ตอนที่ 433
บทที่ 777-778
October 22, 2026
บทที่ 777: ดั่งมังกรผงาด! ขนตายาวของหนิงหลิงยู่สั่นระริกก่อนที่จะลืมตาขึ้นทันทีดวงตาคู่งามเป็นประกายชวนฝันนั้นจับจ้องอยู่ที่กระแสน้ำวนทั้งสองที่หมุนขึ้นจากผืนน้ำคล้ายกับเสาขนาดใหญ่.. หนิงหลิงยู่เม้มริมฝีปากเล็กน้อยในขณะที่มือและแขนก็ร่ายรำในท่วงท่าสลับซับซ้อน แม้แต่ฉินตงเฉี่วยเองก็ถึงกับมองด้วยความงุนงง ไม่เพียงแขนทั้งสองข้างของหนิงหลิงยู่ที่ร่ายรำไปมาแต่นิ้วที่เรียวงามราวกับหยกทั้งสิบนั้น ก็ขยับกรีดกรายด้วยความรวดเร็วเช่นกัน เสาน้ำวนขนาดใหญ่ทั้งสองยังคงพุ่งขึ้นจากท้องทะเลและลอยตัวอยู่เช่นนั้น! เพราะหาไม่แล้ววิชาคลื่นคงคาคงจะดูไม่มีอะไรน่ากลัว! มือและแขนที่ร่ายรำอย่างรวดเร็วของหนิงหลิงยู่นั้นทำให้เสาน้ำวนทั้งสองเริ่มบิดตัว และเปลี่ยนรูปทรงได้อย่างน่าอัศจรรย์ เวลานี้มันดูคล้ายกับมังกรสีขาวสองตัวกำลังพุ่งขึ้นจากท้องทะเล และม้วนตัวเข้ารัดรึงกันเป็นหนึ่งเดียว.. และนี่คือวิชาคลื่นคงคาที่ใช้ควบคุมกระแสธารา! ระหว่างนั้นเหงื่อเม็ดใหญ่ก็ผุดขึ้นเต็มหน้าผากนวลเนียนของหนิงหลิงยู่แต่เธอยังคงกัดฟันแน่น.. เมื่อได้เห็นภาพของเสาน้ำวนขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าหากันดั่งมังกรขาวกำลังร่ายรำนั้นฉินตงเฉี่วยที่กำลังยิ้มอย่างพึงพอใจก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง! นี่คือการควบคุมพลังปราณให้พุ่งออกจากร่างกาย! หนิงหลิงยู่ไม่เพียงควบคุมการไหลเวียนของลมปราณภายในร่างกายได้แต่ยังสามารถใช้ลมปราณนี้ควบคุมกระแสน้ำให้เกิดเป็นเสาน้ำวนขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึงครึ่งเมตรได้ อีกทั้งยังสามารถควบคุมเสาน้ำวนนี้ให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการได้อีกด้วย และยังสามารถเปลี่ยนรูปร่างของกระแสน้ำเพื่อใช้ในการโจมตีศัตรูได้อีกด้วย! เวลานี้..เสาน้ำทั้งสองที่หนิงหลิงยู่ควบคุมอยู่นั้น ก็ไม่ต่างจากผ้าแพรไหมดำที่ธิดาพรรคมารใช้เป็นอาวุธเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่เปลี่ยนจากผ้าเป็นกระแสน้ำเท่านั้นเอง แต่ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะการใช้งานที่คล้ายกันแต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่หนิงหลิงยู่ได้ทดลองควบคุมกระแสน้ำ ความคล่องแคล่วจึงต่างจากธิดาพรรคมารมาก.. เพราะถึงแม้ว่าเสาน้ำวนทั้งสองจะสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้แต่ก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ และน่าขบขันอย่างมาก.. แต่เพียงแค่นั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งแล้วเพราะเวลานี้หนิงหลิงยู่เองก็อยู่ห่างจากเสาน้ำวนเป็นระยะทางค่อนข้างไกลมาก! และนี่คืออานุภาพของวิชาคลื่นคงคา! “ว้าย!” จู่ๆหนิงหลิงยู่ก็กรีดร้องออกมา พร้อมกับมือทั้งสองข้างก็ถูกกระชากไปทางด้านซ้ายราวกับควบคุมไม่ได้! ตูม! จากนั้นเสาน้ำวนขนาดใหญ่ทั้งสองก็ทรุดตัวลงและกลายเป็นหยดน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งกระจายเข้าใส่ร่างของฉินตงเฉี่วย แม้จะเป็นสายน้ำที่อ่อนนุ่ม แต่ก็ดุดัน! เมื่อเห็นว่าเสาน้ำวนทั้งสองทรุดตัวลงและหยดน้ำมากมายกระจายซัดสาดมาทางร่างของตนเอง เทพธิดาฉินก็เพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับซัดฝ่ามือทั้งสองข้างไปปะทะไว้ และดูเหมือนฉินตงเฉี่วยจะประเมินหนิงหลิงยู่ต่ำไป.. “เฮ้อ..เฮ้อ..” หนิงหลิงยู่ถึงกับหมดเรียวหมดแรงและกำลังนั่งหายใจหอบ ส่วนฉินตงเฉี่วยก็กระโดดหลบกระแสน้ำไปยังโขดหินที่ใกล้ที่สุด นางได้แต่ยืนตะลึงเมื่อสังเกตุเห็นนิ้วเรียวงามทั้งสิบของหนิงหลิงยู่ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด คล้ายกับไม่สามารถควบคุมได้.. คิ้วสองข้างของฉินตงเฉี่วยเลิกขึ้นสูงด้วยความสงสัยและได้แต่แอบถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร.. นางกำลังยืนรอให้หนิงหลิงยู่ฟื้นคืนสู่สภาพเดิม สามนาทีต่อมา..ลมหายใจของหนิงหลิงยู่ก็กลับเข้าสู่สภาพปกติ และร่างงดงามนั้นก็ไม่สั่นเทิ้มอีก มีเพียงฝ่ามือที่ยังคงสั่นไหวเล็กน้อยเท่านั้น หลิงหยุนเคยพูดไว้ว่า..หลังจากที่รู้สึกหมดเรี่ยวแรงอย่างที่สุดนั้น นั่นคือช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง มากกว่าที่จะปล่อยให้หมดเรี่ยวหมดแรงไปอย่างไร้ประโยชน์ ดังนั้น..ทันทีที่หนิงหลิงยู่สามารถปรับตัวได้บ้างแล้ว เธอจึงรีบเดินลมปราณภายในร่างกายทันที และรู้ว่าเวลานี้ตัวเธอเองนั้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-8 เข้าไปทุกทีๆแล้ว “น้าหญิง..” หนิงหลิงยู่ร้องเรียกฉินตงเฉี่วยพร้อมกับร่างสวยงามนั้นก็ลุกขึ้นยืนบนโขดหินทันที.. ผมดกดำที่ยาวถึงเอวและผูกขึ้นเป็นหางม้านั้นปลิวสะบัดไปตามแรงลม ภายหนิงหลิงยู่ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำทะเล และรองเท้าผ้าใบยืนอยู่นั้น ช่างงดงามราวกับเทพธิดาก็ไมปาน.. ฉินตงเฉี่วยทำหน้านิ่งพร้อมกับตำหนิหนิงหลิงยู่“หลิงยู่.. เจ้ารีบร้อนฝึกฝนมากเกินไป!” “เหตุใดเจ้าต้องรีบเร่งถึงเพียงนี้เพียงแค่นี้ก็นับว่าก้าวหน้าได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์แล้ว เจ้าเพิ่งจะเริ่มฝึกกำลังภายใน แต่กลับสามารถเข้าใกล้ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-8 แล้ว..” “อีกอย่าง..การที่เจ้ายังไม่เข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-8 แต่กลับใช้พละกำลังเกินตัวเช่นนี้ เจ้าอยากตายมากหรือยังไง” หนิงหลิงยู่ก้มหน้าที่แดงเป็นลูกตำลึงของตนเองลงและรีบเข้าไปกอดแขนของฉินตงเฉี่วยพร้อมกับทำสีหน้าออดอ้อน “น้าหญิง..ข้าก็แค่อยากจะลองดูเท่านั้นเอง!” ในเรื่องของการฝึกฝนวิชานั้นฉินตงเฉี่วยนับว่าเป็นอาจารย์ที่ค่อนข้างเข้มงวดอย่างมาก และไม่อ่อนข้อให้แม้ว่าหนิงหลิงยู่จะเป็นหลานก็ตาม ฉินตงเฉี่วยทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ“นับว่าเจ้ายังโชคดีที่ไม่ได้ทำแบบนี้ในช่วงที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นใหญ่ ไม่เช่นนั้นข้าบอกได้เลยว่าเจ้าจะต้องลมปราณแตกซ่านและกลายเป็นมารในที่สุด!” “นี่คือการฝึกฝน..เจ้าจะต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละระดับขั้น!” หนิงหลิงยู่ไม่ตอบเธอกัดริมฝีปากคู่งามแน่นพร้อมกับเงยหน้าขึ้น แล้วหันมองไปทางทิศเหนือซึ่งก็คือปักกิ่งนั่นเองถึงแม้หลิงหยุนจะไม่ยอมบอกว่าไปทำอะไรที่นั่นแต่หนิงหลิงยู่ก็เป็นคนเฉลียวฉลาด เธอจึงรู้ว่าการไปของพี่ชายนั้นย่อมไม่พ้นเรื่องของการต่อสู้!หลิงหยุนออกเดินทางอย่างกะทันหันและไม่ยอมบอกเหตุผล อีกทั้งยังไม่ร่ำลาฉินตงเฉี่วยด้วย ตี้เสี่ยวอู๋จึงมีหน้าที่ต้องคอยรายงานเรื่องราวของหลิงหยุนให้นางทราบอยู่เนืองๆหลังจากสอบเอนทรานซ์เสร็จหนิงหลิงยู่ก็เอาแต่ฝึกฝนอย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน เธอทำเช่นนนี้ก็เพื่อให้ตนเองสามารถไปยืนเคียงข้างหลิงหยุนได้โดยเร็วที่สุด และสามารถที่จะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาได้“หลิงยู่..”มีหรือที่ฉินตงเฉี่วยจะไม่รู้ว่าหนิงหลิงยู่กำลังคิดอะไรอยู่เมื่อได้เห็นหนิงหลิงยู่จ้องมองไปทางปักกิ่งเช่นนี้ นางก็ได้แต่ถอนหายใจยาว และเลิกตำหนิหนิงหลิงยู่ทันที“เจ้าตามข้ามา..”ฉินตงเฉี่วยพูดพร้อมกับบจูงมือหนิงหลิงยู่พาขึ้นไปบนหน้าผา..ทั้งสองคนยืนอยู่บนหน้าผา..ฉินตงเฉี่วยปล่อยมือเล็กๆของหนิงหลิงยู่ และดวงตาของนางก็จ้องมองไปทางทิศเหนือเช่นเดียวกัน หลังจากนิ่งอยู่ครู่ใหญ่จึงพูดขึ้นว่า“หลิงยู่..เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหลิงหยุน เจ้าเด็กดื้อนั่นเก่งกว่าที่เจ้าคิดไว้มาก!”เมื่อหนิงหลิงยู่พบว่าน้าหญิงล่วงรู้ความคิดและความรู้สึกภายในใจของเธอ เธอก็ถึงกับหน้าแดง..ฉินตงเฉี่วยยิ้มให้หนิงหลิงยู่พร้อมกับพูดต่อว่า“หลิงยู่.. ความรู้สึกของเจ้าข้าเข้าใจดี! แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเวลานี้ ก็คือต้องสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับตนเอง ยิ่งรากฐานของเจ้ามั่นคงแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ในวันข้างหน้าการฝึกฝนของเจ้าก็จะก้าวหน้าได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น!”“หากเจ้าเด็กดื้อนั่นกลับมาและพบว่ารากฐานของเจ้าไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควรจะเป็น เขาก็จะตำหนิงข้าไปด้วย..”“เจ้าเองก็รู้ว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะของเจ้าเด็กดื้อนั่นแปลกประหลาดนักไม่เหมือนกับที่เคยพบเห็นในยุทธภพ แม้แต่ข้าเองยังต้องค่อยๆฝึกฝน หากเจ้าเร่งรีบไปแล้วเกิดผิดพลาดขึ้นมา ข้าจะกล้าไปสู้หน้าแม่ของเจ้าได้ยังไงกัน แล้วข้าจะบอกกับเจ้าเด็กดื้อนั่นอย่างไร?”เมื่อพูดถึงหลิงหยุน.. หนิงหลิงยู่ก็รู้สึกราวกับถูกทุบเข้าที่หัวใจอย่างแรง เธอหันหน้ามองไปทางทิศเหนืออีกครั้ง แล้วจึงก้มหน้ามองไปที่ท้องทะเลลึกพร้อมกับรำพึงรำพันขึ้นว่า“แต่ตอนนี้พี่ใหญ่อยู่ปักกิ่งไม่มีข่าวคราวเลยใหนจะเรื่องผลการสอบเอนทรานซ์นั่นอีก..”ฉินตงเฉี่วยแสยะยิ้มพร้อมกับตอบอย่างไม่แยแส“เด็กโง่.. เจ้าไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้ไป เรื่องนี้ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย..”“ที่ข้าให้พวกเจ้าสองคนไปสอบเอนทรานซ์ก็เพราะว่าเป็นความต้องการของแม่เจ้าและข้าเองก็ไม่ได้สนใจว่าผลสอบจะออกมาเป็นอย่างไรด้วยซ้ำไป!”“หลิงยู่..ต่อให้คะแนนสอบของเจ้าเป็นศูนย์ หรือไม่ได้สอบ เพียงแค่ข้าก็บอกกับปู่ของเจ้า ข้าก็สามารถทำให้เจ้าเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ต้องการได้!”อย่าลืมว่าตระกูลฉินนั้นก็เป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในประเทศจีนการจะให้หลิงหยุนกับหนิงหลิงยู่เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิงนั้น เพียงแค่ยกหูโทรศัพท์เรื่องทุกอย่างก็เรียบร้อย!หนิงหลิงยู่ได้ฟังก็ถึงกับยิ้มออกมาจนเห็นฟันขาว..“เอาล่ะ..เลิกกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ได้แล้ว หลิงหยุนก็คงไม่อยากให้พวกเรากังวลเรื่องของเขาเช่นกัน!”“แต่ข้ารับรองได้ว่า..ครั้งนี้คงต้องมีคนโชคร้ายอีกหลายคนแน่!”จากการประเมินของฉินตงเฉี่วย..เธอมั่นใจว่าตราบใดที่หลิงหยุนกลับเข้าสู่ตระกูล และฐานะของเขาถูกเปิดเผยต่อชาวโลก รับรองได้ว่าหลิงหยุนจะไม่ต่างจากมังกรที่ผงาดขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างแน่นอน!“กลับบ้านกันได้แล้วป้าเม่ยคงเตรียมอาหารไว้รอแล้ว..”หลังจากนั้น..ทั้งคู่ก็ใช้มังกรพรางร่างลงจากหน้าผากลับไปที่บ้านทันที………ณหอไข่มุกและหยกในตลาดค้าของเก่า..“เฮ้อ..หลิงหยุนก็ไม่เปิดโทรศัพท์เสียด้วยสิ!”ซ่งเจิ้งหยางโยนโทรศัพท์ในมือทิ้งพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น..แน่นอนว่าต้องเกี่ยวกับเรื่องเดิมพันระหว่างเสียเจิ้นเหยินกู่หยุนฟะ และหลิงหยุน ซึ่งซ่งเจิ้งหยางเป็นพยานในการเดิมพันครั้งนี้แต่เมื่อผลการสอบเอนทรานซ์ออกมาก็ทำให้ซ่งเจิ้งหยางที่มั่นอกมั่นใจในตัวหลิงหยุนนักหนาถึงกับงุนงง และพูดอะไรไม่ออกแต่เพียงไม่ถึงครึ่งนาที..ซ่งเจิ้งหยางก็คิดออกว่าเกิดอะไรขึ้นพร้อมกับคิดว่าจากนี้ไปคงต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน“เฮ้อ..พวกเจ้าคิดจะใช้วิธีนี้จัดการกับหลิงหยุน ช่างรนหาที่ตายแท้ๆ!”และสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามซ่งเจิ้งหยางก็คือมู่หลงเวิ่นฉีและมู่หลงเฟยจื่อ..“หนูกังวลใจแทบตายที่หลิงหยุนสอบเอนทรานซ์ได้ศูนย์คะแนนแต่เรื่องใหญ่โตขนาดนี้เขากลับดูไม่สนอกสนใจด้วยซ้ำไป..”ตั้งแต่รู้ผลสอบเอนทรานซ์ของหลิงหยุนมู่หลงเฟฟยจื่อก็ถึงกับกังวลใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับซ่งเจิ้งหยางเลิกคิ้วหนาขึ้นสูงพร้อมกับจ้องมองมู่หลงเฟยจื่อ“หลานเฟยจื่อ.. หลานไม่ต้องกังวลใจไป เราติดต่อหลิงหยุนไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าติดต่อถังเมิ่งไม่ได้นี่!”“เวลานี้ถังเมิ่งเองก็อยู่ปักกิ่ง..ถ้าให้ลุงเดาตอนนี้เขาอาจจะกำลังอยู่กับหลิงหยุนก็ได้!”บทที่ 778: พบหน้าเพื่อน!