไปครู่หนึ่งเกาจิ้นสงก็หันไปทางหน้าต่างจ้องมองไปยังแสงไฟสลัวท่ามกลางความมืด แต่จู่ๆก็ถามโพล่งขึ้นมา“หลิงหยุน..เจ้าเองก็เพิ่งจะมาถึงปักกิ่งไม่ใช่รึ แล้วบ้านหลังนี้..”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘ในที่สุดก็สงสัยจนได้สินะ!’แต่หลิงหยุนตอบกลับไปเพียงแค่สั้นๆ“ท่านปู่เกา.. นี่คือบ้านแถบชานเมืองของครอบครัวข้าเอง!”“อืมม!”เกาเทียนสงทำเสียงรับรู้เพียงแค่นั้นแล้วปิดปากเงียบทันที และไม่คิดที่จะถามอะไรต่อ!“ห๊ะ!บ้านหลังนี้เป็นบ้านของนายเองงั้นเหรอ?!” เกาเฉินเฉินร้องอุทานออกมาทันที‘หลิงหยุนไม่ใช่เพิ่งมาจากเมืองจิงฉูหรอกเหรอแล้วทำไมถึงได้มีบ้านอยู่ที่ปักกิ่งได้?’เกาเฉินเฉินได้แต่นึกถึงคำเรียก‘นายน้อยสี่’ ที่เหล่ากุ่ยใช้เรียกหลิงหยุนมาโดยตลอด..เวลานี้คนทั้งตระกูลเการวมถึงเกาเฉินเฉิน และเกาเทียนหลง ต่างก็ไม่มีใครรู้ว่าหลิงหยุนนั้นได้กลายมาเป็นนายน้อยสี่แห่งตระกูลหลิงไปแล้ว!คำถามของเกาจิ้นสงดูเหมือนจะทำให้ฐานะของหลิงหยุนเกือบต้องถูกเปิดเผยโดยไม่รู้ตัวและหากเกาจิ้นสงถามต่อ แน่นอนว่าหลิงหยุนคงต้องเผชิญหน้ากับการเปิดเผยฐานะของตนเองอย่างแน่นอนความจริงแล้ว..ความสัมพันธ์ระหว่างหลิงหยุนกับเกาเฉินเฉินเวลานี้ ต่อให้หลิงหยุนเปิดเผยฐานะของตนเองก็คงไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้ตระกูลเกากำลังอ่อนแอ และตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าตระกูลหลิงเสียอีก หากหลิงหยุนเปิดเผยฐานะของตนเองให้ทุกคนได้รู้ แต่คนในตระกูลเกาคนใดคนหนึ่งถูกจับตัวไป และถูกเค้นถามเรื่องนี้ หลิงหยุนเองก็คงจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน!หลิงหยุนตั้งใจไว้ว่าอย่างน้อยก็ต้องหาหลิงเสี่ยวให้พบเสียก่อนหรือไม่อย่างน้อยก็ต้องได้รู้เบาะแสหลิงเสี่ยว เขาจึงจะสามารถเปิดเผยฐานะของตนเองได้..ในเมืองหลวงที่กว้างขวางใหญ่โตนี้มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากมาย บอกไม่ได้แม้กระทั่งว่าใครคือมิตร และใครคือศัตรู หากหลิงหยุนเปิดเผยฐานะของตนเองออกไป เขาเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อพ่อของเขาที่หายตัวไป..หลิงเสี่ยวอยู่ที่ใดกันแน่และในเมื่อเกาจิ้นสงไม่ถามหลิงหยุนก็เลือกที่จะไม่พูดเช่นกัน เขาเพียงแค่ยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ท่านปู่..หากท่านปู่คิดว่าไม่สะดวกใจที่จะอยู่ที่นี่ ข้าก็จะหาที่อยู่ใหม่ให้”เกาจิ้นสงเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนพร้อมกับตอบยิ้มๆ“ไม่ต้อง.. อยู่ที่ห้องใต้ดินนี้ก็สะดวกดีแล้ว”ในช่วงเวลาเช่นนี้ไม่มีที่สำหรับตระกูลเกา! เมืองหลวงกว้างใหญ่ไพศาล แต่กลับไม่มีที่ปลอดภัยสำหรับตระกูลเกา เกาจิ้นสงจึงจำต้องตอบหลิงหยุนกลับไปเช่นนั้น“ไม่ทราบว่าท่านปู่คิดจะจัดการกับเฉินเจี้ยนกุ่ยอย่างไร”หลิงหยุนถามขึ้นเฉินเจี้ยนกุ่ยนั้นเป็นศัตรูที่ตระกูลเกาแค้นเคืองอย่างมากคนในตระกูลเกาแทบทุกคนคงอยากจะแล่เนื้อเถือหนัง และฉีกเนื้อของเฉินเจี้ยนกุ่ยออกเป็นชิ้นๆ หลิงหยุนจึงต้องถามความเห็นจากเกาจิ้นสงเสียก่อนและดูเหมือนชื่อของเฉินเจี้ยนกุ่ยจะมีมนต์ขลังทันทีที่หลิงหยุนพูดชื่อเฉินเจี้ยนกุ่ยออกมา ทั้งเกาจิ้นสง เกาซิงฉาง และลู่เฉียวฟาง ต่างก็คล้ายกับพยายามกดข่มความรู้สึกบางอย่าง..พวกเขากำลังต่อต้านความรู้สึกในการยอมจำนนต่อเฉินเจี้ยนกุ่ยที่อยู่ในจิตใจ!“ไว้ค่อยพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง!”เกาจิ้นสงพูดบังคับตนเองให้พูดออกมาอย่างยากลำบากเฉินเจี้ยนกุ่ยนั้นคือศัตรูตัวฉกาจของตระกูลเกาแต่คนตระกูลเกากลับเกิดความรู้สึกที่อยากจะยอมจำนนต่อศัตรูของตนเองอยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ นี่นับว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างมากของตระกูลเกา!“พวกเจ้าสามคนต้องทำทุกอย่างให้เงียบที่สุดอย่าให้ล่วงรู้ไปถึงหูของคนตระกูลเฉินได้ แล้วก็ต้องระมัดระวังตัวให้มาก ตระกูลเกาไม่อาจสูญเสียได้มากกว่านี้อีกแล้ว..”เกาจิ้นสงเอ่ยออกมาในที่สุด..บทที่ 772 : ได้เวลาบ่มเพาะเคียงคู่!“เฉินเฉิน..ทุกอย่างจะต้องค่อยๆดีขึ้น!”หลังจากเที่ยงคืนผ่านไปหลิงหยุนก็พาเกาเฉินเฉินไปขึ้นรถแลนด์โรเวอร์แล้วขับออกจากบ้านมุ่งหน้าไปพบกับถังเมิ่งที่โรงแรมส่วนเกาเทียนหลงนั้นหลังจากปรึกษาหารือกับหลิงหยุนมาเป็นเวลานานเขาก็ยังมีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกับท่านปู่และท่านพ่อของเขาอีกหลายเรื่อง เกาเทียนหลงจึงเลือกที่จะอยู่บ้านหลังนี้ต่อ