ตอนที่ 432
บทที่ 775-776
October 22, 2026
บทที่ 775: หย่าร้าง! นับวันหลิงหยุนก็เริ่มติดต่อได้ยากมากขึ้นเรื่อยๆสาวงามรอบกายหลิงหยุนจึงเค่อยๆเห็นความสำคัญของถังเมิ่งขึ้นมาทุกวัน.. เวลานี้ถังเมิ่งเปรียบเสมือนมือขวาของหลิงหยุนเขามีหน้าที่จัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆให้กับหลิงหยุน แทบทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลิงหยุนก็มักจะสุมลงมาบนศรีษะของเขาแต่เพียงผู้เดียว การจะหาตัวหลิงหยุนนั้นช่างยากเย็นเสียเหลือเกินอีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อได้ง่ายๆ ตรงข้ามกับถังเมิ่งที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา และทุกคนต่างก็รู้ดีว่าหากต้องการรู้เรื่องของหลิงหยุน ก็ต้องโทรหาถังเมิ่งจึงจะได้เรื่องมากที่สุด! หญิงงามรอบตัวหลิงหยุนนั้นล้วนแล้วแต่มาจากครอบครัวที่มีฐานะดี หากหลิงหยุนต้องประสบกับปัญหาอะไร พวกเธอก็สามารถจัดการให้ได้อย่างง่ายดาย แต่ทุกคนต่างก็รู้จักหลิงหยุนดีเขามักใช้งานคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่น้องของเขาเท่านั้น แต่ไม่นิยมใช้งานหญิงสาวรอบตัว อีกทั้งในช่วงของการฝึกฝนกำลังภายในและวรยุทธหรือมีธุระที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง หลิงหยุนก็มักจะลืมสาวงามรอบๆตัว และต่อให้สาวงามเหล่านั้นจะมีเสน่ห์ยั่วยวนมากเพียงใด แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับการบ่มเพาะของเขา.. เพราะสำหรับหลิงหยุนแล้วการฝึกจิตแห่งเต๋านั้นสำคัญกว่าเรื่องใดๆ เพราะนี่คือการฝึกบ่มเพาะที่แท้จริง! หลิงหยุนนั้นมีความปรารถนาที่จะเดินไปตามเส้นทางที่ตนได้เลือกแล้ว.. และแน่นอนว่าระหว่างที่หลิงหยุนมีความสุขกับการได้เดินตามเส้นทางที่เลือกไว้นั้นบรรดาหญิงงามรอบตัวเขาก็ต้องระทมทุกข์ เพราะไม่สามารถอยู่กับหลิงหยุนได้อย่างที่ใจต้องการ ดังนั้นทั้งหลินเมิ่งหานและเหยาลู่ต่างก็ทุกข์ใจในเรื่องเดียวกันแต่พวกเธอก็เลือกที่จะปกปิดความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ ไม่เปิดเผยออกมาให้เห็นง่ายๆ “อะไรกัน..เวลานี้ถังเมิ่งใหญ่โตจะตายไป ยังจะเห็นฉันอยู่ในสายตาอีกเหรอ!” หลินเมิ่งหานไม่สนใจฟังคำแก้ตัวของเหยาลู่พร้อมกับพูดจาประชดประชันถังเมิ่ง ถังเมิ่งที่อยู่ไกลถึงปักกิ่งจู่ๆก็รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง และกำลังรู้สึกว่าตนเองได้ทำอะไรผิดไป.. เหยาลู่ยิ้มปลอบใจหลินเมิ่งหานพร้อมกับตอบไปว่า“พี่หลิน.. ถังเมิ่งไม่กล้าคิดอะไรแบบนั้นหรอก!” “คอยดูนะ..ฉันจะไม่ยกโทษให้เลย!” หลินเม่งหานตอบพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่จนหน้าอกใหญ่โตทั้งสองข้างกระเพื่อมขึ้นแล้วจึงถามต่อว่า “เมื่อครู่เธอบอกว่าหลิงหยุนกำลังไปหาถังเมิ่งใช่มั๊ย” “อืมม..”เหยาลู่ทำเสียงพึมพำอยู่ในลำคอ สีหน้าของหลินเมิ่งหานเปลี่ยนเป็นดีใจขึ้นมาทันทีเธอยิ้มแก้มปริพร้อมกับร้องบอกเหยาลู่ “ถ้างั้นอีกสักพักฉันจะลองโทรไปหาหลิงหยุนใหม่ดูสิว่าครั้งนี้เขาจะรับโทรศัพท์มั๊ย ถ้าหลิงหยุนยังไม่ยอมรับโทรศัพท์อีก ฉันจะบินไปจัดการกับเขาที่ปักกิ่งเลยคอยดู!” เหยาลู่ได้แต่พูดหยอกเย้ากลับไปเพื่อให้หลินเมิ่งหานอารมณ์ดี“ฉันกลัวแต่ว่าพี่ไปถึง ก็จะตรงเข้าไปจูบหลิงหยุนแทนน่ะสิ!” หลินเมิ่งหานทำท่าเขินอายพร้อมกับคว้าหมอนที่วางอยู่ข้างๆโยนใส่เหยาลู่ทันที …… “ฉางหลิง..นี่ลูกเดินวนไปวนมาสักทีได้มั๊ย แม่เวียนหัวไปหมดแล้ว!” “แม่คะ..หนูจะไปปักกิ่ง!” บนคอนโดชั้น17 ห้อง 1701.. ฉางหลิงสวมชุดนอนผ้าไหมสีแดงกุหลาบและกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ภายในห้องรับแขก และนั่นทำให้แม่ของฉางหลิงถึงกับวิงเวียนศรีษะ สีหน้าของหลินเฟิ่งจินบ่งบอกว่าภายในใจกำลังรู้สึกอะไรมากมายแต่ใบหน้านั้นกลับดูเหนื่อยหน่าย.. วันนี้ฉางหลิงกำลังตื่นเต้นดีใจกับคะแนนสอบเอนทรานซ์ที่สูงมากของตนเองแต่กลับไม่รู้ตัวว่าพ่อกับแม่ของเธอกำลังจะไปเซ็นต์ใบหย่ากัน เหลียงเฟิ่งจินเป็นนักเปียโนที่มีพรสวรรค์เธอเป็นสาวใหญ่ที่ยังคงดูเซ็กซี่สวยงาม เป็นที่ดึงดูดของเพศตรงข้ามอย่างมาก นิ้วทั้งสิบของเธอนั้นเรียวยาวอ่อนช้อย และงดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ ส่วนนิ้วนางนั้นดูเหมือนจะเป็นนิ้วที่อ่อนช้อยกว่านิ้วใดๆ แม้เหลียงเฟิ่งจินจะมีใบหน้าและรูปร่างที่งดงามอย่างที่ผู้หญิงมากมายใฝ่ฝัน แต่เมื่อสิบปีที่แล้วก็เกิดเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดขึ้นกับตัวเธอ.. ฉางฮั่นเหลียง– สามีของเหลียงเฟิ่งจิน และเป็นพ่อของฉางหลิง ได้ทำให้เหลียงเฟิ่งจิงเจ็บปวดเสียใจอย่างที่สุด! และเรื่องที่น่าขันที่สุดก็คือ..ผู้หญิงซึ่งเป็นมือที่สามและเป็นฝ่ายแย่งสามีของเธอไปนั้น กลับไม่มีคุณสมบัติใดๆเทียบเท่าเธอได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปร่างหน้าตา และหากจะเปรียบเทียบผู้หญิงคนนั้นกับเหลียงเฟิ่งจินให้เห็นอย่างชัดเจน ก็คงจะไม่ต่างจากไก่กับหงส์ แต่ก็อย่างว่า..หญิงสาวผู้เพียบพร้อมมักจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในชีวิตแต่งงาน.. หรือจะพูดง่ายๆก็คือว่า..ดอกไม้ในบ้านหรือจะสู้ดอกไม้ป่าที่มีกลิ่นฉุน และสามารถดึงดูดผู้ชายได้มากกว่า! มือที่สามที่แย่งสามีของเหลียงเฟิ่งจินไปนั้นก็คือเพื่อนร่วมงานของฉางฮั่นเหลียงเอง และยังเป็นผู้ช่วยของเขาอีกด้วย ฉางฮั่นเหลียงเป็นนักธรณีวิทยาจึงต้องออกไปทำงานนอกบ้านอยู่เสมอๆ และกว่าครึ่งปีมานี้เขาก็อยู่บ้านไม่ถึงหนึ่งเดือนด้วยซ้ำไปอีกทั้งในช่วงเวลาที่เกิดเรื่องขึ้นนั้นทั้งฉางฮั่นเหลียงและเหลียงเฟิ่งจินก็ตกอยู่ในช่วงอาถรรพ์เจ็ดปีของชีวิตคู่ด้วย และในการออกไปทำงานข้างนอกของฉางฮั่นเหลียงนั้น ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ตามป่าเขาแห้งแล้งกับเพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างศรัทธาในตัวเขา เรื่องราวเช่นนี้จึงสามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา..และนับตั้งแต่นั้นมาฉางฮั่นเหลียนก็มักจะอ้างเรื่องงาน และไม่ค่อยกลับบ้านอีก..แต่ความลับก็ไม่เคยมีในโลกดังคำพูดว่ากำแพงมีหูประตูมีช่อง เพราะไม่นานเหลียงเฟิ่งจินก็รู้เรื่องนี้เข้าจนได้ และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ต่างก็ทำสงครามเย็นใส่กันมานานนับสิบปีแต่ที่ทั้งคู่ยังคงใช้ชีวิตร่วมกันมานานถึงสิบปีนั้นก็เพราะว่าเหลียงเฟิ่งจินเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวนั่นเองวันนี้..การสอบเอนทรานซ์ของฉางหลิงก็ผ่านพ้นไปแล้ว อีกทั้งคะแนนสอบก็ออกมาดีเกินกว่าที่คาดคิด คะแนนของฉางหลิงนั้นแม้แต่มหาวิทยาลัยหยานจิง และมหาวิทยาลัยหัวชิงก็เข้าได้ จึงไม่ต้องพูดถึงการเข้ามหาวิทยาลัยการสื่อสารตามที่เธอปรารถนาเมื่อเห็นว่าฉางหลิงมีผลสอบที่ดีเยี่ยมเช่นนี้เหลียงเฟิ่งจินก็ดีใจจนพูดไม่ออก เธอรู้สึกว่าความอดทนที่ผ่านมาของเธอนั้นไม่เสียเปล่า แต่กลับได้ผลอย่างยอดเยี่ยม!การฝืนใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและแทบไม่ต้องพูดถึงความขมขื่นที่ต้องทนอยู่ในสภาพนี้มานานนับสิบปีระหว่างที่ฉางหลิงกำลังดีอกดีใจอยู่นั้นเหลียงเฟิ่งจินก็เดินออกจากห้องรับแขกไปอย่างเงียบๆ และแอบโทรหาสามีเพื่อนัดหมายไปหย่าร้างกันในวันพรุ่งนี้ฉางฮั่นเหลียงนั้นจะเป็นฝ่ายออกจากบ้านและให้เหลียงเฟิ่งจินเป็นผู้ดูแลลูกสาวต่อไป และเรื่องนี้ทั้งคู่ก็ได้ตกลงกันมานานนับสิบปีแล้วสภาพสมรสที่แตกร้าวมานานถึงสิบปีในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นอันจบสิ้นอย่างแท้จริง แต่สองสามีภรรยากลับไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย มีเพียงความเฉยเมยต่อกันเท่านั้น..หลังจากที่ได้วางก้อนหินที่หนักอึ้งนี้ลงเหลียงเฟิ่งจินก็ขับรถไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต หาซื้ออาหารทะเล เป็ด ไก่ ปลา พร้อมกับโทรเรียกน้องสาวของเธอเหลียงเฟิงอี้ให้มาที่บ้านเพื่อร่วมฉลองให้กับฉางหลิงแต่เมื่อกลับไปถึงที่บ้าน..เหลียงเฟิ่งจินกลับพบว่าฉางหลิงได้ปาข้าวของในห้องจนกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมดเหลียงเฟิ่งจินถึงกับตกใจเพราะคิดว่าฉางหลิงคงรู้เรื่องที่เธอกับสามีจะหย่ากันแล้ว แต่เมื่อสอบถามฉางหลิง เธอจึงได้รู้ว่าที่ฉางหลิงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าคะแนนสอบเอนทรานซ์ของหลิงหยุนเป็นศูนย์นั่นเอง..เมื่อฉางหลิงมีสภาพอารมณ์เช่นนี้งานเลี้ยงฉลองจึงต้องถูกยกเลิกไป และหลังจากที่สอบถามจนมั่นใจแล้วว่าหลิงหยุนได้คะแนนเป็นศูนย์จริง ฉางหลิงก็ตัดสินใจที่จะเดินทางไปปักกิ่ง“ลูกจะไปทำอะไรที่ปักกิ่งหลิงหยุนได้ศูนย์คะแนน แล้วลูกจะไปปักกิ่งเพื่ออะไร?” เหลียงเฟิงอี้ร้องเตือนสติฉางหลิงฉางหลิงกระทืบเท้าไม่พอใจและหันไปทำหน้าตาบูดบึ้งใส่แม่พร้อมกับพูดขึ้นว่า “แม่คะ.. ครูกงก็จะไปถึงปักกิ่งพรุ่งนี้เช้า ถังเมิ่งเองก็อยู่ที่ปักกิ่งแล้ว หนูก็อยากจะไปหาหลิงหยุนด้วยนี่..”ความสัมพันธ์ระหว่างฉางหลิงกับหลิงหยุนนั้นเหลียงเฟิ่งจินก็ได้รู้หมดแล้ว จึงไม่จำเป็นที่ฉางหลิงจะต้องปิดบังอะไรอีก“หลิงหยุน..หลิงหยุน.. อะไรก็หลิงหยุน! ตั้งแต่สอบเอนทรานซ์เสร็จ แม่ก็ได้ยินแต่ชื่อหลิงหยุนมาตลอด..”เหลียงเฟิ่งจินพูดต่อ“หลิงหยุนมีเสน่ห์อะไรมากมายงั้นรึ ลูกถึงได้คลั่งไคล้เขามากขนาดนี้!”“ลูกคิดถึงเขาตลอดเวลาแบบนี้..แต่ตั้งแต่แม่กลับมาจนกระทั่งสอบเอนทรานซ์เสร็จ แม่ยังไม่เคยเห็นหลิงหยุนโทรหาลูกเลยสักครั้ง! ” เหลียงเฟิ่งจินพูดออกมาอย่างโมโหและไม่พอใจ“แม่คะ..ช่วงก่อนสอบเอนทรานซ์หลิงหยุนก็มาที่บ้าน แต่ตอนนั้นแม่ไม่อยู่บ้านเอง ส่วนพ่อก็ไม่เคยกลับบ้านมาเป็นปีๆแล้ว..”“เรื่องนั้นแม่รู้..แต่หลังจากสอบเอนทรานซ์เสร็จล่ะ ทำไมหลิงหยุนถึงไม่มาหาลูกบ้าง เขาเป็นแฟนแบบใหนกัน?”เหลียงเฟิ่งจินนั้นล้มเหลวในชีวิตคู่เธอจึงเป็นห่วงลูกสาวมาก แม้ว่าเธอจะเคยฟังเรื่องของหลิงหยุนด้วยความรู้สึกตื่นเต้น แต่ความเย็นชาห่างเหินของหลิงหยุนที่มีต่อลูกสาวของเธอนั้น ทำให้เธอค่อนข้างไม่พอใจหลิงหยุนอย่างมาก“แม่คะ..แม่ไม่รู้อะไร หลิงหยุนยุ่งมาก เขามีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ..”“ลูกเข้าข้างเขาแบบนี้..เอาแต่มองเขาในแง่ดีแบบนี้.. วันที่ต้องเสียใจน้ำตาเช็ดหัวเข่า ก็อย่าตำหนิว่าแม่ไม่เตือนไม่บอกก็แล้วกัน!”“แล้วแม่จะให้หนูไปปักกิ่งมั๊ยคะ”“ลูกจะไปคนเดียวได้ยังไง”“ใครบอกล่ะว่าหนูจะไปคนเดียวแม่สบายใจได้ รับรองว่าต้องมีคนไปกับหนูอย่างแน่นอน! แต่ต่อให้ไม่มีใครไป น้าเล็กก็ต้องไปกับหนูอยู่ดี!”“ลูกกับน้าเล็กเป็นอะไรกันแน่แม่เห็นวันๆเอาแต่สุมหัวคุยกันเรื่องอะไร?”“เอาล่ะ..ถ้าอยากจะไปจริงๆ ก็ไปจัดการจองตั๋วให้เรียบร้อย แล้วก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ!”“ขอบคุณค่ะแม่!”ฉางหลิงกระโดดเข้ากอดแม่ด้วยความตื่นเต้นดีใจเหลียงเฟิ่งจินยกมือขึ้นลูกแผ่นหลังของลูกสาวพร้อมกับคิดในใจว่า‘พรุ่งนี้ลูกไปปักกิ่งแม่ก็จะไปหย่ากับพ่อแล้ว..’ความขมขื่นและภาระหนักอึ้งที่แบกมานานสิบปี ในที่สุดก็จะจบสิ้นลงเสียที!บทที่ 776: เรียนทำอาหาร – ฝึกวิชาคลื่นคงคา!ณบ้านเลขที่ 9 ในหมู่บ้านอ่าวจิงฉูภายในบ้านห้องครัวที่หรูหราใหญ่โตฉินตงเฉี่วยสวมชุดกระโปรงสีขาว และกำลังใช้อาวุธต่างๆจัดการกับปลาและผักที่วางเรียงรายอยู่!