ตอนที่ 434
บทที่ 779-780
October 22, 2026
บทที่ 779: ศัตรูของหลิงหยุน! เมื่อทั้งสามคนเดินมาถึงที่หน้าประตูห้อง1858 ถังเมิ่งก็หยิบคีย์การ์ดขึ้นมารูด และจัดการเปิดประตูห้อง ส่วนหลิงหยุนก็เดินโอบเอวเกาเฉินเฉินเข้าไปด้านใน ถังเมิ่งเดินตามเข้ามาและก่อนที่จะปิดประตูห้อง เขาก็หยิบป้าย ‘ห้ามรบกวน’ ขึ้นมาแขวนไว้ที่หน้าประตู โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมระดับห้าดาวของปักกิ่งและห้องที่อยู่ก็เป็นห้องเพรสซิเดนท์สูท ภายในจึงตกแต่งด้วยวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอ็นด์ บรรยากาศด้านในจึงดูหรูหราอย่างชนชั้นสูง โคมไฟระย้าสวยงามพรมที่นุ่มสบายเท้า เตียงขนาดใหญ่ที่สะอาดสะอ้าน ทีวี LCD จอยักษ์ และโซฟาหนังชั้นดี.. “พี่หยุน..เฉินเฉิน.. นั่งตามสบายก่อน ฉันจะไปรินน้ำชามาให้..” ทันทีที่เข้ามาในห้องถังเมิ่งก็วุ่นวายอยู่กับการรินน้ำชาให้ทั้งคู่ดื่ม.. หลิงหยุนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงท่ามกลางสายฝนมาเกือบทั้งคืนอีกทั้งยังพูดจาไปมากมายหลายคำ เวลานี้จึงรู้สึกคอแห้งอย่างมาก ทันทีที่ถังเมิ่งรินน้ำชามาให้ เขาก็รีบรับถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มแก้กระหายทันที ส่วนเกาเฉินเฉินก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน เมื่อเห็นว่าน้ำชาหมดกาอย่างรวดเร็วถังเมิ่งก็จัดการเติมน้ำเพิ่มลงไป แล้วจึงเดินไปนั่งด้านหน้าตรงข้ามทั้งสองคน “เกาเฉินเฉิน..เธอ.. เธอสบายดีนะ” หลังจากที่ถังเมิ่งนั่งลง..เขาก็เอาแต่จ้องมองเกาเฉินเฉิน แววตาของถังเมิ่งเต็มไปด้วยความห่วงใย และรีบร้องถามขึ้นมาทันที เรื่องที่เกาเทียนหลงไปจิงฉูเพื่อขอความช่วยเหลือจากหลิงหยุนนั้นคนแรกที่เกาเทียนหลงพบก็คือตี้เสี่ยวอู๋ หลังจากนั้นหลิงหยุนก็เดินทางเข้าปักกิ่งทันที และในที่สุดก็สามารถช่วยเกาเฉินเฉิน และคนตระกูลเกาออกมาได้อย่างปลอดภัย และในเมื่อตี้เสี่ยวรู้เรื่อง..มีหรือที่ถังเมิ่งจะไม่รู้เรื่องด้วย! แม้ว่าถังเมิ่งและเกาเฉินเฉินจะไม่ได้สนิทสนมกันแต่ในคืนเทศกาลเชงเม้งนั้น ทั้งคู่ก็อยู่ในเหตุการณ์ที่ต้องผ่านความเป็นความตายมาร่วมกัน มิตรภาพของทั้งคู่จึงเติบโตขึ้นนับแต่นั้นมา “ขอบใจ..ฉันสบายดี ไม่เป็นอะไร!” เกาเฉินเฉินตอบคำถามของถังเมิ่งพร้อมกับยิ้มให้แต่สายตาของเธอที่จ้องมองหลิงหยุนนั้นกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แววตาของเกาเฉินเฉินนั้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของตระกูลเกา สมควรต้องให้ถังเมิ่งล่วงรู้ด้วยอย่างนั้นหรือ! หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและตอบเกาเฉินเฉินไปว่า“เฉินเฉิน.. อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนี้! ถังเมิ่งเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของผม และเวลานี้เงินของผมทั้งหมดก็อยู่ในมือของหมอนี่..” หลิงหยุนอธิบายให้เกาเฉินเฉินเข้าใจว่าถังเมิ่งนั้นเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของเขาอีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นอธิบดีกระทรวงการคลังประจำตัวเขาด้วย.. เกาเฉินเฉินได้ฟังก็สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ในทันทีจึงหันไปพูดกับถังเมิ่งว่า “ถังเมิ่ง.. คิดไม่ถึงว่าพอฉันมาปักกิ่ง ก็เกิดเรื่องราวขึ้นกับนายมากมาย ฉันได้ยินมาจากหลิงหยุนว่านายได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยใช่มั๊ย” อาจเป็นเพราะตระกูลเกาเองก็เพิ่งจะประสบกับความหายนะมาเกาเฉินเฉินจึงได้มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจถังเมิ่งมากขึ้น ระหว่างทางที่ขับรถมาที่โรงแรมนั้นหลิงหยุนได้เล่าเรื่องที่ถังเมิ่งถูกเสียเจิ้นเหยินทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ทำให้เกาเฉินเฉินโกรธมาก และเกลียดเสียเจิ้นเหยินมากขึ้นไปอีก รวมทั้งตระกูลเฉินด้วย! หากไม่ใช่เพราะตระกูลเฉิน..เกาเฉินเฉินก็คงได้กลับไปที่จิงฉู และสามารถช่วยเหลือคนรอบตัวหลิงหยุนไม่ให้ต้องได้รับบาดเจ็บได้บ้าง แต่ถังเมิ่งกลับตอบมาอย่างไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน“ไม่เป็นไร.. เพราะทันทีที่พี่หยุนกลับมา เขาก็จัดการล้างแค้นให้ฉันแล้ว จนถึงตอนนี้เสียเจิ้นเหยินกับกู่หยุนฟะ ยังหดหัวอยู่ในรูไม่ยอมโผล่หน้าออกมาให้ใครเห็น.. ส่วนตระกูลซันตอนนี้ก็ยังไม่กล้าทำอะไร..” เมื่อได้ยินคำพูดของถังเมิ่งหลิงหยุนก็ถึงกับหัวเราะออกมา “ฮ่า.. ฮ่า.. นี่นายไม่ต้องมาทำเป็นสรรเสริญฉันเลย เรื่องพวกนั้นผ่านไปตั้งนานแล้ว เวลานี้พวกเรามาพูดเรื่องที่สำคัญกว่านั้นกันก่อน..” แล้วทั้งสามคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน.. แต่จู่ๆถังเมิ่งก็ลุกขึ้นยืนคล้ายกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้“พี่หยุน.. ฉันมีอะไรจะให้พี่ดู ไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรกับพี่บ้างมั๊ย” จากนั้นถังเมิ่งก็เดินตรงไปที่ข้างเตียงและหยิบเอากองกระดาษหนาปึกหนึ่งขึ้นมา.. “นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแวมไพร์ที่ฉันไปหามาจากอินเทอร์เน็ต..” “นายนี่รวดเร็วใช้ได้เลย..” หลิงหยุนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเขายกมือขึ้นรับเอกสารมาจากถังเมิ่ง และใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูเอกสารที่อยู่ด้านหน้า แล้วจึงพูดขึ้นว่า “ข้อมูลบางอย่างนับว่าถูกต้องทีเดียวดูเหมือนข้อมูลต่างๆในอินเทอร์เน็ตก็พอเชื่อถือได้ แต่ตอนนี้ข้อมูลพวกนี้ไม่จำแป็นสำหรับฉันแล้ว!” “เพราะเมื่อคืนที่ฉันไปช่วยเฉินเฉินออกมาฉันได้จัดการฆ่าแวมไพร์ไปร่วมสองร้อยตนแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นแวมไพร์ขั้นเคานต์ และไวส์เคานต์..” “แล้วตอนนี้ฉันก็ได้แวมไพร์มาเป็นบริวารถึงห้าตนแล้วขั้นเคานต์สอง ไวส์เคานต์สอง แล้วก็มาร์ควิสอีกหนึ่ง เอาเป็นว่าถ้านายอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแวมไพร์ ก็ถามฉันนี่!” จากนั้นหลิงหยุนก็ได้เล่าให้ถังเมิ่งฟังคร่าวๆถึงเหตุการณ์ที่เขาบุกเข้าไปช่วยเกาเฉินเฉินออกมา หลิงหยุนเล่าราวกับว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ได้สลักสำคัญอะไร.. และเรื่องราวทั้งหมดที่หลิงหยุนเล่านั้นก็ทำให้ถังเมิ่งถึงกับนิ่งอึ้งไป เพราะคำบอกเล่าของหลิงหยุนนั้น ทำให้แวมไพร์ที่ดูลึกลับมีพลังมากมายนั้น กลับกลายเป็นเพียงตัวอะไรกระจอกๆตัวหนึ่งเท่านั้น สังหารแวมไพร์ไปร่วมสองร้อยตัว..บ้าไปแล้ว! เกาเฉินเฉินเองก็ยังจำภาพการต่อสู้ที่ดุเดือดก่อนหน้านี้ได้อย่างชัดเจนภาพของหลิงหยุนนั้นไม่ต่างจากเทพเจ้าแห่งสงคราม และนั่นทำให้เธอยิ่งรู้สึกศรัทธาในตัวหลิงหยุนมากขึ้นไปอีก“นี่แวมไพร์กระจอกขนาดนั้นเลยเหรอ!พี่หลิงหยุน.. นี่พี่มีแวมไพร์เป็นบริวารถึงห้าตนจริงๆเหรอ?!” ถังเมิ่งร้องอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“ฮ่า.. ฮ่า.. ไม่ใช่ว่าแวมไพร์กระจอก! แต่เพราะฉันมีกำลังภายใน และวรยุทธที่สามารถจัดการกับพวกมันได้ต่างหาก ความสามารถที่ลึกลับของพวกมันก็เลยใช้กับฉันไม่ได้!”“ส่วนบริวารที่เป็นแวมไพร์..คงต้องเล่ายาว ไว้ฉันจะเล่าให้นายฟังคราวหลัง”คนในครอบครัวของเกาเฉินเฉินก็กลายเป็นแวมไพร์ถึงสิบคนหลิงหยุนจึงไม่ต้องการเล่าเรื่องดาบพายุต่อหน้าเกาเฉินเฉิน เพราะนั่นจะยิ่งเหมือนมีดที่กรีดลงบนบาดแผลในใจของเธอถังเมิ่งพยักหน้าด้วยความตกใจและได้แต่นั่งลงนิ่งเงียบอีกครั้ง..ตลอดสามเดือนที่ผ่านมานั้นถังเมิ่งก็ได้พบเห็นความสามารถที่น่าอัศจรรย์ของหลิงหยุนมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้น.. ต่อให้หลิงหยุนเล่าว่าเขาขึ้นไปนอนกับนางฟ้าบนดวงจันทร์มา ถังเมิ่งก็เชื่อว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้!จากนั้นทั้งสามคนก็เริ่มคุยเรื่องที่สำคัญกันต่อ..ถังเมิ่งจัดการเปิดโน๊ตบุ๊คและนำไปวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าหลิงหยุนแล้วจึงใช้หมายเลขบัตรประชาชน และเลขประจำตัวสอบของหลิงหยุนล็อคอินเข้าไปในระบบข้อมูลการสอบเอนทรานซ์“พี่หยุน..ดูสิ.. คะแนนของพี่เป็นศูนย์จริงๆ!”แม้ถังเมิ่งจะเห็นผผลสอบของหลิงหยุนมาก่อนหน้านี้แล้วแต่เมื่อได้เห็นคะแนนของหลิงหยุนอีกครั้ง เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดีเกาเฉินเฉินรีบเลื่อนโน๊ตบุ๊คไปทางตนเองทันทีและหลังจากจ้องมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำพร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างโมโห“แน่นอน..ต้องมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!”หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้กวาดดูแล้วจึงนั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีท่าทีฉุนเฉียวเลยแม้แต่น้อย“พวกมันช่างกล้า..”ถังเมิ่งพูดขึ้นด้วยความโมโห“พี่หยุน.. หรือว่านี่จะเป็นฝีมือของเสียเจิ้นเหยินกับกู่หยุนฟะ”เพื่อให้ชนะเดิมพันหนึ่งร้อยล้านจึงเป็นไปได้ว่าการที่คะแนนสอบของหลิงหยุนเป็นศูนย์นั้นจะเป็นฝีมือของคนทั้งคู่มันก็มีแรงจูงใจที่จะทำให้คิดเช่นนั้นได้เพราะหลู่กวนหวังซึ่งเป็นพ่อของหลู่เจิ้งเทียนนั้น ก็เป็นผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาของเมืองจิงฉู หากทั้งสามคนร่วมมือกัน ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจงใจทำให้คะแนนสอบของหลิงหยุนออกมาเป็นศูนย์ได้หลิงหยุนยังคงมีท่าทีสงบนิ่งและพูดขึ้นว่า “ก็เป็นไปได้.. แต่อย่าด่วนสรุปจะดีกว่า! ฉันเองก็มีศัตรูมากมาย ในเมื่อจัดการกับฉันซึ่งหน้าไม่ได้ ก็เป็นไปได้ที่ศัตรูของฉันจะใช้วิธีนี้..”และเมื่อไตร่ตรองกันจริงๆหลิงหยุนเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นฝีมือของเสียเจิ้นเหยินกับกู่หยุนฟะ! เพราะแทบไม่ต้องพูดถึงความสามารถของทั้งคู่ในเวลานี้ เพราะพวกมันยังคงหดหัวอยู่ในรูด้วยความหวาดกลัวเมื่อครั้งที่หลิงหยุนขึ้นมาจากหลุมยักษ์นั้นหลังจากเสร็จจากงานวันเกิดของเสี่ยวเม่ยหนิง หลิงหยุนก็ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนจัดการพลิกสถานการณ์ จนทำให้ตระกูลซันเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างยับเยิน และจัดการส่งผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงเข้าไปอยู่ในคุก..หลิงหยุนจึงค่อนข้างมั่นใจว่าใครก็ตามที่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจในครั้งนั้น หากคิดที่จะจัดการกับหลิงหยุนอีก ก็คงต้องประเมินความสามารถ และชั่งน้ำหนักให้ดีก่อนว่าจะสามารถเอาชนะผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงคนปัจจุบันได้หรือไม่เสียก่อนเสียเจิ้นติงและกู่เหลียนเฉิงต่างก็ไม่ได้หูหนวกตาบอดและไม่ใช่คนโง่ หลังจากที่ได้เห็นความอหังการของหลิงหยุนในครั้งนั้น พวกมันยังจะกล้ากลับมากระตุกหนวดเสืออีกอย่างนั้นหรือเพราะเพียงเท่านี้ทั้งคู่ก็เสียหน้าอย่างมากมายแล้วและเพียงแค่หลิงหยุนไม่เอาเรื่องกับพวกมันอีก ก็นับว่าต้องขอบคุณหลิงหยุนอย่างมากแล้ว!“ฉันต้องขอคิดดูก่อนว่าฉันมีศัตรูที่ใหนบ้าง” หลิงหยุนพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบเวลานี้หลิงหยุนมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเขามากมายไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลิง ตระกูลเกา และตระกูลฉิน แต่ต่อให้ไม่มีทั้งสามตระกูลใหญ่นี้ หลิงหยุนก็สามารถแก้ปัญหาเล็กน้อยนี้ได้ด้วยตนเองถังเมิ่งถึงกับพูดไม่ออก..ใครกันนะที่จะคิดแก้แค้นหลิงหยุน“องค์กรนักฆ่าหลัวจ้ง? เถียนป๋อเตา? บริษัทชิงหยุนโปรดักชั่น? ตระกูลกู่? ตระกูลซัน? ตระกูลเฉิน? หลงเทียนเจียว? หลิวซุ่ยเฟิง? เหล่านินจา? พรรคมาร..”“หรือจะเป็นลูกศิษย์ทั้งห้าคนของโคตรเซียนเซิ่งลิ่วฉี..”“หลิงหยุน..ที่พูดมาทั้งหมดนี่คือศัตรูของนายทั้งหมดเลยเหรอ!”นับว่าศัตรูของหลิงหยุนนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วนเลยจริงๆเกาเฉินเฉินที่นั่งฟังอยู่นานถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นหัวเราะเสียงดังแทนหลิงหยุนได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับตอบไปว่า“ผมกำลังคิดว่านอกจากเสียเจิ้นเหยินกับกู่หยุนฟะแล้ว ยังจะมีใครอีกที่คิดจะใช้วิธีนี้เล่นงานผม”แต่จู่ๆถังเมิ่งก็ร้องตะโกนออกมาคล้ายกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้!“พี่หยุน..พี่ยังจำเหตุการณ์ก่อนวันสอบเอนทรานซ์ได้มั๊ย ตอนที่พี่ไปดูห้องสอบไง.. ตอนนั้นพวกเราได้ช่วยเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่ถูกหลี่เทียนรังแก?”“หลี่เทียน!”หลิงหยุนทวนชื่อนั้นซ้ำอีกครั้ง..บทที่ 780: ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง!“อ่อ..คิดไม่ถึงว่าช่วงที่ฉันไม่อยู่จิงฉู นายก็ทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยผู้หญิงด้วย!”